“กกร.” เสนอ “9 มาตรการ” ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ เปิดเผยหลังการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย ส.อ.ท. หอการค้าไทย และ สมาคมธนาคารไทย ประจำเดือน พ.ค. ว่า กกร. ได้สรุป 9 มาตรการที่ต้องเสนอรัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อดูแลเศรษฐกิจ รักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของ เอสเอ็มอี และดูแลประชาชน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน รวมทั้งเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงสุดในรอบ 10 ปี

“9 มาตรการ” จากที่ประชุม เริ่มจาก 1.ขอให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินระดับ 35 บาท เป็นเวลา 3 เดือน 2.ขยายเวลาลดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล อีก 3 เดือน 3.ลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่จำเป็น เช่น ราคาปุ๋ยที่แพงมาก ควรพิจารณาลดภาษีนำเข้าและเพิ่มโควตาการนำเข้าสินค้าที่จำเป็นด้วย

4.มาตรการเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ อยากให้ภาครัฐเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ทำได้ทันที 5.เร่งโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ทันที วงเงิน 1,200-1,500 บาท ซึ่งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 6.ขอให้ขยายจำนวนสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน

7.ผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะสถานบันเทิง 8.ลดภาระให้ผู้ประกอบการ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งปัจจุบันจะเรียกเก็บ 100% จากปีที่ผ่านมาคิดเพียง 10% 9.การเปิดประเทศโดยสมบูรณ์ การส่งเสริมและอำนวยความสะดวก จัดกิจกรรมและดูแลค่าเงินบาทให้เหมาะสม

ทั้ง “9 มาตรการ” ข้างต้น ก็ถือว่าเป็นข้อเสนอในมุมมองของ “กกร.” ที่รัฐบาลควรจะให้ความสนใจและพิจารณาออกมาตรการต่างๆโดยเร่งด่วนเพื่อดูแลเศรษฐกิจ และคนไทยทั้งประเทศ

ที่เดือดร้อนจากปัญหา “น้ำมันขึ้นราคา” และ “ของแพง” ไปทั่วทั้งแผ่นดิน อยู่ในขณะนี้.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ของขวัญผู้สูงอายุ” ในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 65

 

10 พ.ค.65  นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) และ คณะผู้บริหาร สธ. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของขวัญผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 65 “สาธารณสุขห่วงใย มอบของขวัญผู้สูงวัย ในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2565” เพื่อให้ผู้สูงอายุกว่า 10 ล้านคน ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร ด้วยของขวัญ 3 ชิ้น ในระบบบริการสุขภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ รัฐบาลมีความห่วงใยสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ โดยของขวัญในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2565 จะเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care ) ปี 2564 พบว่า มีตำบลที่มีระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 6,636 ตำบล จากทั้งหมด 7,255 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 91.47  และมีผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลตาม Care Plan  จำนวน 345,037 คน ดังนั้น ในปี 2565 ทางกรมจะสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ โดยผู้บริบาลผู้สูงอายุในระบบการดูแลในระยะยาว ได้แก่ ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) จำนวน 16,000 คน และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) จำนวน 100,000 คน เพื่อดูแลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

“ของขวัญผู้สูงอายุ” ในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 65 ด้วยของขวัญ 3 ด้าน ตั้งแต่การคัดกรองความเสื่อมของร่างกาย โปรแกรมชะลอความเสื่อมของร่างกาย และ การสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ ก็ถือว่าเป็นนโยบายของ สธ. และรัฐบาลที่น่าชื่นชม ที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ไม่ได้คิดว่า “ผู้สูงอายุ” เป็นภาระในเรื่อง “งบประมาณ” ให้กับรัฐบาล.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“รัฐบาลรัฐประหาร” กับ “รัฐบาลเลือกตั้ง”

 

หลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 โดยกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร” ยึดอำนาจการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ ระบอบประชาธิปไตย โดยมี พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ถือกันว่าเป็น “รัฐบาล” ชุดแรกของประเทศไทย

รัฐบาลชุดแรกบริหารราชการแผ่นดินตามระบอบใหม่ได้ไม่นาน ก็ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสภาระหว่าง “รัฐบาล” กับ “คณะราษฎร” ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร โดย พระยาพหลพยุหเสนา และได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี

จากนั้น “ฝ่ายทหาร” กับ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ก็ได้เข้ามาเป็น “รัฐบาลรัฐประหาร” กับ “รัฐบาลเลือกตั้ง” กันไปมา ฝ่ายทหาร ก็เช่น จอมพล ป., พล.ร.ต.ถวัลย์, จอมพลถนอม, จอมพลสฤษดิ์, พล.อ.เกรียงศักดิ์ พล.อ.เปรม ฝ่ายการเมือง เช่น นายทวี บุณยเกตุ, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, นายปรีดี พนมยงค์, นายพจน์ สารสิน, นายสัญญา ธรรมศักดิ์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เมื่อมีรัฐประหารก็ได้มีการฉีก ร่าง ประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่กันมาโดยตลอด เริ่มจาก พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 มาจนถึง ฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560  ซึ่งทำให้ประเทศของเรามีรัฐธรรมนูญใช้กันมากถึง 20 ฉบับ

เมื่อรัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะถูกร่างขึ้นมาโดยคณะรัฐประหาร มีการกำหนดเงื่อนไขกติกาต่างๆขึ้นใหม่ตามลักษณะที่ต้องการ ที่ผ่านมามีเพียง รัฐธรรมนูญ ปี 2540 (ฉบับที่ 16) เท่านั้น ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”  เพราะมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการรัฐประหาร ก็ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป ซึ่งทำให้เรามีรัฐธรรมนูญใช้เพิ่มอีก 4 ฉบับ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ.2560 ฉบับปัจจุบัน (ฉบับที่ 20) นี้ เป็นผลพวงจากการรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการพูดกันมากว่า เป็นธรรมนูญที่ ออกแบบมาเพื่อพวกเรา หรือ ฉบับสืบทอดอำนาจ ของ คสช.

“ทหาร” เข้ามาเป็น “รัฐบาลรัฐประหาร” ได้ก็เพราะใช้ “อำนาจ” จากอาวุธ สำหรับ “นักการเมือง” เข้ามาเป็น “รัฐบาลเลือกตั้ง” ก็ด้วย “อำนาจ” จากประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

การเมืองไทยที่ล้มลุกคลุกคลานกันอยู่ทุกวันนี้ เกิดจาก “ทหาร” หรือว่า “นักการเมือง”ไม่มีคุณภาพกันแน่?

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ป.ป.ท.” กับ “ปปง.”

 

ป.ป.ท.” หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ นี้ มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกระดับ รับเรื่องร้องเรียนเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในโครงการต่างๆของภาครัฐ ไต่สวนและวินิจฉัย “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น และสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริต

การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของบุคลากรในภาคราชการเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง ถึงแม้ว่าจะมี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  แต่ ป.ป.ช. ก็มีเรื่องในความรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังเป็น “องค์กรอิสระ” ที่รัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้มีมติ (5 มิ.ย.44) ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรฝ่ายบริหาร” เพื่อทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ขึ้น

สำหรับ “ปปง.” หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นส่วนราชการที่ “ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี”  มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฟอกเงิน

ปปง. เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มี เลขาธิการ ปปง. เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการทุจริตได้ที่เว็บไซต์ของ ปปง. หรือ สายด่วน 1710

ประเทศของเรามีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมากมายหลายหน่วยงาน มีการใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชนไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

แต่ทำไม “การทุจริตโกงกิน” จึง “ไม่ลดลง” กันไปบ้างเลยก็ไม่รู้?

โพสท์ใน การเมือง, ข่าวสาร, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“โครงการท่อส่งน้ำ EEC” ส่อแววทุจริต?

 

จากกรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหน.พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กรมธนารักษ์ เลื่อนการลงนามกับ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในการบริหารโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาทว่า คงต้องชะลอเรื่องที่จะที่จะยื่นเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ราย ต่อ ป.ป.ช.ไว้ก่อน แต่ได้ยื่นเรื่องต่อ นายไชยา พรหมา ประธาน กมธ.ศึกษาและติดตามการบริหารงบประมาณสภาฯ ให้ตรวจสอบความโปร่งใส รวม 8 ประเด็น

“สิ่งที่ผิดปกติชัดเจนคือ เหตุใดไม่มีการเปิดประมูลโครงการแบบอีบิดดิ้งให้ทุกบริษัทเข้ามาแข่งขัน แต่กลับใช้วิธีเรียกมาแค่ 5 บริษัท แข่งขันเสนอราคา และสรุปให้ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะ เพราะถ้าเปิดให้บริษัทใหญ่อื่นๆ อย่างเช่น อิตาเลียนไทย ช.การช่าง หรือ ชิโนไทย เข้าร่วมประมูลด้วย อาจเสนอให้ผลประโยชน์ต่อรัฐมากกว่าบริษัทวงษ์สยามฯ” นายยุทธพงศ์กล่าว

ขณะที่ นายไชยา พรหมา ประธาน กมธ.ศึกษาและติดตามงบประมาณสภาฯ กล่าวว่า ในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 09.30 น. ได้ทำหนังสือเชิญ กรมธนารักษ์ เลขาธิการอีอีซี กรรมการผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการประกวดราคา และหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมยืนยันการตรวจสอบของ กมธ. “ยึดหลักความถูกต้อง” ไม่ใช่ตรวจสอบเพราะเป็นประเด็นการเมืองทำลายฝ่ายใด “ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งเพราะถ้าไม่มีประเด็นข้อสงสัยจริง เหตุใดต้องเลื่อนการลงนามออกไป”

ด้าน นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนเพราะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงตัดสินใจเลื่อนการลงนามออกไป เพื่อให้เกิดความสบายใจและความเข้าใจของสังคม “ไม่มีคำสั่งจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพราะอำนาจตัดสินใจอยู่ที่อธิบดีกรมธนารักษ์”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่าได้มีการสั่งการให้มีการตรวจสอบไปเรียบร้อยแล้ว และทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

ทุกโครงการของรัฐจะต้องปลอดจาก “การทุจริตและประพฤติมิชอบ”อย่างแท้จริง.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“บก.ปปป.” กับ “ป.ป.ช.”

 

จากกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ให้เอาผิด 2 นายพลตำรวจ “คดีแตงโม” ในความผิดตาม มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 184 และ มาตรา 200 ช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษอาญาทางอาญาฯ ที่ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสำนวนคดี เมื่อ 26 เม.ย. ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ

“บก.ปปป.” หรือ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นี้ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สังกัด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)  ประชาชนที่พบปัญหา เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตหรือประพฤติมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ บก.ปปป.

สำหรับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็น หน่วยงานอิสระ ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง เป็นองค์กรหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีหน้าที่ ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน “ป.ป.ช.” มีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ (02-258-4800) เว็บไซต์ สายด่วน ป.ป.ช. (1205) หรือ ยื่นข้อร้องเรียนด้วยตัวเองโดยตรงถึงเลขาธิการ หรือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

ทั้งสองหน่วยงานเป็นองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ.

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“คดีแตงโม” มีการฟ้องร้องกันไปมาหลายคดี

 

2 พ.ค.65 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 ในความผิด มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 184 และ มาตรา 200 ช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษทางอาญาฯในคดีแตงโม ภัทรธิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์ พลัดตกสปีดโบ๊ตเสียชีวิต ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 9 พ.ค.จะแถลงเปิดโปงขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ “คดีแตงโม” ด้วย โดยระบุว่ามีตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 20 คน ร่วมขบวนการ

ล่าสุด (3 พ.ค.) ตำรวจชุดคลี่คลายคดีแตงโม ได้มอบอำนาจให้ พ.ต.ท.พชต วงศ์ประณุฑ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ให้ดำเนินคดี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายอัจฉริยะ แถลงข่าวพาดพิงกล่าวหาคณะพนักงานสืบสวนสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา ทำให้ได้รับความเสียหาย

ด้าน “กระติก” อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา “คดีแตงโม” ได้ยื่นฟ้อง นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ หน.พรรคไทยศรีวิไลย์ ต่อศาลอาญามีนบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขณะที่ นายมงคลกิตต์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้มอบหมายให้ทนายความร่างคำฟ้อง “กระติก” ในความผิด มาตรา 175 ผู้ใดเอาความเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่า จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในเร็วๆนี้

การฟ้องร้องกันไปมา ก็น่าจะช่วยทำให้คดี “โปร่งใส” และ สังคม “หายข้องใจ” มากขึ้น.

โพสท์ใน กฎหมาย, สังคม, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

ค่าเงินบาทอ่อนค่า: ดีหรือไม่ดี?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทยเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. อ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอ่อนค่าลงประมาณ 2.5% อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าเกิดจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งจากความกังวลของสงครามยูเครน-รัสเซีย การชะลอลงของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเร็วและแรงกว่าคาดของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ธปท.จะเข้าไปดูแลค่าเงินบาทช่วงที่เกิดความผันผวนที่มากเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย เพื่อไม่ให้กระทบการทำธุรกิจของผู้ประกอบการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนที่ ธปท.เป็นห่วง และติดตามผลกระทบจากการอ่อนค่า คือ ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งราคาพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้าและการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในประเทศ”

เรื่องของค่าเงินบาทอ่อนค่านี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้สามารถแข่งขันได้ดี แต่อาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ผลกระทบที่มีต่อราคาน้ำมัน ซึ่งราคาน้ำมันเป็นไปตามราคาในตลาดโลก

เรื่องของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยตามที่ รมว.คลัง กล่าว เพราะผู้ส่งออกทั้งหลายนั้น มักจะมีการเรียกร้อง และกดดันให้รัฐ ตลอดจน ธปท. เข้าแทรกแซงให้เงินบาทอ่อนค่ากันอยู่เสมอ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นของแพง หรือน้ำมันขึ้นราคา

ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

แถลงข่าวปิดคดีแตงโม “โป๊ะแตก”?

 

จากกรณีตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภาค 1 ได้แถลงปิดสำนวนคดีแตงโม ภัทรนิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวพลัดตกเรือสปีดโบ๊ตจมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า เป็นอุบัติเหตุจากความประมาทของคนบนเรือ ได้มีการนำรูปถ่ายภาพบาดแผลที่ได้สืบค้นทางอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นภาพประกอบเปรียบเทียบ อ้างว่าลักษณะบาดแผลรูปตัวเอสในภาพเป็นแผลที่เกิดจากใบพัดเรือฟัน มีลักษณะคล้ายกับแผลที่เกิดขึ้นบนขาของนักศึกษาสาวชาวอังกฤษ

แต่ความจริงปรากฏว่า ภาพดังกล่าวเป็นข่าวต่างประเทศปี 2019 จากเว็บไซต์ The Sun ที่รายงานว่า นักศึกษาสาววัย 21 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกของมีคมบาดที่ขาขวาของเธอ ระหว่างงานเต้นรำในงานสังสรรค์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองสแตฟฟอร์ด โดยไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร ทำให้สังคมคลางแคลงใจในการทำงานของตำรวจกันเป็นอย่างมาก

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 และคณะ ได้ออกมาแถลงชี้แจงอีกครั้ง ขออภัยประชาชนที่นำภาพไม่ได้ระบุแหล่งที่มา ทำให้เกิดความเข้าใจที่กำกวมและมีข้อสงสัย เนื่องจากตำรวจต้องการนำเสนอภาพที่คล้ายอักษรตัวเอสเท่านั้น

สื่อมวลชนได้ถามว่า คณะทำงานได้มีการตรวจสอบข้อมูลของบาดแผลก่อนนำเสนอข้อมูลหรือไม่? และขอให้เปิดวิดีโอวันแถลงสรุปสำนวนคดีอีกครั้ง แต่ตำรวจอ้างว่าไม่ได้เตรียมนำวิดีโอมา จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ภาพที่นำเสนอเป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เกรงว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่?  ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดตอบคำถามและได้ลุกขึ้นจากโต๊ะแถลงข่าวไปทันที

เกี่ยวกับการแถลงข่าวคดีแตงโมที่ “โป๊ะแตก” นี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รายงานชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบโดยด่วนแล้ว

อย่าให้สังคม “คลางแคลงใจ” ในการทำงานของตำรวจให้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้เลย.

โพสท์ใน กฎหมาย, ข่าวสาร, สังคม, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

ครม. “อนุมัติ” เพิ่ม “เบี้ยยังชีพ” ช่วยเหลือผู้สูงอายุ

 

26 เม.ย.65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบทางรายได้คิดเป็น 50.7% ของผู้สูงอายุทั้งหมด และรายได้ของผู้สูงอายุที่มาจากการทำงานมีสัดส่วนลดลงจาก 40% เหลือเพียง 22%  ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้สูงอายุรายละ 100-250 บาท/เดือน ตามช่วงอายุเป็นเวลา 6 เดือน เริ่มในเดือน เม.ย.-ก.ย.65 ดังนี้

1.อายุ 60-69 ปี รับเบี้ยยังชีพ 600 บาท/เดือน รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 100 บาท/เดือน เป็น 700 บาท/เดือน 2.อายุ 70-79 ปี รับเบี้ยยังชีพ 700 บาท/เดือน รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 150 บาท/เดือน เป็น 850 บาท/เดือน 3.อายุ 80-89 ปี รับเบี้ยยังชีพ 800 บาท/เดือน รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 200 บาท/เดือน เป็น 1,000 บาท/เดือน  และ 4.อายุ 90 ปีขึ้นไป รับเบี้ยยังชีพ 10,000 บาท/เดือน รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 250 บาท/เดือน เป็น 1,250 บาท/เดือน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่รัฐมีความห่วงใยให้กับพี่น้องผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษ ในช่วงของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากได้รับผลกระทบ เพื่อให้พี่น้องสูงอายุได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น นั่นคือหลักการของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญสูงสุดในการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

การอนุมัติเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้สูงอายุที่จะมีผู้ได้รับสิทธิกว่า 10 ล้านคน ในวงเงินมากกว่า 8,348.16 ล้านบาทในครั้งนี้ ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ตามคำพูดที่ว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น