มาตรการให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผน “เงินกองทุน”

 

19 มิ.ย.63 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ด้วย ธปท.พบว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป และยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ของ ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.)ในระยะต่อไปได้

ธปท.จึงให้ ธพ.จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนสำหรับระยะ 1-3 ปีข้างหน้า เพื่อนำเสนอ ธปท. โดยให้คำนึงถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และศักยภาพลูกหนี้ในการทำธุรกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย นอกจากนั้น ธปท.ขอให้งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานในปี 2563 รวมถึงงดการซื้อหุ้นคืน เพื่อให้ ธพ.รักษาระดับเงินกองทุนให้เข้มแข็งและรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับมาตรการนี้ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เป็นมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าจะรักษาระดับเงินทุนให้เข้มแข็งและรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและการงดจ่ายเงินปันผลจะเป็นเฉพาะเงินปันผลเฉพาะกาล ไม่ใช่การจ่ายเงินปันผลรายปีที่พิจารณาจ่ายได้ตามสมควร

ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) ออกแถลงการณ์ว่า มาตรการของ ธปท.ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ถือหุ้นระยะยาว เนื่องจากการที่ธนาคารมีเงินกองทุนที่เพียงพอจะทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินงานหลังเข้าสู่ภาวะปกติ และเศรษฐกิจฟื้นฟูอย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

มาตรการของ ธปท.ที่ให้ ธพ.จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนสำหรับระยะ 1-3 ปีข้างหน้านี้ ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ ธปท.ได้คำนึงถึง ความมั่นคงของธนาคาร ความเชื่อมั่นของประชาชน และที่สำคัญที่สุดก็คือ

ความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

แผนส่งออก “แรงงานไทย” ไปต่างประเทศ?

 

20 มิ.ย.63 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน เปิดเผยหลังการประชุมรับฟังข้อเสนอแนะจาก 129 บริษัทจัดหางานเพื่อเตรียมแผนส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศ หลังจากสถานการณ์ไวรัส โควิด-19 เริ่มคลี่คลายว่า แรงงานไทยในต่างประเทศปฏิบัติตัวดีช่วงโควิด ขณะที่ประเทศไทยก็รับมือกับโควิดได้ดีมาก ทำให้หลายประเทศต้องการแรงงานไทยไปทำงาน โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมในการจัดส่งหลัง โควิด-19 คลี่คลาย

ที่ผ่านมาตลาดแรงงานที่สำคัญของไทย เช่น ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น และในยุโรป ล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดจัดส่ง แต่มีบางประเทศที่ปลอดเชื้อยังส่งไปได้ เช่น ไต้หวัน เดินทางไปแล้วนับพันคน เมื่อไปถึงแล้วต้องกักตัว 14 วัน ก่อนส่งตัวให้นายจ้าง

กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายจัดส่งปีละ 100,000 คน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงาน สำหรับยอดแรงานไทยในต่างประเทศถึงเดือน พ.ค. มี 128,102 คน อยู่ในไต้หวันมากที่สุด 61,635 คน ส่งรายได้เข้าประเทศปีละ 140,000 ล้านบาท

เป้าหมายในการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ ปีละ 100,000 คน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานของกระทรวงแรงงานนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลที่ได้รับคือการส่งรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี แต่เป้าหมายที่ตั้งไว้ดูเหมือนจะน้อยไป เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า

มีแรงงานไทย “ผิดกฎหมาย” ลักลอบไปทำงานในต่างประเทศกันเป็นจำนวนมาก.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ยุทธศาสตร์ชาติ” คือ…???

 

19 มิ.ย.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ครั้งที่ 1/2563 ที่ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้สำคัญมาก เพราะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆในครั้งที่ผ่านมา ต้องปรับให้เข้ากับรูปแบบและกฎหมายปัจจุบันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งที่มุ่งหวังคือทำอย่างไรให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ตามหลักการที่วางไว้ ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือยุทธศาสตร์ชาติ และประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้ดี ขึ้นอยู่กับ 6 กลุ่มงานยุทธศาสตร์

วันนี้ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมด เพียงแต่แผนงานและรูปแบบการปฏิบัติต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอธิบายให้เข้าใจ โดยเฉพาะบรรดา ส.ส. และ ส.ว. ต่างๆที่ต้องเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ เพราะเป็นหลักการและหลักเกณฑ์ของประเทศ ที่จะเดินหน้าต่อไป อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เกี่ยวกับเรื่องของยุทธศาสตร์ชาตินี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยได้มีการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลที่สำคัญต่อผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ที่ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานีว่า เพื่อ ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของกฎหมาย ที่สอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ ตามแผนแม่บทและรัฐธรรมนูญ

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ฝากความหวังกับเหล่าบรรดา ส.ส.และ ส.ว. ต่างๆให้ทำความเข้าใจเรื่องของยุทธศาสตร์ชาตินั้น

น่าจะทำให้ “การปฏิรูปประเทศ” ที่ล่าช้าเป็นอย่างมาก เป็นไปตามแผนได้รวดเร็วขึ้น.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

นโยบายช่วยเหลือ “คนตกงาน”?

 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบาย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนากกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)ให้เร่งดูแลเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ โควิด-19 ด้วยการเดินหน้าเติมทุนสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เพื่อให้เอสเอ็มอีทุกกลุ่มธุรกิจทั่วประเทศ มีเงินทุนไปหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง จ้างงานและฟื้นฟูธุรกิจให้กลับคืนมาสามารถดำเนินการได้ดีอีกครั้ง

“การพักชำระหนี้และการขยายการคืนเงินกู้ จะทำให้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบสามารถประคองตัวอยู่ได้ จากนั้นก็จะมีการเติมเงินอัดฉีดเสริมสภาพคล่อง ที่ ธพว.มีโครงการต่างๆ คาดว่าจะอนุมัติสินเชื่อได้ 40,000 ล้านบาท ช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น ช่วยรักษาการจ้างงานไว้รวม 120,000 ราย” นายสุริยะกล่าว

ขณะที่ นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า จีดีพี ไตรมาสแรกของปี 63 จะออกมาดีกว่าที่คาด แต่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่เหลือของปี คาดว่าจะให้ภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หดตัวลึกขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ “คนตกงาน” เพราะการจำกัดจำนวนคนเข้ามาใช้บริการ ส่งผลให้การจ้างงานลดลง ซึ่งตามตัวเลขของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 400,000 คน/เดือน ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา การว่างงาน เพิ่มขึ้นเป็นหลายล้านคน และหลังจากคลายล็อกดาวน์ ประเมินตัวเลขว่าจะอยู่ที่ 1 ล้านคน

โครงการช่วยเหลือ “แรงงานใหม่” และ “แรงงานที่ตกงาน” ให้ได้มีงานทำน่าจะเป็นงานที่หนักของรัฐบาล.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“แรงงานใหม่” เข้าสู่ตลาดแรงงานลดลง??

 

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยสภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1/63 (ม.ค.-มี.ค.) ว่า จากการประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ต่อแรงงานพบว่า มีความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน

โดยแบ่งเป็น ภาคท่องเที่ยว 2.5 ล้านคน ภาคอุตสาหกรรม 1.5 ล้านคน และ ภาคบริการ เช่น สถานศึกษา ตลาดสด สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า อีก 4.4 ล้านคน ขณะที่มีแรงงานใน ภาคเกษตรกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 6 ล้านคน ทำให้เห็นว่า ปีนี้มีแรงงานที่ถูกผลกระทบทั้งจาก โควิด-19 และภัยแล้ง รวม 14.4 ล้านคน โดยการว่างงานจะปรากฏชัดใน ไตรมาส 2 และจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงหลังของปี

นอกจากนั้น ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. จะมีนักศึกษาจบใหม่ออกสู่ตลาด 520,000 คน ที่อาจไม่มีตำแหน่งงานรองรับ จำเป็นต้องมีมาตรการสร้างงานและจ้างงานรองรับ ซึ่งตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท นั้น มีวงเงิน 400,000 ล้านบาท ที่จะนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจจะช่วยจ้างงานได้ 200,000-300,000 คน

เรื่องของความกังวลใจของนักวิชาการที่ว่า ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ในปี 2564 ซึ่งจะทำให้แรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานลดต่ำลงนั้น ก็ถือว่าไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญของประเทศไทยอีกต่อไป เพราะจากตัวเลขของการว่างงานที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 และภัยแล้ง มีความเสี่ยงต่อการเลิกจ้าง มีมากถึง 14.4 ล้านคน และในขณะเดียวกันก็จะมีนักศึกษาจบใหม่เข้าสู่ตลาดอีกถึง 520,000 คน

ปัญหาของ “สังคมผู้สูงวัยสมบูรณ์” น่าจะน้อยกว่าปัญหาของ “แรงงานไทย” ที่ตกงาน.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“การบินไทย” ยังไม่ปลดใครตอนนี้?

 

ข่าวล่าสุด โฆษกของสายการบิน ลุฟต์ฮันซา เปิดเผยถึงตัวเลขที่ประเมินก่อนหน้านี้ว่า จะมีพนักงานเพียง 10,000 คน อาจต้องพ้นจากการจ้างงาน แต่หลังจากการประชุมร่วมกับสหภาพพบว่า มีพนักงานจำนวนมากถึง 26,000 คน อาจต้องถูกปลดออก จากแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับลดตำแหน่ง รวมทั้งการขายสินทรัพย์เพื่อนำไปชำระคืนหนี้สินให้กับรัฐบาล

ขณะที่ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังให้ข้อมูลกับพนักงานแก่พนักงาน “การบินไทย” เกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท ว่าได้แจ้งให้พนักงานรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติโดยให้รอไปจนกว่าจะถึงวันที่ 17 ส.ค.63 ซึ่งเป็นวันที่ ศาลล้มละลายกลาง นัดไต่สวนครั้งแรก ก่อนที่จะมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าแผนฟื้นฟูเมื่อใด

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานะของพนักงานทุกคน ได้ชี้แจงว่า พนักงานทุกคนยังอยู่ในสถานะพนักงานของบริษัท และช่วงนี้ ยังไม่มีการเอาคนออกแน่นอน ต้องรอรายละเอียดแผนฟื้นฟูที่ชัดเจน เมื่อแผนชัดเจนแล้วถึงจะมาดูเรื่องโครงสร้างขององค์กร คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถึงจะมีความชัดเจน “ส่วนเรื่องการลดเงินเดือนโดยความสมัครใจนั้น ยอมรับว่า ถ้าพนักงานลดเงินเดือน 3 เดือน จะเกิดสภาพคล่องจ่ายเงินเดือนได้อีกหนึ่งเดือน หรือเงินเดือน 1 เดือน จะลดเงินไปได้ประมาณ 300 ล้าน” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

เรื่องของการลดเงินเดือนของพนักงานการบินไทยนี้ เดิมสหภาพฯเสนอตัวเลข คนที่เงินเดือนน้อยปรับลดน้อย เงินเดือนมากปรับลดมาก ตั้งแต่ 10-50% แต่ฝ่ายบริหารเห็นว่า การปรับลดตามข้อเสนอของฝ่ายบริหารจะช่วยทำให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนประมาณ 31.87% หรือ 467 ล้านบาท

ถ้า “การบินไทย” ตัดสิทธิประโยชน์ต่างๆของพนักงานและผู้บริหารระดับสูงออกไปทั้งหมดอีกด้วยแล้ว

ก็น่าจะช่วยทำให้บริษัท “ประหยัดค่าใช้จ่าย” ได้อีกมากขึ้นเลยทีเดียว.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

คนไทยบินกลับเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง…!!?

 

13 มิ.ย.63 ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีคนไทยที่ตกค้างเดินทางกลับจากต่างประเทศกันอย่างต่อเนื่อง จาก กัลกัตตา คยา และรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย จำนวน 109 คน พบผู้โดยสาร มีไข้ 9 คน จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 175 คน ไม่พบคนมีไข้ จากประเทศเกาหลีใต้ 200 คน และนักธุรกิจเกาหลีใต้ 6 คน รวมทั้งหมดกว่า 484 คน

วันที่ 14 มิ.ย.63 มีคนไทยทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศอีก 673 คน จากบาห์เรน 159 คน พร้อมนักการทูตชาวบาห์เรนและครอบครัว 6 คน พบมีไข้ 7 คน  คนไทยจากฝรั่งเศส สเปน นอร์เวย์ เยอรมนี ฮังการี สวิตเซอรืแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ 86 คน จากออสเตรเลีย 148 คน มีไข้ 2 คน จากเกาหลีใต้ประมาณ 80 คน จากฟิลิปปินส์ ประมาณ 200 คน

ล่าสุด มีญาติและผู้ปกครองนักศึกษาไทยที่ติดค้างอยู่ที่ประเทศอียิปต์ ได้เข้าพบ นายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี และนายก อบต.ท่าอิฐ อ.เมืองนนทบุรี ยื่นหนังสือส่งถึงรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้นำคนไทยมุสลิม และไทยพุทธที่ติดค้างอยู่ในประเทศอียิปต์ กว่า 4,000 คน เดินทางกลับประเทศ

การนำคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศเป็นจำนวนมากเดินทางกลับเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่ทราบว่า เป็นคนไทยที่ต้องเดินทางกลับไปทำงานยังต่างประเทศอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ของ โควิด-19 เริ่มดีขึ้นหรือเปล่า? รัฐบาลต้องใช้งบประมาณทั้งหมดไปเป็นจำนวนเท่าใด? และ

ผู้ที่เดินทางกลับเข้าประเทศต้องรับผิดชอบ “ค่าใช้จ่าย” ด้วยบ้างหรือไม่?

โพสท์ใน ข่าวสาร, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

แพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว ของ กก….?

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.ทางกระทรวงฯ และ กระทรวงการคลัง จะนำเสนอแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน

และจะนำเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 มิ.ย.ทันที เพื่อพิจารณาอนุมัติ ให้เริ่มเดือน ก.ค.-ต.ค. รวม 4 เดือน วงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท มากกว่าที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ 14,400 ล้านบาท เพราะมีแพ็กเกจใหม่เพิ่มเข้ามา เพื่อสนับสนุนการใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ รวมแล้ว 3 แพ็กเกจ

ก่อนหน้านี้ นายยุทธศักดิ์ สุภกร ผู้ว่าการ ททท. ได้เปิดเผยถึงการขอเงินกระตุ้นการท่องเที่ยว ในวงเงิน 10,500-14,500 ล้านบาท เพื่อพยุงธุรกิจโรงแรมและที่พัก จากผลกระทบของ โควิด-19 ด้วย 2 แพ็กเกจ คือ 1.พานักรบเสื้อกาวน์ และ อสม.1.2 ล้านคน “กินเที่ยวฟรี” ใช้งบ 2,400 ล้านบาท 2.”เที่ยวปันสุข” บัตรกำนัลสำหรับการการท่องเที่ยวในประเทศให้กับประชาชน จำนวน 4 ล้านคน ใช้งบ 8,000-12,000 ล้านบาท

การเสนอแพ็กเกจขอเงินกู้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของ กก. ที่เสนอ ขอเพิ่ม อีก 1 แพ็กเกจ เพื่อสนับสนุนการใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ ด้วยการให้ส่วนลดค่าตั๋วโดยสาร 40 เปอร์เซ็นต์ ดูเหมือนว่าจะเป็นการเสนอขอที่ฟุ่มเฟือยไม่คุ้มค่า ในลักษณะของการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

น่าจะนำ “งบประมาณ” ไปใช้พัฒนา “สาธารณูปโภค สาธารณูปการ” ของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ดูจะยั่งยืนกว่า.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ศึกภายในของ “นักรบเสื้อกาวน์”…?

 

จากรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ไปประจำ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี มารักษาการแทน พร้อมตั้ง กก.สอบกรณีถูกร้องเรียนรับเงินบริษัทยา 5% เข้ากองทุน รพ.ขอนแก่น ทำให้บุคลากรของ รพ.ขอนแก่นได้ออกมาเรียกร้องตามที่ปรากฏเป็นข่าว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข (สธ.)ในฐานะ ประธานกก.สอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีนักวิชาการเปิดเผยว่ามีโรงพยาบาลในสังกัด สธ. 186 แห่ง รับเงินบริษัทยา 5% เท่านั้น กรณีที่มีเอกสารใบเสร็จรับเงินบริษัทยาของ รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่นนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับ กก.ชุดนี้

เรื่องของการย้ายและการสอบวินัยตั้งข้อกล่าวหาต่อ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล นี้ ได้มีเครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม (คปอธ.) ที่นำโดย พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ได้นำสมาชิกออกมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ทบทวนเกี่ยวกับคำสั่งย้ายและการสอบสวนเอาผิดวินัยร้ายแรง

ยิ่งกว่านั้น ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ทั่วทั้งประเทศได้ออกมาเคลื่อนไหวและชุมนุมเรียกร้องถึงความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานของ รพ.ขอนแก่น และการบริหารงานของ สธ.ที่อาจจะเป็นการเมืองภายใน สธ.ที่หลายคนมักจะเรียกกันว่า กลุ่มหมอชนบท และ กลุ่มหมอในเมือง

เรื่องของศึก “นักรบเสื้อกาวน์” ที่เกิดขึ้น ขณะที่ศึก “โควิด-19” ยังไม่จบสิ้นนี้ ก็คงจะเป็นศึกภายในที่ยืดเยื้อกันไปอีกนาน แต่สิ่งที่จะทำให้ปัญหาต่างๆยุติลงได้ด้วยดีก็คือ

ต้องลงโทษผู้ที่ “ทุจริต” ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น.

โพสท์ใน สังคม, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“การเมือง” เรื่องของ “คนดี”…???

 

จากกรณี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงปัญหาของการเมือง หลังจากที่เกิดความวุ่นวาย แย่งชิงอำนาจกันในพรรค พปชร. โดยระบุว่า “คนดีๆ อยู่ในการเมืองไม่ได้”  อยากให้มี คนดี คนเก่ง คนซื่อสัตย์ สุจริต ช่วยกันเข้ามาทำงานการเมือง คนที่อายุมากแล้วจะได้ถอยไป (ไม่ใช่ตลอดชีวิต?)

เรื่องของคำว่า “คนดี” นี้ มีคำถามในเรื่องของการให้ความหมายกันมาโดยตลอดว่า “ใครคือคนดี?” เพราะเป็นการยากที่จะอธิบายให้เห็นได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากจะมาพิจารณาถึงคุณสมบัติต่างๆเพื่อให้ได้คำตอบแล้ว ก็คงจะเป็นในลักษณะของ 3 มุมมอง คือ

ในมุมมองของสังคม ก็คงต้องยึด หลักในการเลือกคู่ครอง ของหนุ่มสาว ก่อนที่จะแต่งงานกัน ของฝ่ายชายก็มี คำพังเพยที่ว่า “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่” (จะดูให้แน่ต้องให้ดูถึงยาย) ทางด้านฝ่ายหญิงก็ได้รับการสั่งสอนกันมาว่า อย่าได้เลือกผู้ชายประเภท นักเลงหัวไม้ นักเลงผู้หญิง นักเลงสุรา นักเลงการพนัน เสพยาเสพติด เป็นต้น

ในมุมมองของพุทธศาสนา ก็คงต้องพิจารณากันด้วย หลักธรรม ที่ต้องมี เบญจศีล ข้อห้าม เบญจธรรม ข้อควรปฏิบัติ  กุศลมูล 3  คือ อโลภะ ไม่อยากได้ อโทสะ ไม่คิดร้าย อโมหะ ไม่หลง เป็นเบื้องต้น ตามด้วย สุจริต 3 คือ กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา และ มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ เป็นประการสำคัญ

ในมุมมองของการเมือง “คนดี” ก็คงจะต้องนำทั้ง 2 มุมมองข้างต้น นำมาพิจารณาประกอบเข้าด้วยกัน และจำเป็นต้องมีการเพิ่มเติมคุณสมบัติในเรื่องของ ความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจ และ มีวิสัยทัศน์ เข้าไปด้วยในการเข้าไปบริหารราชการแผ่นดิน

นักการเมืองทั้งหลายจึงควรที่จะเป็น “คนดี” ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ในส่วนของประชาชนก็คงจะต้อง “ตัดสินใจ” กันเองว่า

จะเลือก “ใคร”  ให้เข้ามาเป็น “ส.ส.” ของพวกเรา.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น