การเมืองไทย “คนดี” อยู่ไม่ได้?

 

8 มิ.ย.63 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ถึงกระแสความวุ่นวายใน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่กดดันให้มีการปรับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ช่วงนี้พวกเราทุกคนไม่ว่าใครต้องช่วยกันดูแลให้การเมืองดี การเมืองสำคัญมาก และ เป็นหน้าที่ของทุกคน ถ้าการเมืองดีเศรษฐกิจก็จะดีตาม สังคมก็จะดีตาม ถ้าบรรยากาศการเมืองไม่ดี งานการก็เดินไม่ได้ ทุกคนเดือดร้อนรวมทั้งพวกเราด้วย ต้องช่วยกัน เราต้องการให้คนดีๆเข้ามาช่วยทำงานการเมือง

“เราเห็นตั้งแต่วันแรกแล้ว อย่าง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง คนดี คนเก่ง ซื่อสัตย์ สุจริต เขาก็อยู่การเมืองไม่ได้แล้ว ถ้าทยอยไปทีละคนใครจะทำงาน พวกเขาไม่ได้เดือดร้อน คนอื่นต่างหากที่จะเดือดร้อน ทุกฝ่ายก็รู้จักกันทั้งนั้น ข่าวอะไรก็อย่าไปพูด อย่าไปถาม หยุดได้แล้ว” นายสมคิดกล่าว

คำให้สัมภาษณ์ของนายสมคิดข้างต้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของการเมืองไทยได้อย่างชัดเจนมาก จากที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงมาเป็นเวลานาน เรื่องของ “คนดี” นี้ เราพูดกันมานานในประเด็นของการเลือก ส.ส.ว่า ต้องเลือกคนดีเข้าสภาฯ แต่ก็มีคำถามว่า คนดีคือคนประเภทไหนและอย่างไร? ซึ่งก็ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนกับคำถามนี้ได้

ประเทศไทย “คนดี” นั้น มักจะอยู่ในการเมืองไม่ได้ จริงๆ ที่ผ่านๆมา คนดีต้องทยอยออกไปเป็นจำนวนมาก ทั้งกดดันให้ออก และ/หรือ ขับไล่ให้ออก จากการเมือง “น้ำเน่า” และ “วงจรอุบาทว์” ของการเมือง และที่เป็นปัญหามากก็คือ

“นักการเมือง” ที่คำนึงถึงแต่ “ผลประโยชน์” ของตัวเอง และพวกพ้อง.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

คนไทยที่ “ตกค้าง” ในต่างประเทศ…?

 

8 มิ.ย.63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสม 3,119 ราย หายป่วยสะสม 2,973 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 58 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย มาจาก ปากีสถาน 2 ราย เป็นนักศึกษาชาย อีก 4 ราย มาจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) เป็นพนักงานนวดหญิง 3 ราย และเด็กนักเรียนชาย 11 ขวบ 1 ราย รายสุดท้ายเป็นหญิงไทย เดินทางมาจาก สหรัฐอเมริกา “14 วันแล้วที่เราไม่มีไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศ”

ขณะที่ นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค เปิดเผย ที่ กระทรวงสาธารณสุข ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 7 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ไทยไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศเป็นวันที่ 14 แล้ว แต่ก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ “ถ้าดูจากประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเช่น เวียดนาม ปลอดเชื้อ 55 วันต่อเนื่อง ยังไม่ผ่อนคลายเปิดน่านฟ้าได้ เพราะฉะนั้นไม่มีการนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ แม้กระทั่งคนเวียดนามในต่างประเทศยังไม่ให้เข้า ต่างจากไทยที่ยังเปิดและยินดีต้อนรับคนไทยกลับบ้าน ดูแลเต็มที่ในสถานที่แยกกักของรัฐ” นพ.อนุพงษ์กล่าว

เรื่องของการนำคนไทยจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศนี้ เมื่อวันก่อน (7 มิ.ย.) มีเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยที่ “ตกค้าง” เดินทางเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น จาก อิสราเอล 103 คน สิงคโปร์ 175 คน ฟิลิปปินส์ 218 คน รวม 496 คน วันที่ 8 มิ.ย. มีคนไทยที่ตกค้างจาก โอมาน 214 คน ไต้หวัน 99 คน สหรัฐอเมริกา 200 คน รวม 504 ราย

สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ผ่านมาได้ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้ว มีผู้สงสัยกันมากว่า ทำไมถึงมีคนไทย  “ตกค้าง” ในต่างประเทศกันอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่บางประเทศก็อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนัก เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์

คนไทยที่ “ตกค้าง” ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา หรือว่าเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ.

โพสท์ใน ข่าวสาร, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

นักท่องเที่ยวแน่นขนัด “หาดบางแสน” …?

 

จากกรณีคนไทยเป็นจำนวนมากเดินทางเข้ามาพักผ่อนริมชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ในช่วงวันหยุด ตามมาตรการผ่อนคลายที่ให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้มากขึ้น ส่งผลให้การจราจรเข้าสู่หาดบางแสนติดขัดยาวเหยียด ที่จอดรถบริเวณริมชายหาดก็มีรถยนต์จอดกันแน่นขนัดทำให้เป็นที่กังวลกับประชาชนในพื้นที่ว่า อาจทำให้การระบาดของเชื้อ โควิด-19 เพิ่มมากขึ้น

ข่าวนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เห็นภาพข่าวแล้วไม่สบายใจกับการนั่งใกล้กันขนาดนั้น “เห็นใจว่าเป็นวันหยุด” แต่ต้องไม่ลืมตัว ต้องรู้จักห้ามตัวเอง ไม่เช่นนั้นเด็กเล็กติด โควิด-19 แล้วจะทำอย่างไร เหตุการณ์ที่บางแสน “ยอมรับว่ารู้สึกกลัว”

ขณะที่ นายยุทธศักดิ์ สุภกร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรีมเสนอขอเงินกระตุ้นการท่องเที่ยว 10,500-14,500 ล้านบาท จากกระทรวงการคลัง เพื่อพยุงธุรกิจโรงแรมและที่พัก จากผลกระทบของ โควิด ด้วย 2 แพ็กเกจ 1.พานักรบเสื้อกาวน์  สังกัด รพ.สต.และ อสม.1.2 ล้านคน กินเที่ยวฟรี ใช้งบ 2,400 ล้านบาท 2.เที่ยวปันสุข บัตรกำนัลสำหรับการการท่องเที่ยวในประเทศให้กับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 4 ล้านคน ใช้งบ 8,000-12,000 ล้านบาท

ภาพของคนไทยเป็นจำนวนมากที่แห่ทะลักเข้ามาเที่ยวชายหาดบางแสนส่งผลให้การจราจรติดขัด ทำให้เห็นถึงกระแสของคนไทยว่านิยมชมชอบในการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก พร้อมที่จะออกท่องเที่ยวกันอยู่ตลอดเวลา การเสนอขอใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากของ ททท. จึงควรที่จะพิจารณากันใหม่ แพ็กเกจ “พานักรบเสื้อกาวน์ไปเที่ยว” อาจจะเหมาะสม แต่แพ็กเกจ “เที่ยวปันสุข” งบ 8,000-12,000 ล้านบาทอาจไม่จำเป็น

รัฐบาลควรนำเงินไป “พัฒนาประเทศชาติ” ในด้านอื่นๆ น่าจะดีกว่า.

โพสท์ใน การเมือง, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ความขัดแย้ง “แย่งอำนาจ”  ใน พชปร.

 

จากกรณี กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นใบลาออพร้อมกัน 18 คน จากคณะกรรมการ 24 คน ทำให้ พปชร.จะต้องเลือก คณะ กก.บริหารพรรค “ชุดใหม่” รวมทั้ง หัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรค ภายใน 45 วัน ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ถูกเป็นที่จับตาว่าจะก้าวขึ้นตำแหน่ง หน.พปชร. คนใหม่

คณะ กก.บริหารพรรคที่ลาออก เป็น กลุ่ม “สามมิตร” กลุ่ม กปปส. กลุ่มประธาน ส.ส.-ประธานวิปรัฐบาล กลุ่มของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า เพราะต้องการล้มกลุ่มของ สี่ยอดกุมาร

ความวุ่นวาย ขัดแย้ง “แย่งอำนาจ” ที่เกิดขึ้นภายในพรรค พปชร.ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นที่เอือมระอาให้กับ ส.ส.ของพรรค (บางส่วน) และประชาชนเป็นอย่างยิ่งว่า “การเมืองน้ำเน่า” ในรูปแบบเก่าๆได้ย้อนกลับมาอีกแล้ว ทั้งๆที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติของ โควิด-19 ด้วยต้องการตำแหน่งของ “รัฐมนตรี”

ประเด็นดังกล่าวนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องออกมาเตือนว่า อย่า “ดราม่า” มีปัญหามากกันนักเลย วุ่นวายกันพอสมควรแล้ว  ขณะที่ กลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หลายคน ก็ออกมาตำหนิ กลุ่มหลากสี ทั้งหลายว่า ไม่รู้จักกาลเทศะ คอยแต่จะสร้างปัญหา สร้างความเบื่อหน่ายให้กับประชาชน เพียงแค่กระสันอยากเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น

“บิ๊กตู่” ช่วย “ปฏิรูปการเมืองไทย” ในยุคของ “ชิวิตวิถีใหม่” ให้กับประเทศชาติด้วยเถิด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

คนไทยติด “โควิด-19” เพิ่มมากขึ้น

 

4 มิ.ย.63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 17 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ มียอดผู้ป่วยสะสม 3,101 ราย หายป่วยสะสม 2,968 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 58 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 17 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นผู้เดินทางกลับจากคูเวต 13 ราย เป็นหญิง 1 ราย เป็นชาย 12 ราย กลุ่มที่สอง เดินทางกลับจากการตาร์ 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย กลุ่มที่สาม เดินทางกลับจากจากซาอุดิอาระเบีย เป็นชายทั้ง 2 ราย กลับเข้ามาไทยทางด่านปาดังเบซาร์

“หลายคนตั้งคำถามว่า การพบผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จะไม่ให้เข้ามาได้หรือไม่นั้น คำตอบคือไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของคนไทย เราให้นโยบายว่า เข้ามาแล้วให้ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าติดโรคต้องให้เข้าไปอยู่ในสถานกักกันและรีบตรวจแล้วรีบรักษาให้หายโดยเร็ว เพื่อลดการใช้ทรัพยากรต่างๆ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

เรื่องของการห้ามคนไทยไม่ให้เข้ามาในประเทศ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าห้ามไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ที่มีการสงสัยกันมากก็คือ การนำคนไทยกลับเข้ามาไทยนั้น ใช้งบประมาณไปทั้งหมดเท่าไร/คน จากที่ทราบแต่เพียงว่าค่าหัวที่ใช้ในการกักตัวกักกัน 14 วัน และรัฐบาลจ่ายให้ 1,000 บาท/ราย/วัน แต่กระทรวงสาธารณสุขจ่ายให้ 30 วัน เป็น 30,000 บาท/คน

รัฐบาลต้องเสีย “ค่าใช้จ่ายอื่นๆ” ให้กับผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาอีกหรือไม่?

โพสท์ใน ข่าวสาร, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“การบินไทย” และ “ขสมก.”…??

 

หลังจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ภายใต้ พ.รบ.ล้มละลาย คณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาการบินไทย ได้รายงานถึงกระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งศาลว่า ขณะนี้ คณะกรรมการบอร์ดการบินไทย ได้แจ้งแก่พนักงานจำนวนกว่า 20,000 คน รวมทั้งลูกจ้างชั่วคราวตามฝ่ายต่างๆอีกประมาณ 15,000 คน ให้ทราบถึงการเตรียมลดขนาดของบริษัท และปรับลดพนักงานลง 10,000 คน แล้ว

โดยแผนการปรับลดจำนวนพนักงานนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ด้วยกันคือ ช่วงแรก 6,000 คน ส่วนอีก 4,000 คนจะดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ โดยการนี้ การบินไทยจะจ่ายค่าชดเชยการพ้นจากหน้าที่แก่พนักงานรายละ 18.5 เดือนของเงินเดือนสุดท้าย การปรับลดจะมีทุกฝ่ายตั้งแต่พนักงานภาคพื้นดินไปจนถึงกัปตันเครื่องบินในรุ่นที่จำเป็นต้องปลดระวาง

ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังการประชุมติดตามการปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า  ขสมก.ได้จัดทำรายละเอียดของแผนฟื้นฟูกิจการ ผ่าน คณะกรรมการบอร์ด ขสมก. เสนอมายัง กระทรวงคมนาคม เรียบร้อยแล้ว

โดยแผนของการฟื้นฟู จะใช้รูปแบบด้วยวิธีจัดหารถ หาพนักงาน หาเชื้อเพลิง หาที่จอดรถทั้งหมด โดยเป็นการรับจ้างวิ่ง ในส่วนของเส้นทางจะปรับเส้นทางใหม่ จาก 269 เส้นทาง เหลือเพียง 108 เส้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนเส้นทาง ส่วนการกำหนดค่าโดยสารจะอยู่ที่ 30 บาทตลอดวัน

“การบินไทย” ได้ผ่านกระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งศาลไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คงจะทำให้การบินไทยที่พูดกันว่าเป็นสายการบินแห่งชาติ” กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ขาดทุนมาโดยตลอด สำหรับ “องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ” ก็กำลังจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพราะขาดทุนเป็นจำนวนมากในทุกปีเช่นเดียวกัน

รัฐวิสาหกิจที่มีการแข่งขัน “เสรี” ในปัจจุบัน ส่วนมากแล้วจะขาดทุนกันเป็นส่วนใหญ่

เพราะบริหารด้วย “ระบบราชการ” ที่ “ใหญ่โต เทอะทะ” ไม่มีความคล่องตัว.  

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เลิกซื้อ “ลอตเตอรี่” แล้ว “รวย”

 

2 มิ.ย.63 หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ นำเสนอข่าวขึ้นหน้าหนึ่ง ครูสาวแฉชีวิตคนบ้าหวยเลิกแล้ว-รวย  เผยชีวิต นางอารยา สุขประเสริฐ ครูสอนคณิตศาสตร์ ร.ร.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย ถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียล พร้อมกับ “ลอตเตอรี่” กองโตเป็นจำนวนมาก พร้อมเล่าชีวิตบ้าหวยหวังเงินก้อนโต แต่ไม่เคยสมหวัง อยากให้เป็นอุทาหรณ์ “อย่าหวังลมๆแล้งๆ”

โดยผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้เดินทางไปหา “ครูบ้าหวย” ที่บ้านเลขที่ 414 หมู่ 17 อ.เมืองร้อยเอ็ด สัมภาษณ์ นางอารยา สุขประเสริฐ อายุ 52 ปี ถึงความเป็นมาว่า รับราชการเป็นครูมา 30 ปี ชอบซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชค นำเงินจากการสอนพิเศษไปซื้อเพื่อลุ้นรางวัล ตั้งแต่ปี 2558-60 ทุ่มเงินซื้องวดละประมาณ 40,000 บาท แต่ไม่เคยถูกรางวัลใหญ่ ถูกเพียงเลขท้าย 2 ตัว หรือ 3 ตัว

และตั้งแต่ปี 2560 ได้คิดทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา เสียดายเงินจึงได้เลิกซื้อ หันมาเก็บออม ซื้อที่ดิน 3 ไร่ ปลูกบ้านพร้อมตกแต่งอีก 1 หลัง หวังในอนาคตจะซื้อรถเบนซ์ใช้อีก 1 คัน อยากฝากเตือนคอหวยทุกคนที่มีความฝันกับการเสี่ยงโชค ลองมาเก็บเงินแทน จะทำให้ชีวิตและครอบครัวมีความสุขขึ้นอย่างแน่นอน หากเลิกซื้อหวย 3 ปี เท่ากับว่าถูกหวยอย่างแท้จริง

ข่าวนี้ก็ต้องขอชื่นชม ครูอารยา เป็นอย่างยิ่ง ที่ถ่ายคลิปโพสต์โชว์ลอตเตอรี่กองเต็มห้องลงโซเชียลให้ทราบ รวมทั้งยังได้เปิดเผยถึงชีวิตของตัวเองให้ผู้สื่อข่าวทราบ หลังจากเลิกซื้อหวยแล้วไปซื้อที่ดินและปลูกบ้านได้อีกหนึ่งหลัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ชอบซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชค ด้วยความหวังลมๆแล้งๆ

เรื่องของการเสี่ยงโชคจากการพนัน ถือว่าเป็นเรื่องของ “ความจำเป็นที่ชั่วร้าย” ที่ทุกสังคมต้องมี บางอย่างก็ให้มีตามกฎหมาย บางอย่างก็ห้ามไม่ให้มี แต่การไม่ให้มีช่องทางในการเล่นพนันทั้งหมดเลยนั้นคงเป็นไม่ได้ เพราะจะทำให้ผู้คนไปลักลอบเล่นกันให้เป็นปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐ “สลากกินแบ่งของรัฐบาล”นั้น ถูกต้องตามกฎหมาย ก็เพื่อให้ประชาชนได้เสี่ยงโชค แต่การเสี่ยงโชคต่างๆนั้นอยู่ที่ตัวของเราเอง

ถ้าหาก “คนไทย” เลิกซื้อหวยกันได้ ก็เท่ากับ “ถูกหวย” กันอย่างแท้จริง.

โพสท์ใน ข่าวสาร, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

 

จากการประชุมสภาสมัยสามัญ ปี 63 เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายในช่วงหนึ่งว่า ได้มีประชาชนตั้งสมญานามให้ พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็น “นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” เพราะการกู้เงินจำนวนมากไม่สมประโยชน์กับงบประมาณของประเทศ และ ประชาชนในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้ปรับชื่อ โควิด-19 เป็น “โรคประวิตร-ประยุทธ์ 2019

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ มารับตำแหน่งนายกฯ มีหนี้สาธารณะ ร้อยละ 36 แต่ตอนนี้พุ่งไปเกือบ ร้อยละ 60 (ของจีดีพี) ถ้าดูความจำเป็น แม้จะต้องกู้แต่รัฐบาลต้องนับเงินในกระเป๋าก่อน ดูว่าจะเกลี่ยงบปี 63 มาใช้ได้หรือไม่ แล้วค่อยกู้ ถ้านับเงินในกระเป๋าดีๆอาจไม่ต้องกู้ถึง 1 ล้านล้านบาท

ส่วนการกู้ในประเทศโดยออกพันธบัตร เราไม่ทิ้งกัน ที่ให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 3 เกินกว่าตลาด 3 เท่า เศรษฐีพากันไปซื้อพันธบัตรจนรวย ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ ขอเติมฉายาให้เป็น “นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา บิดาแห่งความเหลื่อมล้ำ

พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้รับฉายา จาก “นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ถึง “บิดาแห่งความเหลื่อมล้ำ”  เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 นี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ที่ “น้ำขึ้นให้รีบตัก”  หรือว่าเป็น “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป. 

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

พบคนไทยติดเชื้อ “โควิด-19” เพิ่มขึ้น…?

 

28 พ.ค. 63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 11 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ มียอดผู้ป่วยสะสม 3,065 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 63 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 57 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม

สำหรับ ผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นหญิงไทย 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวกลับจากอินเดีย 1 ราย กลุ่มที่ 2 มี 6 ราย มาจากกาตาร์ เป็นชาย 5 ราย ผู้หญิง 1 ราย (เป็นแม่บ้าน) กลุ่มที่ 3 เป็นชายไทยมาจาก คูเวต 4 ราย ทำงานในแคมป์ของบริษัทต่างชาติ

ขณะที่มีกลุ่มคนไทยในต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาดเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง จากเมลเบิร์นและใกล้เคียง ออสเตรเลีย  260 คน พบผู้โดยสารชาวไทยมีไข้ 26 คน จากสหรัฐอเมริกา 100 คน และจากเวียดนาม 40 คน

จากนั้น วันที่ 29 พ.ค. คนไทยยังเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเที่ยวบินพิเศษอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงเช้าจาก ฝรั่งเศส 28 คน ช่วงบ่าย จาก ตุรกี 209 พบว่ามีไข้สูง 10 คน ช่วงเย็น จาก สิงคโปร์ 35 คน มีไข้ 2 ราย จาก พม่า 62 คน พบคนไทยมีไข้ 1 คน วันที่ 30 พ.ค. คนไทยจากต่างประเทศเดินทางกลับประเทศไทยทั้งวัน จาก ฟิลิปปินส์ 151 คน มีไข้ 8 คน จาก เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา 200 คน ที่ดอนเมือง จากโตเกียว ญี่ปุ่น 51 คน

คนไทยในต่างประเทศที่เดินทางกลับประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ที่พบว่ามีไข้สูงเป็นจำนวนมากนั้น

ไม่ทราบมีการเข้มงวดจากมาตรการ “Fit to fly” ก่อนที่จะบินกันหรือเปล่า?

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม | ใส่ความเห็น

กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน…?

 

จากกรณีพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติให้ตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่ไม่มีรายละเอียดในการใช้เงินส่วนนี้ให้ทราบ ด้วยกังวลว่า จะมีการทุจริตเกิดขึ้น แต่รัฐบาลก็ได้มีทีท่าว่า “ไม่เห็นด้วย” เพราะมีหน่วยงานราชการที่น่าเชื่อถือ เช่น สตง.,ป.ป.ช.,ป.ป.ท. คอยดูแลอยู่แล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การขอตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ ต้องติดตามต่อไปว่า สุดท้ายแล้วรับบาลจะมีปฏิกิริยาเรื่องนี้อย่างไร การตั้ง กมธ.วิสามัญ น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะเห็นด้วยเกือบทุกพรรค นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาฯ มีความชอบธรรมที่จะตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าว การที่นายกฯปฏิเสธก็เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เป็นการกระทำที่ส่อพิรุธว่ามีเจตนาแอบแฝงการใช้เงินหรือไม่?

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอใช้เอกสิทธิ์ร่วมกับ ส.ส.จากหลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ที่มองว่าช่องทางกลไกรัฐสภาเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการตรวจสอบ รวมถึงเป็นหน้าที่ของ ส.ส.เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม ส.ส.ของพรรค อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ นายกนก วงศ์ตระหง่าน แถลงหลังยื่นญัตติต่อประธานสภาฯขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ตรวจสอบการใช้เงินกู้ ว่า การใช้เงินกู้มหาศาลนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาการใช้จ่ายที่ไม่ตรงเป้าหมาย ไม่โปร่งใส รั่วไหล สร้างความเสียหายขึ้น

การเสนอญัตติของฝ่ายค้านให้ตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 นี้

รัฐบาลควรที่จะแสดงถึง “ความโปร่งใส ตรวจสอบได้”  ให้กับประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น