กู้เงินเพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาท?

 

จากกรณี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท เพื่อประคองให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งหากมีการกู้เงินก็จะช่วยทำให้จีดีพีของไทยเฉลี่ย 5 ปีข้างหน้า สามารถขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% แต่หากไม่มีการกู้เงินเพิ่มเติม อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ภาพการขยายตัวของ จีดีพีในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตได้ไม่ถึง 3%

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง  กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการกู้เงินเพิ่มเติมดังกล่าวตามที่ ธปท.เสนอมา เนื่องจากยังมีเม็ดเงินสามารถใช้บริหารจัดการในช่วงสถานการณ์โควิด จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 500,000 แสนล้านบาท ยังเพียงพอต่อการเยียวยาสถานการณ์โควิดอยู่ในขณะนี้

“ในเบื้องต้นจะต้องดูแลแผนการใช้เงินกู้ตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) กำหนดไว้ก่อน รวมถึงจะต้องดูวงเงินตามแผนงานและมาตรการที่จะใช้ในการดูแลประชาชนเพิ่มเติมกรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ลากยาวออกไปด้วย”

“กรณีที่มีการเสนอการจัดตั้งกองทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องผู้ประกอบการท่องเที่ยวในวงเงินจำนวน 10,000 ล้านบาท ตามที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาเสนอก็ยังไม่ได้เข้ามาหารือกันแต่อย่างใด” นายอาคมกล่าว

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่ระบาดในรอบแรก ประเทศของเราได้รับคำชมเป็นอย่างมากว่า ระบบสาธารณสุขยอดเยี่ยมอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก มาจนกระทั่งวิกฤติการแพร่ระบาดที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้ ประเทศของเรากลับมีผู้ติดเชื้อในประเทศติดอยู่ในระดับท็อปเท็นของโลกไปได้

ระบบสาธารณสุขที่ว่าดีที่สุดในระดับต้นๆของโลกนั้น มีปัญหาอะไรกันขึ้นหรือ?

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

รปห.ในเมียนมา ปปช.ถูกสังหารกว่าพันศพ

 

18 ส.ค.64 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลเผด็จการเมียนมาสังหารเสียชีวิตนับจากเกิดเหตุรัฐประหารยึดอำนาจจาก นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ไปแล้ว 1,006 ศพ

นายโก โบ จี เลขาธิการร่วมของ เอเอพีพี กล่าวว่า ตราบใดที่กองทัพเมียนมายังอยู่ในอำนาจก็จะยังคงเดินหน้าสังหารเยาวชน ผู้ชำนาญการ เช่น หมอ ครู ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ที่เป็นอนาคตของประเทศและความหวังของการเป็นประชาธิปไตย พร้อมกล่าวหาเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ใช้การระบาดของโควิด-19 เป็นอาวุธท่ามกลางการระบาดอย่างหนักที่ขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 363,000 ราย เสียชีวิตอีก 13,786 ราย ตามโรงพยาบาลหลายแห่งขาดบุคลากรทางการแพทย์เพราะออกไปชุมนุมไล่รัฐบาลทหารเมียนมา ผู้ที่ติดเชื้อก็ไม่ไปโรงพยาบาลที่เป็นของรัฐ

ขณะที่โฆษกรัฐบาลทหารแถลงว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ เอเอพีพี ระบุนั้นเป็นคัวเลขที่เกินจริง โดยระบุด้วยว่ามีสมาชิกในกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลถูกสังหารเสียชีวิตเช่นกัน แต่ทางเอเอพีพี ไม่ได้นำตัวเลขดังกล่าวนับรวมเข้าไปด้วย

การรัฐประหารยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา ประชาชนชาวเมียนมาได้ออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารกันทั่วประเทศ การปราบปรามที่รุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ประชาชนชาวเมียนมาจะต้องถูกสังหารกันต่อไปอีกกี่พันศพ?.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

งบประมาณของ “กลาโหม”

 

18 ส.ค.64 จากการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระที่ 2-3 ช่วงการอภิปราย มาตรา 8 งบประมาณของกระทรวงกลาโหม วงเงิน 92,753,279,000 ล้านบาท ส.ส.ฝ่ายค้านได้อภิปรายคัดค้านกันอย่างกว้างขวาง เสนอให้ตัดงบที่ไม่จำเป็นในช่วงของสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ในฐานะ กมธ.งบประมาณ อภิปรายว่า ขอตัดงบ 26,700 ล้านบาท กองทัพไม่ควรซื้ออาวุธในวันที่ประชาชนตายเป็นใบไม้ร่วง และประชาชนต้องการวัคซีนมากกว่ากระสน แม้กองทัพเรือจะถอนวาระซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 แต่ยังมียุทโธปกรณ์เกี่ยวกับเรือดำน้ำอยู่ เช่น โรงจอดเรือดำน้ำ เรือเอนกประสงค์ยกพล โดรนลาดตระเวนชายฝั่ง รวมงบผูกพัน 1.4 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อเครื่องชุดสนามของกองทัพบก 12 รายการ อาทิ เสื้อกันฝนลายพราง ถุงผ้าสนาม กระโจมบุคคล กระติกน้ำ เข็มขัดสนาม พลั่วสนาม หม้อสนาม พลั่วสนาม เป้ ราคาขายใน Shopee คนทั่วไปซื้อได้ราคา 6,775 บาท แต่ ทบ.ตั้งราคากลางชุดละ 14,858 บาท จัดซื้อ 2,429 ชุด เป็นเงิน 36 ล้านบาท เป็นโครงการ “ช็อปดีมีทอน ช็อปมั่วมีคุก” ขอให้มีสามัญสำนึก ใช้จ่ายงบฯ

หลังการอภิปราย กมธ.เสียงข้างมากขอยืนยันมาตรานี้ไว้เช่นเดิม ด้วยการลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนน 226 ต่อ 123 คะแนน ถึงแม้คะแนนโหวตจะแพ้ แต่การพิจารณาตัดงบของกระทรวงกลาโหมก็น่าจะปรับลดได้อีกมากกว่านี้

ในช่วงของสถานการณ์วิกฤติโควิด เรายังจะคิดเรื่องของการรบกันอยู่อีกหรือ?.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“สปิริต” กับ “จิตบริจาค” ในยุคโควิด-19

 

15 ส.ค.64 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร หรือ “ผู้ว่าฯปู” ได้โพสต์เฟชบุ๊กถึงประเด็นสำคัญถึงคำสั่งโยกย้ายผู้ว่าราชการในระยะนี้ที่ไม่ปรากฏชื่อว่า “อยากย้ายเช่นกัน เหตุผลก็คือ สุขภาพของผมไม่แข็งแรง ออกพื้นที่ได้ไม่มาก ไปมาไม่สะดวก หลายคนเป็นห่วงออกจากศิริราชแล้วร่างกายไม่เหมือนเดิมเลย”

“คุณหมอบอกว่าผมเครียดหนัก พักผ่อนน้อย ต้องถนอมชีวิตมากกว่านี้ ขณะที่งานในสมุทรสาครไม่เครียดคงไม่ได้ กระทรวงบอกว่าผมทำงานมากเกินไป จะย้ายให้ไปอยู่จังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น ผมเป็นห่วงชาวบ้าน ก่อนถึงฤดูโยกย้ายขอผมเป้นพนักพิงให้ชาวบ้านอบอุ่นใจก่อนว่า เรายังไม่มีไปไหน พร้อมเผชิญเรื่องร้ายๆไปด้วยกัน ผมเกษียณปีหน้าครับ”

“ผมควรใช้ชีวิตก่อนเกษียณที่สงบกว่านี้ ลาออกเถอะ บ้านเมืองย่อมมีคนมาทำงานได้ อย่าไปห่วงจนเกินตัว และนึกถึงคำของลูกสาวที่ปลอบว่า พ่อต้องดูสุขภาพและความรู้สึกพ่อเป็นหลัก พ่ออยู่ในราชการอีกแค่ปีเดียว แต่อยู่ในชีวิตหลังเกษียณอีกหลายปี..” ผู้ว่าฯปู ระบุ และ นอกจากนี้ยังได้โพสต์ด้วยว่า จะยื่นใบลาออกในวันที่ 16 ส.ค.นี้

ในขณะเดียวกัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. ยินดีมอบเงินช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนและประชาชนด้านการศึกษาจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะไม่รับเงินเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน

การประกาศลาออกของ “ผู้ว่าฯปู” ก็ถือว่าเป็น “สปิริต” ของผู้บริหารที่น่าชื่นชม การที่ รมว.และ รมช.ศธ. ประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ก็ถือว่าเป็น “จิตบริจาค” ที่น่ายินดีและชื่นชมเช่นเดียวกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศบริจาคให้ก่อนหน้านี้แล้ว

เรื่องของ “สปิริต” และ “จิตบริจาค” นี้ ได้มีเสียงจากประชาชนบางส่วนกล่าวถึงกันมาก่อนหน้านี้กันมากว่า

เหล่าบรรดา “ส.ว.” ทั้งหลายควรที่จะ “สละเงินเดือน” ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตินี้ด้วย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

16 ส.ค.64 ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้า พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อม พรรคร่วมฝ่ายค้าน (พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเสรีรวมไทย) ร่วมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 6 คน ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ประธานสภาฯบรรจุญัตติเข้าสู่การประชุมสภาฯ โดยรัฐมนตรีที่ขอเปิดอภิปรายได้แก่

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประเด็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจของแต่ละคน คือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลไร้ภูมิปัญญา ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรม และไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน นายอนุทิน บริหารงานกระทรวงสาธารณสุขล้มเหลวอย่างร้ายแรง แสวงหาผลประโยชน์จากการจัดการวัคซีนและกระจายวัคซีนโดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพของวัคซีน

นายศักดิ์สยาม ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มุ่งแต่แสวงหาและกอบโกยผลประโยชน์ผลประโยชน์ ปล่อยให้เกิดทุจริต  นายเฉลิมชัย บริหารงานด้านการเกษตรล้มเหลวทั้งระบบ มีส่วนได้ส่วนเสียในผลประโยชน์ที่กำกับดูแล นายสุชาติ ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  จงใจแสวงหาผลประโยชน์ นายชัยวุฒิ ใช้ตำแหน่งหน้าที่และสื่อของรัฐเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง มุงประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประเทศชาติละประชาชน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบจากฝ่ายค้านในสมัยก่อนอาจจะดูไร้สาระ น่าเบื่อหน่าย แต่ในปัจจุบัน ส.ส.ฝ่ายค้านมีการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ มีการนำข้อมูลข้อผิดพลาดของรัฐบาลมาเปิดโปงให้ประชาชนทราบกันมากยิ่งขึ้น

วันและเวลาของการอภิปรายคาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ยื่นฟ้อง “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจ “ขัด” รัฐธรรมนูญ

 

10 ส.ค.64 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กรณีใช้อำนาจโดยมิชอบออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ตามมาตรา 9  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ที่ ป.ป.ช.

นายสุทินกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า การกระทำของนายกฯ มีความผิด 4 กระทง คือ 1.จำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคลด้านข้อมูลข่าวสาร ตาม มาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญ 2.กระทำผิดตามมาตรา 172 พ.ร.บ.ป.ป.ช. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 3.ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 4.ผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรง จึงได้มายื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนดำเนินคดีนายกฯ หากวินิจฉัยพบว่ามีความผิดให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามข้อกำหนดที่ ที่ 31 ยกเลิกข้อกำหนดที่ 29 ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้บังคับใช้และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.เป็นต้นไป

ด้าน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ว่า ป.ป.ช.จะตรวจสอบคำร้องว่า เข้าองค์ประกอบอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ แล้วจะส่งต่อสำนักไต่สวนทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีความผิดตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.ไต่สวนตามความผิดทั้ง 4 กระทงหรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

กรณีศึกษา: เมียนมา-อัฟกานิสถาน

 

ประเทศที่ “ด้อยพัฒนา” หรือที่เรียกกันใหม่ว่า “กำลังพัฒนา” นั้น ส่วนมากมักจะมีปัญหาเรื่องของแย่งชิงอำนาจเพื่อความเป็นใหญ่ในการเป็นผู้ปกครองหรือบริหารบ้านเมือง จากอาณาจักรเล็กเป็นอาณาจักรใหญ่ จากประเทศเป็นสาธารณรัฐ จากผู้นำเผด็จการ ผู้นำที่เป็นสมมติเทพ  และมีนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีเป็นผู้นำของรัฐ

ประเทศในแถบทวีป เอเชีย แอฟริกา อีกทั้ง ละตินอเมริกา มักจะมีปัญหาในเรื่องของการแย่งชิงอำนาจจากผู้ปกครองบ้านเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย (ที่ถือกันว่าดีที่สุดในปัจจุบัน) ด้วยการปฏิวัติ รัฐประหารกลายเป็นผู้นำเผด็จการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ที่เราเรียกกันว่า “วงจรอุบาทว์”

“เมียนมา” เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีหลากหลายชาติพันธุ์ทั้งกลุ่มใหญ่และกลุ่มน้อยแย่งชิงอำนาจซึ่งกันและกันเพื่อขึ้นมาเป็นใหญ่ในการปกครองประเทศ กลุ่มที่มีอาวุธมากกว่าหรือเข้มแข็งกว่ามักจะได้รับชัยชนะจากการยึดอำนาจ เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง แล้วก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหารสับเปลี่ยนกันอยู่บ่อยครั้ง

“อัฟกานิสถาน” เป็นประเทศในกลุ่มเอเชียกลางที่มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ทั้งกลุ่มใหญ่และกลุ่มน้อยแย่งชิงอำนาจกันเช่นเดียวกับเมียนมา หลังจากการยึดครองของอังกฤษโค่นล้มระบอบกษัตริย์ก็ได้เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ มีการรัฐประหารเปลี่ยนการปกครองเป็นรัฐสังคมนิยม ถูกโซเวียตเข้ายึดครอง หลังจากนั้น กลุ่มตาลิบัน ก็เข้ายึดประเทศเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ

เมียนมา ล่าสุด เกิดการรัฐประหาร (1 ก.พ.64) มีการประท้วงจากนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศที่คาดว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตร่วม 1,000 ศพ จนถึงปัจจุบัน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ได้ตั้งตนเป็นรัฐมนตรี มีการออกแถลงการณ์แสดงความชื่นชมเนื่องในโอกาสครบรอบ 54 ปี การก่อตั้ง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ขณะที่ อัฟกานิสถาน กองกำลังติดอาวุธ ตาลีบัน ก็ได้บุกรุกคืบยึดหัวเมืองต่างๆอย่างหนัก สืบเนื่องจากกรณีกองทัพสหรัฐฯและพันธมิตรชาติตะวันตกประกาศถอนกำลังรบออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ “ขอให้เข้าใจว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯได้ใช้งบประมาณหลักพันล้านดอลลาร์ (33ล้านล้านบาท)ไปกับอัฟกานิสถาน ทั้งการช่วยฝึกซ้อม ติดอาวุธทันสมัยให้กับกองทัพอัฟกานิสถาน…” นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลง

สถานการณ์การต่อสู้ใน “เมียนมา” และ “อัฟกานิสถาน” จะเป็นอย่างไรในอนาคต

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุข…??

 

จากกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีผู้บริหาร กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการนำเสนอร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 พ.ศ….ในที่ประชุม ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ความคุ้มครองกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและบริหารวัคซีนโควิด-19 ไม่ต้องรับผิดทางทั้งทางแพ่ง-อาญา ทางวินัย และการละเมิดของเจ้าหน้าที่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะให้ผู้รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการ การจัดการทางการแพทย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานโควิด-19 ทั้งหมดได้ปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุขของประเทศ

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณา-อดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการชี้แจงของนายอนุทินว่า การนำเอาบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ามาเป็นข้ออ้างเหมาเข่งนิรโทษกรรมให้รัฐบาลทั้งสิ้น บุคคลในระดับนโยบายควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่ากลัว ถ้าไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด การรวบรัดตัดตอนออกเป็น พ.ร.ก.สะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากล เป็นพฤติกรรมเยี่ยงคณะรัฐประหารที่อ้างความดีและขี้ขลาดหวาดกลัวในข้อเท็จจริง หากเขียนเพื่อให้บุคลากรด่านหน้าสบายใจควรออกเป็น พ.ร.บ.เขียนขอบเขตให้ชัดเจนว่าบุคลากรด่านหน้าเท่านั้น

ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดฯ แม้หัวข้อกฎหมายจำกัดไว้เพียงบุคลากรสาธารณสุข แต่มีจุดมุ่งหมายรวมการนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้รัฐบาลหรือไม่ เปิดดูเนื้อหาสอดไส้ การจำกัดความผิด รวมถึงบุคคล คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน หมายถึง ศบค.ทั้งองคาพยพและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ยืนยันว่า ร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ต้องรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน

และต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดูในรายละเอียดเพื่อความรอบคอบต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ข้อกำหนด” ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ?

 

จากกรณีรัฐบาลออกข้อกำหนด ฉบับที่ 27 ข้อ 11 และข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งประกอบด้วย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ได้ออกแถลงการณ์และยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกร้องให้ยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว ถ้าหากนายกฯยังเพิกเฉยทั้ง 6 องค์กรสื่อจะเพิ่มมาตรการทางด้านกฎหมายและทางด้านสังคมจนถึงที่สุด

“ที่ผ่านมาองค์กรสื่อทำงานร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รวมทั้ง ศปก.ศบค. อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางไลน์อยู่แล้ว ขอยืนยันผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นด้วยกับรัฐบาลที่สกัดกั้นข่าวปลอมไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากจากข้อเท็จจริง” นายชวรงค์ กล่าว

การที่ 6 องค์กรสื่อ (?) ออกแถลงการณ์และยื่นจดหมายเปิดผนึกที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกข้อกำหนดที่กล่าวว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงคุกคามสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เป็นไปในลักษณะของการ “ขอร้อง” ที่ว่า “ที่ผ่านมาองค์กรสื่อให้ความร่วมมือในการเสนอข่าวมาโดยตลอด”

ขณะที่ ภาคีนักกฎหมายและตัวแทนสื่อมวลชนออนไลน์ 12 ราย ได้เป็นผู้ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.ที่ออกข้อกำหนด ต่อศาลแพ่ง (2 ส.ค.) และ ศาลแพ่งก็ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า ข้อกำหนดดังกล่าว เป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีข้างต้นก็ต้องขอขอบคุณ ภาคีนักกฎหมายและสื่อออนไลน์ทั้ง 12 ราย รวมทั้งศาลแพ่งที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้บัญญัติคุ้มครองไว้

หลังจากที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองแล้ว ขอให้ภาคีนักกฎหมาย สื่อออนไลน์ และสื่อมวลชนทั้งหลาย

ช่วยกันตีแผ่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกข้อกำหนดที่ “ลุแก่อำนาจ” ปิดปากสื่อมวลชนและประชาชนให้ได้รับรู้กันด้วย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ข้อกำหนด” ที่ขัดรัฐธรรมนูญ?

 

จากกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งห้าม จำเลย (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.) ดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 เป็นการชั่วคราวตามที่ภาคีนักกฎหมายและตัวแทนสื่อมวลชนออนไลน์ 12 ราย ยื่นฟ้อง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อกำหนด ข้อ 1 ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เป็นการลิดรอนเสรีภาพของโจทก์และประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติคุ้มครองไว้  (ม.34, 35 วรรคหนึ่ง และ ม.26) และ ข้อ 2 ที่ให้อำนาจระงับให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) ให้อำนาจ นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดให้ดำเนินการระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ต เป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ ละเมิดกฎหมายจนเป็นนิสัย ปล่อยให้ประชาชนสู้กับโควิด-19 ด้วยการจัดซื้อวัคซีนเอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แทนที่จะสำนึกผิด กลับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดปากประชาชนไม่ให้วิจารณ์

“พรรคเพื่อไทยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้าว่าจะดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ต่อศาลคดีอาญาทุจริต และหารือฝ่ายกฎหมายยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ ก่อนที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องขึ้นศาลคดีอาญาทุจริตและยื่นถอดถอน จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบ หากเป็นรัฐบาลที่มีสำนึกประชาธิปไตย เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ต้องลาออก” นายสุทินกล่าว

ประเทศเรามีรัฐธรรมนูญใช้เป็นหลักในการปกครองแต่ทำไมยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออก “ข้อกำหนด” มาบังคับกันอีก.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม | ใส่ความเห็น