“ปท.” ยื่นหนังสือให้ “บิ๊กตู่” ลาออก

 

18 พ.ค.64 นายพิชิต ไชยมงคล อดีตแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรียกร้องให้เสียสละด้วยการลาออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้ตั้ง “รัฐบาลสร้างชาติ” ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล  ถนนพิษณุโลก

เนื่องจากตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ “ไม่สามารถปฏิรูปประเทศและแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติได้” การลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้รัฐสภาเลือกนายกฯคนใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 272 วรรค 2 โดยยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯในบัญชีพรรคการเมือง

“การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการแสดงเจตจำนงของกลุ่ม ยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศ ส่วนชื่อนายกฯคนนอก ไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษ เพียงเสนอแนวทางคร่าวๆให้สังคมเป็นตัวตัดสินมากกว่า อย่างเช่น นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด และอดีตผู้อำนวยการองค์การค้าโลก…” นายพิชิตกล่าว

เกี่ยวกับข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเฉพะกิจข้างต้นนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯต้องการใช้เวลาแก้ปัญหาสถานการณ์ โควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงอยู่ในช่วงนี้ไปก่อน ไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องของการเมือง

เรื่องต่างๆได้มอบหมายให้ “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” เป็นผู้ชี้แจงแทน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“มิสยูนิเวิร์สเมียนมา 2020”  ถูก “คณะรัฐประหารเมียนมา” ออกหมายจับ

 

17 พ.ค.64 ช่วงเช้าในประเทศไทย (ช่วงค่ำวันที่ 16 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) เหล่าบรรดาคนไทยที่เป็นกองเชียร์ของ ชาลิสา “อแมนด้า ออบดัม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 สาวภูเก็ต ลูกครึ่งไทย-แคนาดา ต่างเฝ้าชมให้กำลังใจกันทั้งประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะคว้า มงกุฏมิสยูนิเวิร์ส 2020 มาครองได้สำเร็จ

จากการประกาศผล “อแมนด้า” สามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายของการประกวด พร้อมด้วยนางงามจากประเทศ จาเมกา โดมินิกัน อินเดีย เปรู ออสเตรเลีย เปอร์โตริโก คอสตาริกา เม็กซิโก และ บราซิล ทำให้แรงเชียร์ยิ่งมีมากขึ้น แต่เมื่อมีการประกาศผลผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในชุดราตรี เป็นสาวงามจาก เม็กซิโก อินเดีย บราซิล โดมินิกัน และ เปรู ปรากฏว่า “อันเดรีย เมซา” นางงามจากเม็กซิโก เป็นผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2020 ครั้งที่ 69 ไปครอง

ส่วนนางงามที่ได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม คือ “ธูซาร์ วินด์ ลวิน” มิสยูนิเวิร์สเมียนมา ที่เป็นผู้ถือป้าย “Pray for Myanmar” หรือ “โปรดสวดมนต์ให้เมียนมา” บนเวทีการประกวดด้วยสีหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความสะเทือนใจในชะตากรรมของเพื่อนร่วมชาติที่เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ประท้วงรัฐประหารในเมียนมา ขณะที่ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯต่างเฝ้าให้กำลังใจกับเธอเป็นจำนวนมาก

หลังจากการประกวดได้สิ้นสุดลง ธูซาร์ วินด์ ลวิน ได้ถูกออกหมายจับจากรัฐบาลรัฐประหารเมียนมา คล้ายกับกรณีของ ฮาน เลย์ มิสแกรนด์เมียนมา ที่เดินทางเข้ามาประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลในประเทศไทย ที่ได้พูดถึงสถานการณ์ในประท้วงในเมียนมา และไม่สามารถกลับไปยังประเทศของเธอได้ สำหรับ”ธูซาร์ วินด์ ลวิน” คาดว่าจะเดินทางไปพำนักยังมหานครนิวยอร์ก

จนกว่าสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมาจะดีขึ้น.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ไล่ “ลุงตู่” ตั้ง “รัฐบาลสร้างชาติ”

 

15 พ.ค.64 ที่อาคารพญาไทพลาซ่า กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นายศิริชัย ไม้งาม และ นายพิชิต ไชยมงคล ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละลาออก เพราะล้มเหลวแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และ การปฏิรูปการเมือง เพื่อเปิดทางให้ตั้ง “รัฐบาลสร้างชาติ” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

โดย นายพิชิต อดีตแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแนวร่วมกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า เรายืนยันต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แต่ตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กลับทำลายความหวังของสังคม ไม่สามารถปฏิรูปประเทศไทยได้เลยแม้สักข้อเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปตำรวจและการปฏิรูปการเมือง

นายปรีดา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลนำเสนอเรื่องการปฏิรูปมาไม่ถูกต้อง 7 ปีมีคนกลุ่มเดียวบริหารประเทศกลับไม่มีการปฏิรูปใดๆ ถ้าต้องการแก้ปัญหาของประเทศให้ได้จริง ต้องได้คนรักชาติ ไม่ใช่รักแต่ปาก ด้าน นายนิติธร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรเสียสละลาออก คำปรารภของรัฐธรรมนูญ 2560 ชี้ให้เห็นถึงวิกฤติประเทศเกิดจากการมีผู้ไม่นำพา หรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ปล่อยให้มีการทุจริตฉ้อฉล บิดเบือนอำนาจ ขาดความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน

ขณะที่ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยต่อข้อเสนอทั้งหมดของ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ “เสียสละลาออกจากนายกฯ” เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา และอยากบอกฝากไปถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ที่ชุมนุมเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศ เปิดช่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐประหารเข้ามามีอำนาจ โดยให้สัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศ แต่ผ่านไป 7 ปี

“พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำตามสัญญา นายสุเทพจะตอบคำถามกับมวลมหาประชาชนว่าอย่างไร?”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Shadow in the Cloud

หนัง ปี 2020 ของ เอนเดฟเวอร์ คอนเทนท์ กำกับโดย โรแซนน์ เหลียง นำแสดงโดย โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์, นิก โรบินสัน, บิวลาห์ คัวเล่, เทย์เลอร์ จอห์น  สมิธ หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชั่น/ทริลเลอร์/สงคราม

เป็นเรื่องราวของ ม้อด การ์เร็ตต์ (มอร์เร็ตต์) ทหารหญิงที่รีบร้อนไปรายงานตัวเพื่อขึ้นเครื่องบินทิ้งระเบิด B-17 ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เดินทางจากโอคแลนด์ นิวซีแลนด์ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติภารกิจลับด้วยการนำกระเป๋าหนังสะพายบ่าใบหนึ่งไปส่งยังซามัว

ด้วยความเร่งรีบในการเดินทางทำให้นักบินจำเป็นต้องรับตัวเธอให้ขึ้นเครื่องโดยไม่เต็มใจ แต่ด้วยปัญหาเรื่องของที่นั่งทำให้เธอต้องไปนั่งยังป้อมปืนบริเวณใต้ท้องเครื่องบิน สำหรับกระเป๋าหนังก็ได้ส่งต่อให้ วอลเตอร์ เควด (สมิธ) เป็นผู้ดูแลแทน

ระหว่างการเดินทางเธอได้พบว่ามีสัตว์ประหลาดขึ้นมาอยู่บนเครื่องบินด้วย และสถานการณ์ก็เริ่มเลวร้ายขึ้นเมื่อฝูงเครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่นได้ปรากฏตัวขึ้นมา เครื่องบินถูกโจมตีอย่างหนัก สัตว์ประหลาดก็ได้นำกระเป๋าของเธอไป ทำให้เธอต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเพื่อนำกระเป๋าใบสำคัญของเธอกลับคืนมาให้ได้

เนื้อหาของหนังดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกันมากนัก เพียงแค่พยายามให้เป็นหนังแอ็กชั่น มีบทสนทนาโต้ตอบที่น่าเบื่อ มีสัตว์ประหลาดแทรกเข้ามาให้สยองขวัญ แล้วก็กลายเป็นเรื่องของซูเปอร์ฮีโร่หญิงให้ได้ชมกันในตอนท้าย

เป็นหนังแอ็กชั่น/ทริลเลอร์ ที่พอดูได้เรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

“วิชา” โต้แย้ง “คำวินิจฉัย” ศาลรัฐธรรมนูญ

 

11 พ.ค.64 นายวิชา มหาคุณ อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณี “บอส อยู่วิทยา” และอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โพสต์เฟซบุ๊กถึง “คำวินิจฉัย” ศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ต้องพ้นสถานะรัฐมนตรี กรณีต้องคำพิพากษาจำคุกคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า

แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียถึงที่สุดว่า ได้กระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดก่อนสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่มิใช่คำพิพากษาของศาลไทย ผู้ถูกร้องจึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) จึงเกิดข้อถกถียงทางวิชาการว่า แนวคำวินิจฉัยดังกล่าว ถูกต้องตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ปี 2560 หรือไม่

หากศึกษาศึกษารายละเอียดในคำปรารภรัฐธรรมนูญ ปี 2560 จะปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า “เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เข้ามามีอำนาจปกครองบ้านเมือง หรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ” เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นที่แน่ชัดว่า ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและขจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีปัญหาด้านจริยธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล มิให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง อันเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดตลอดมา ในการปกครองบ้านเมือง ปัญหาด้านจริยธรรมของผู้บริหารที่ขาดความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชน แต่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง โดยอ้างประชาชนเป็นผู้เลือกให้ทำหน้าที่ ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา ล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน

การตีความโดยเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษรของศาลรัฐธรรมนูญ จึงกระทบกระเทือนต่อภารกิจอันสำคัญยิ่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องเป็นผู้คุ้มครองป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญตามหลักรัฐธรรมนูญนิยม และก่อให้เกิดผลในทางที่ไม่น่าจะเป็น หรือผลประหลาด หรือผลอันไม่คาดคิด…

“รัฐธรรมนูญที่มีปัญหา เพราะประชาชนไม่ได้สถาปนารัฐธรรมนูญ”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

แถลงการณ์ “สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ”

 

11 พ.ค.64 สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงถึงความกังวลใจอย่างยิ่งต่อกรณีการจับกุมผู้สื่อข่าว 3 คน จากสำนักข่าว DVB (Democratic Voice of Burma) พร้อมด้วยผู้ติดตามอีก 2 คน ที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

สมาคมฯขอเรียกร้องให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 ราย ได้รับการปล่อยตัว และได้รับสิทธิในการพักพิงชั่วคราวในประเทศไทยโดยปลอดภัย ทางการไทยต้องไม่ผลักดันผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 รายกลับประเทศเมียนมาโดยเด็ดขาด เพราะบุคคลทั้ง 5 จะถูกทางการเมียนมาจับกุมตัวและดำเนินคดีอย่างแน่นอน

นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. มีประชาชนถูกทางการเมียนมาจับกุมตัวแล้วประมาณ 5,000  ในจำนวนนี้เป็นผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 70 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานที่บ่งชี้ถึงการทรมานและสังหารผู้ถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก และ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งเป็นคณะรัฐประหารของพม่า ได้ออกคำสั่งริบใบอนุญาตของสำนักข่าว DVB พร้อมด้วยสื่ออื่นๆอีก 4 แห่ง ทำให้การรายงานข่าวของสื่อมวลชนเหล่านี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศโดยทันที แต่ผู้สื่อข่าวหลายคนยังยืนหยัดในการทำหน้าที่ต่อ แม้จะตกเป็นเป้าหมายจากสภาบริหารแห่งรัฐก็ตาม

ต่อมาในวันที่ 4 พ.ค. รัฐบาลเมียนมาออกคำสั่งห้ามรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมทั่วประเทศ แสดงถึงความไม่พอใจของรัฐบาลต่อรายงานข่าวของ DVB อย่างชัดเจน เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายสกัดกั้นข้อมูลข่าวสารผ่านสัญญาณดาวเทียมจากสำนักข่าว DVB และสำนักข่าว Mizzima ซึ่งถูกสั่งปิดเช่นกัน

ขณะนี้ ประชาคมโลกกำลังจับตาดูว่าทางการไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อประเด็นเสรีภาพสื่อมวลชนในเมียนมาและการปกป้องบุคคลที่ลี้ภัยจากการปราบปรามอันโหดร้ายของรัฐบาลทหารเมียนมา.

 

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

วิวาทะ “สิระ” – “เหรียญทอง”

 

จากกรณีชาวบ้านเขตหลักสี่ ร้องเรียน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบและคัดค้านการสร้าง รพ.สนาม ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกฏวัฒนะ ในซอยแจ้งวัฒนะ 14

ระหว่างนายสิระลงตรวจสอบพื้นที่ รพ.สนามดังกล่าว พล.ต.นพ.เหรียญทองได้พูดคุยกับนายสิระทางโทรศัพท์ นายสิระถามว่า รพ.สนามที่ทำได้ขออนุญาตฝ่ายใดหรือไม่ “ที่บอกว่ารักษาฟรี ได้มีการไปขอเบิกเงินจาก สปสช.ตรงไหนที่เรียกว่าทำฟรีเพื่อประชาชน” ขณะที่นพ.เหรียญทองพูดว่าไม่ต้องขออนุญาตจากใคร จะทำเพื่อประชาชนและท้าทายให้นายสิระไปฟ้องได้เลย

วันต่อมา (8 พ.ค.) นายสิระ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.เหรียญทอง ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณาและหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน กรณีโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่านายสิระที่เข้าตรวจสอบ รพ.สนามพลังแผ่นดิน เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตและสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกล่าวว่าต้องออกมาปกป้องสิทธิด้วยการแจ้งความ “..ตัวท่านไม่ได้ใหญ่กว่าคนอื่น ไปละเมิดสิทธิคนอื่นและยังโพสต์เฟซบุ๊กดูถูกประชาชน ทั้งที่เขามีสิทธิออกมาแสดงความเห็นว่าไม่ปลอดภัย แทนที่จะมาชี้แจงว่าจะแก้ไขอย่างไร กลับมาบอกกับผมว่า มึงจะมีเรื่องกับกูเหรอ..” นายสิระกล่าว

“วิวาทะ” ระหว่าง “สิระ” กับ “เหรียญทอง” เมื่อเปรียบเทียบกับนักมวยใน “ศึกจ้าวมวยไทย” จะถูกวิจารณ์ไปตามฝีมือคือ “สิระ” ถึงแม้จะแข็งแกร่งเตะต่อยแทงเข่าหนักเข้าตีรุนแรง แต่หน้าเสื่อเป็นรอง จะแพ้ “เหรียญทอง”ที่เสียดสียืดเยื้อดีกว่า

และที่สำคัญคือมี “พี่เลี้ยงและกรรมการ” คอยหนุนหลังอยู่.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

แถลงการณ์ “เครือข่ายประชาชนลุ่มแม่น้ำสาละวิน”

 

จากสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย เครือข่ายประชาชนลุ่มแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกแถลงการณ์ด่วน เรื่องขอให้ชะลอการผลักดันชาวบ้านผู้หนีภัยสงคราม กลับรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา โดยในแถลงการณ์ได้ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยและฝ่ายความมั่นคงไทย ดังนี้

1.ขอให้กระทรวงกลาโหม ในฐานะฝ่ายความมั่นคงไทย ให้ประสานแจ้งเตือนไปยังกองทัพเมียนมาให้ยุติการโจมตีทางอากาศตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาทันที  เพราะการปฏิบัติการโจมตีโดยเครื่องบินของทหารเมียนมาที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนพลเรือนได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ประชาชนในรัฐกะเหรี่ยงต้องลี้ภัยข้ามมายังฝั่งไทยเพื่อความปลอดภัย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อชุมชนไทยตามชายแดนไทยอีกด้วย

2.ขอให้ฝ่ายความมั่นคงไทย ผ่อนปรนให้ที่พักอาศัยชั่วคราวแก่ผู้หนีภัยสงคราม เพื่อความปลอดภัยตามหลักมนุษยธรรม และเปิดช่องให้มีการช่วยเหลือเยียวยาด้านมนุษยธรรมเป็นการด่วน เนื่องจากกลุ่มผู้หนีภัยที่พักพิงชั่วคราวเวลานี้ มีทั้งเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ผู้ป่วย สตรีมีครรภ์ มีอาการเจ็บป่วย ท้องเสีย มาลาเรีย

3.ขอให้มีมาตรการผ่อนปรน เปิดพื้นที่ในการบริหารจัดการบูรณาการหลายฝ่าย ในการควบคุม ช่วยเหลือดูแลผู้ลี้ภัยตามหลักมนุษยธรรม ให้สาธารณะรับรู้กระบวนการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา และสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องมากกว่าการสกัดกั้น ปิดช่องทางการสื่อสารและความช่วยเหลือ

4.ขอให้จัดที่พักพิงชั่วคราวที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่ผู้หนีภัยจากการสู้รบ ตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากชาวบ้านเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มเปราะบาง เด็ก คนแก่  และ 5.ขอให้ยุติการผลักดันชาวบ้านกลับไปสู่ความตาย การผลักดันผู้หนีภัยกลับสู่อันตราย หลักการไม่ส่งกลับ ถือเป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่จำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตาม.

 

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“กลุ่มเยาวชนเมียนมา” เข้าค่าย “เคเอ็นยู” ฝึกยุทธวิธี

 

7 พ.ค.64 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานถึงสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในเมียนมาว่า พ.ต.ค่อง เหต สั่น โฆษกสภารัฐบาลทหารเมียนมา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เฉพาะกิจว่า เราจะให้ความร่วมมือกับผู้แทนอาเซียน หลังจากที่เราบรรลุความมั่นคงแลเสถียรภาพในระดับที่มั่นใจเท่านั้น รัฐบาลทหารเมียนมาจะพิจารณาข้อเสนอแนะของที่ประชุมอาเซียนที่เหล่าบรรดาผู้นำและผู้แทนรัฐบาลอาเซียนให้ข้อเสนอเชิงบวกแก่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย แต่จะปฏิบัติตามหรือไม่นั้นอยู่กับสถานการณ์และประโยชน์ต่อวิสัยทัศน์ของประเทศ

พร้อมกันนี้ โฆษกรัฐบาลทหารยังได้กล่าวถึงการสลายการชุมนุมประท้วงว่า “เป็นการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายที่มุ่งทำลายความมั่นคงของประเทศ” และว่ามีการจับกุมผู้ใช้ความรุนแรงมากกว่าที่ทางการได้แจ้งต่อสาธารณะ ขณะที่ สมาคมช่วยเหลือนักโทษในเมียนมา (เอเอพีพี) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจาการปราบปรามไปแล้ว อย่างน้อย 769 ศพ มีประชาชน นักการเมือง สื่อมวลชนถูกจับกุมไปกว่า 3,700 คน

ล่าสุด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สถานการณ์ในเมียนมาในขณะนี้ ได้มีกลุ่มเยาวชน บุคลากรทางการแพทย์กว่า 200 คน ได้ตัดสินใจเข้าป่าเพื่อเข้าร่วมฝึกยุทธวิธีและการใช้อาวุธที่ค่ายทหารของ กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ตั้งแต่การเตรียมพร้อมของร่างกาย การใช้ปืน ระเบิด ไปจนถึงการประกอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งคนเหล่านี้จะได้นำความรู้ต่างๆไปถ่ายทอดให้กับกลุ่มอื่นๆต่อไป

สถานการณ์ประท้วงในเมียนมามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด “สงครามกลางเมือง”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Nobody

หนัง ปี 2021 ของ ยูนิเวอร์แซล กำกับโดย อิลย่า ไนซูลเลอร์ นำแสดงโดย บ็อบ โอเดนเคิร์ก คอนนี่ นีลเซ่น, คริสโตเฟอร์ ลอยด์, เจ พี มาโนซ์, อเล็กซ์เซย์ เซเรเบรียคอฟ, เกจ มันโรว์ หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ดราม่า/อาชญากรรม

เป็นเรื่องราวของ ฮัทช์ แมนเซลล์ (โอเดนเคิร์ก) บุคคลที่ไม่มีความสำคัญอะไร ใช้ชีวิตปกติธรรมดากับ เบ็คก้า (นี(นีลเซ่น) และ เบลก (มันโรว์) ลูกชายวัยรุ่นของเขา  ที่ตื่นเช้าขึ้นมาก็ออกไปวิ่ง บางวันก็นำเอาขยะออกไปทิ้งซึ่งมักจะไม่ค่อยจะทันกับรถที่มาเก็บขยะ คืนวันหนึ่งได้มีหัวขโมยสองคนบุกรุกเข้าไปในบ้านของเขา

เขามีความรู้สึกที่ไม่อยากจะให้เกิดความรุนแรงขึ้นเลยคิดปฏิเสธที่จะป้องกันลูกชายและครอบครัวของเขา เลยทำให้ลูกชายวัยรุ่นและภรรยาของเขาที่ดูเหมือนว่าจะทำตัวห่างเหินจากเขาออกไปมากขึ้น ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงได้ไปกระตุ้นสัญชาติญาณภายในที่อำมหิตและโหดร้ายของเขาได้กลับคืนมาอีกครั้ง

จาก “บุคลธรรมดา” เขาได้กลายเป็นนักสู้ที่เก่งกาจ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับ ยูเลียน (เซเรเบรียคอฟ) มาเฟียรัสเซียจอมโหดที่มีความชื่นชอบในเสียงดนตรีและการร้องเพลง อีกทั้งเป็นผู้ดูแลการเงินของแก๊งที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาของความขัดแย้งขึ้น เขากับยูเลียนจึงได้มีการเผชิญหน้าตกลงกันถึงเส้นทางของแต่ละคนว่าจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร

เป็นหนังแอ็กชัน/อาชญากรรมที่สนุกตื่นเต้นน่าดูมากเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น