Joker

หนัง ปี 2019 ของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กำกับโดย ทอดด์ ฟิลลิปส์  นำแสดงโดย อาคิน ฟีนิกซ์, ชาซี่ บีตช์, โรเบิร์ต เดอ นีโร, ฟรานเชส คอนรอย หนังจัดอยู่ในประเภท ดรามา/ทริลเลอร์/อาชญากรรม

เป็นเรื่องราวของ อาเธอร์ เฟร็ค (ฟีนิกซ์) ชายหนุ่มธรรมดาที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยมลภาวะท่ามกลางปัญหาของความเหลื่อมล้ำ ความแตกแยก ความวุ่นวาย ความยากไร้ ในมหานครกอตแธม

เขาเป็นเด็กกำพร้าพ่อ อาศัยอยู่กับแม่ ที่แก่และอ่อนแอ แม่ตั้งชื่อเล่นให้กับเขาว่า แฮปปี้ เพื่อให้เขายิ้มและมีความสุขกับชีวิตที่แสนจะลำบาก เขาใช้ชีวิตด้วยการรับจ้างแต่งชุดเป็นตัวตลกหาเลี้ยงชีพ จากที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดงตลกชื่อดังของเมือง

เขาถูกแก๊งวัยรุ่นข้างถนนกลั่นแกล้งและทำร้าย งานดูแลแม่ก็เป็นงานหนัก อีกทั้งเพื่อนๆที่ทำงานก็ล้อเลียน ชีวิตเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อเมื่อเขาเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินแล้วไปมีเรื่องกับอันธพาลทำให้ให้เขาขาดสติก่อเหตุอาชญากรรม สถานการณ์ทั้งหลายเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการประท้วงก่อเหตุวุ่นวายกันไปทั่วทั้งเมือง

หนังสะท้อนให้เห็นถึง เศรษฐกิจ การเมือง และชีวิตของผู้คนในสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี

เป็นหนังดราม่า/อาชญากรรม ที่ต้องดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

‘ภาพลักษณ์’ ของ ส.ส.ไทย…!!!

 

17 พ.ย.62 ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ กับ แก้ นิสัย ส.ส. จาก เสียงประชาชนในโลกโซชียล จำนวน 4,551 ตัวอย่าง และ เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม จำนวน 1,189 ตัวอย่าง เมื่อระหว่างวันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2562 จากการสำรวจพบว่า

1.ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.5 คิดว่า ควรแก้นิสัย ส.ส.ก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ส.ยังมีภาพลักษณ์แย่ๆเหมือนเดิม ชอบขมขู่ วางอำนาจ ท้าตีท้าต่อย ก่อความขัดแย้งในสังคม ทำตัวอดอยากหิวโหยมาหลายปี เป็นอีแอบ ล็อบบี้ ส่อคดโกง หาผลประโยชน์ มุ่งมาเอาทุนคืน ขณะที่ ร้อยละ 13.5 ควรแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพราะอยากได้รัฐธรรมนูญ แบบ ปี 40 และต้องการเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

2.ส่วนใหญ่ ร้อยละ 97.7 คิดว่า ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะนำไปสู่การขัดแย้งรุนแรงบานปลายในสังคม โดยเกินครึ่ง หรือ ร้อยละ 54.9 เชื่อว่าจะนำไปสู่การขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ในขณะที่ ร้อยละ 2.3 ไม่เชื่อ

3.เสียงประชาชนใน โลกโซเชียล พบว่า ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าถึงคนทั้งหมดประมาณ เจ็ดล้านกว่าคน เป็นจำนวนน้อยกว่าประมาณ 3 เท่าของจำนวนคนจากมาตรการ ชิม ช็อป ใช้ เข้าถึง ประมาณ ยี่สิบกว่าล้านคน และเสียงตอบรับเชิงลบ ร้อยละ 55.9 ขณะที่เสียงตอบรับเชิงบวก ร้อยละ 44.1

จากผลสำรวจข้างต้น ก็ทำให้ทราบถึงแนวความคิดของประชาชนโดยทั่วไป ส่วนใหญ่คิดว่า ควรแก้นิสัย ส.ส.ก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ส.ยังมีภาพลักษณ์แย่ๆเหมือนเดิม และคิดว่า ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะนำไปสู่การขัดแย้งรุนแรงบานปลายในสังคม

เราทั้งหลายก็คงจะเห็นด้วยกับผลสำรวจดังกล่าว ถึงแม้ว่า ส.ส.ฝ่ายค้านรุ่นใหม่ จะมีการอภิปรายในการประชุมสภาที่ดูมีเหตุผลน่าฟังมากขึ้น แต่ ส.ส. รุ่นเก่าก็ยังมีภาพลักษณ์แย่ๆเหมือนเดิมดังเช่นที่ผ่านๆมา

ส.ส.ยุคใหม่ต้องแก้นิสัยตัวเอง ทำให้ประชาชน “มีความเชื่อถือ” มากยิ่งขึ้น.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

‘ศรีสุวรรณ’ ให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ‘ส.ส.’ บุกรุกป่า

 

20 พ.ย.62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ไปยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พปชร. และ นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรค พท. กรณีครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. และ ภบท.5 อาจขาดคุณสมบัติครอบครองและทำประโยชน์ตามกฎหมาย

โดย ส.ส.ทั้ง 3 คน ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ปรากฏชัดแจ้งว่า มีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก ขัดต่อ พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 วันที่ 11 พ.ค.55 กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/คน/ปี

ดังนั้น ส.ส.ทั้ง 3 คน ย่อมรู้ว่าขาดคุณสมบัติได้สิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภบท.5 ตั้งแต่ต้น แต่ไม่ยอมสละที่ดินคืนให้รัฐ เพื่อนำไปจัดสรรให้ผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์กฎหมาย เท่ากับมีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219

เรื่องนี้ก็ต้องขอขอบคุณ นายศรีสุวรณ จรรยา ที่ได้ไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนเอาผิดกับ ส.ส. “ผู้ทรงเกียรติ” ที่ครอบครองในที่ดิน ส.ป.ก. และ ภบท.5 ที่ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนทั่วไปและในโซเชียลมีเดียกันอย่างมากมาย

ทั้ง กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ป.ป.ช.และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการตามกฎหมายและพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา

ไม่ให้ “การบุกรุกที่ดินหลวง” เกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ‘ปารีณา’ บุกรุกที่ป่า

 

18 พ.ย.62 นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงชี้แจงถึงกรณี ป.ป.ช.จะลงพื้นที่ จ.ราชบุรี (29 พ.ย.) เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดิน ภบท.5 และความมีอยู่จริงทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา โดยจะไปตรวจสอบทั้งฟาร์มวัว ฟาร์มไก่ รวมถึงที่ดิน ภบท.5 เพื่อดูว่าสอดคล้องกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่

“การได้มาได้มาของที่ดินต่างๆจะได้โดยชอบหรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ ป.ป.ช. แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารสิทธินั้นๆ ป.ป.ช.เพียงแต่ตรวจสอบข้อมูลการยื่นเข้ารับตำแหน่งว่า มีการยื่นเท็จปกปิดหรือไม่เพื่อนำไปเปรียบเทียบตอนพ้นจากตำแหน่งว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือร่ำรวยผิดปกติหรือไม่…”

“ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆที่ครอบครองที่ดิน ภบท.5 หรือ ส.ป.ก.นั้น เบื้องต้น ป.ป.ช.ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่แล้ว โดยเฉพาะรายที่ครอบครองจำนวนมากๆ แล้วเป็นประเด็นทางสังคม ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบเผื่อมีเหตุอันสมควรที่นำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึก” นายวรวิทย์กล่าว

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องตรวจสอบทั้งหมด คงไมใช่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง ได้สั่งการ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้นำกฎหมาย One Map แนวเขตที่ดิน มาตราส่วน 1:4000 มาแก้ปัญหาที่ดินรัฐทับซ้อนมาพิจารณาร่วมด้วย ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินรัฐและเอกชน

ก็ต้องขอชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องของการตรวจสอบว่า ทั้งกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)  ต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย และพยานหลักฐาน เพราะ

รัฐบาลนี้ “เอาจริงเอาจัง” กับการบังคับใช้กฎหมาย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

เศรษฐกิจไทย ปี 62 ขยายตัว “ต่ำกว่า” ที่คาดการณ์

 

18 พ.ย.62 นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แถลงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ปี 62 ว่า ขยายตัว 2.4% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัวเพียง 2.3% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2557 คาดว่าปีนี้ เศรษฐกิจจะโต 2.6% หากไตรมาส 4 ขยายตัวได้ 2.8% ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ครั้งก่อนว่าจะขยายตัว 2.8%

“แนวโน้มเศรษฐกิจปี 63 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 2.7-3.7% โดยเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ว่าจะขยายตัวได้ 2.7% มีสาเหตุหลักมาจากยอดส่งออกลดลงต่อเนื่องผลจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน และการลงทุนเอกชนที่ชะลอตัว เพราะขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลกและไทย” นายทศพรกล่าว

ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะดีขึ้น เพราะตามข้อมูลที่ได้จากกระทรวงการคลังพบว่า มีงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอีก 100,000 ล้านบาท ที่เตรียมจะลงทุนใน 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.) จะมาช่วยชดเชยส่วนที่ชะลอคือการส่งออกและลงทุนเอกชนได้

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า จีดีพี ปีนี้ น่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ที่ 2.8% ซึ่งขณะนี้ได้ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ช่วยเร่งขับเคลื่อนมาตรการที่คลังเดินหน้าไปแล้ว เช่น มาตรการเร่งรัดการลงทุนรัฐวิสาหกิจ 100,000 ล้านบาท เป็นต้น

อัตราการการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย ปี 62 ที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 3% ด้วยมาตรการ ชิม ช็อป ใช้ แจกเงินประชาชน 13 ล้านคน ด้วยงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท นั้น

ไม่ได้ช่วยทำให้เศรษฐกิจไทย “ขยายตัว” ตามที่ได้คาดการณ์กันไว้เลยหรือ?

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

นักการเมืองบุกรุกที่ป่า?

 

จากกรณี นายเรืองไกร ลิกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการครอบครองที่ดินจำนวน 1,706 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช.

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก.ตรวจสอบแล้ว หากพบว่าเข้าสู่การปฏิรูปที่ดินแล้ว ส.ป.ก.ต้องตรวจสอบว่า เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของใคร เพราะบางพื้นที่อาจอยู่ในการครอบครองของชาวบ้านมาก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมว.คมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอความเป้นธรรมแทนบุตรสาว เรื่องนี้สร้างความเสียหายกับบุตรสาวและวงศ์ตระกูล ในฐานะพ่อรู้เรื่องนี้ดี ยืนยันว่า น.ส.ปารีณาไม่ได้บุกรุกที่ป่า ส.ป.ก. แต่เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ตาม ภบท.5 ซื้อต่อๆกันมาหลายมือ

ล่าสุด (15 พ.ย.) ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการถือครองพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) อย่างไม่ถูกต้อง เบื้องต้นพบนักการเมืองถือครอง ส.ป.ก.จำนวนมาก ได้มาตั้งแต่สมัยที่มีการแจก ส.ป.ก.ใหม่ๆ ฉะนั้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินทำกินของเกษตรกร หากพบว่ามีการถือครองแบบไม่ถูกต้องจะยึดคืนเพื่อนำไปแจกให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ทำกิน

“จากการตรวจสอบพบทั้งนักการเมืองสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตภาคใต้ นักการเมืองบางรายที่ถือครองพื้นที่ในเขต จ.ชลบุรี และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ที่ถือครองที่ดินในแถบ จ.นครราชสีมา” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ด้าน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีของการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณาว่า ป.ป.ช.มีเพียงหน้าที่ตรวจว่ามีอยู่จริงหรือไม่ กรณีของ น.ส.ปารีณา เป็นประเด็นที่จะตรวจดูว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ถ้าใช่จึงจะอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. วันที่ 18 พ.ย.จะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบ

ปัญหาเรื่องของการบุกรุกที่ป่า หรือการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ของนักการเมืองที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนี้

เราก็คงจะต้องจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ขุนแผน ฟ้าฟื้น

หนัง ปี 2019 ของ เอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, ณัทธนพล ทินโรจน์, ยงวรี งามเกษม, แองเจลิน่า โฟรม็องโต้, สิรินัฏฐ์ อภิจันทร์เดช, ศุภกร กิจสุวรรณ,ริท เรืองฤทธิ์ หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/ตลก/แฟนตาซี

เป็นเรื่องราวของ แก้ว (มาริโอ้) เด็กหนุ่มพเนจรที่สูญเสียความทรงจำในวัยเด็ก กับ เพชร (สิรินัฏฐ์) เพื่อนสนิทที่เดินทางไปแสวงโชคยังอยุธยา จากเค้าโครงของวรรณคดีพื้นบ้านเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน แต่เอามาทำในรูปแบบของการตีความใหม่ให้ตัวละครและเหตุการณ์แตกต่างไปจากเรื่องราวเดิม

แก้ว กับ เพชร ได้พบกับ ช้าง (ณัทธนพล) และ พิม (ยงวรี) เพื่อนเก่าสมัยที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งได้ช่วยทำให้ความทรงจำของแก้วเริ่มฟื้นกลับคืนมา หลังจากที่ไปมีเรื่องกับอันธพาลเจ้าถิ่นจนถูกจับขัง แก้วได้พบกับ อาจารย์เดช (ศุภกร) ที่ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆให้กับเขา

ขณะเดียวกันเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากช้าง ให้ไปสมัครเป็นทหารอาสา เมื่อถึงงานเฉลิมฉลองพระนคร คู่ปรับเก่าจากต่างเมืองได้จับตัว เจ้าชายปิ่นทอง (ริท) ไป ทำให้คู่ปรับทั้งสองต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้เพื่อบ้านเมืองและแย่งชิงหัวใจหญิงที่ตัวเองรักไปพร้อมๆกัน

หนังสอดแทรกมุกตลก ขบขัน ให้ผู้ชมได้ขำได้ฮากันเป็นระยะ อย่างเช่น เครื่องตรวจจับแอลกอฮอล์ ไปจนถึง แท็กซี่มิเตอร์ สำหรับเทคนิคพิเศษต่างๆก็ถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐานของหนังไทยโดยทั่วไป

เป็นหนังแอ็กชัน/แฟนตาซี ของไทยที่ดูสนุก น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ปัญหาเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์?

 

จากกรณีตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อกระทงติดรูปการ์ตูนดังของญี่ปุ่น จากเด็กหญิง อายุ 15 ปี ที่ จ.นครราชสีมา จนถูกจับและนำตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ 4-5 คนได้พูดจาข่มขู่ให้เซ็นรับสารภาพและโทรศัพท์ให้แม่นำเงินมาเสียค่าปรับ 50,000-400,000 บาท หลังเจรจาตัวแทนลิขสิทธิ์ลดให้เหลือ 10,000 บาท และสุดท้ายเป็นเงิน 5,000 บาท

หลังจากปรากฏเป็นข่าว ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากว่า ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้ หลังจากมีคำแนะนำทางกฎหมายจากหลายๆฝ่าย ผู้ปกครองของเด็กหญิงดังกล่าว ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ ในข้อหากรรโชกทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว ขณะเดียวกันก็มีผู้เสียหายที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อและถูกเรียกค่าเสียหายตั้งแต่ 10,000-30,000 บาท อีก 22 ราย นำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ดังกล่าวด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า คดีลิขสิทธิ์มีปัญหามาก โดยเฉพาะพวกที่เรียกกันว่า ตีกิน คือ แกล้งจับแล้วเรียกร้องเอาทรัพย์สินเพื่อแลกกับการให้ปล่อยตัว ผู้กระทำคือคนที่ไม่สุจริตเรียกกันว่า พวกนักบิน เมื่อตัวแทนไปพบตำรวจเพื่อพาไปจับ เป็นหน้าที่ของตำรวจในประการแรกต้องตรวจสอบว่าใบมอบอำนาจแต่งตั้งถูกต้องหรือไม่ ถ้ารู้ว่าปลอมหรือหมดอายุแล้วยังไปจับกุม อาจมีความผิดฐานกลั่นแกล้งจับกุมบุคคลให้รับโทษทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นการล่อซื้อหรือล่อให้กระทำความผิด เพราะ 2 อย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าล่อซื้อคือ เขาทำอยู่แล้วไปล่อซื้อเพื่อหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนขึ้น แต่ถ้าล่อให้กระทำผิดนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะเขาไม่ได้ทำอยู่แล้ว เรื่องนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงแล้วว่า คดีนี้เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้เกิดความชัดเจน และถ้าเจ้าหน้าที่ทำผิดต้องถูกลงโทษด้วย ส่วนเด็กต้องให้ความรู้เพื่อป้องกันการถูกหลอก

ประเทศของเรามีการออกกฎหมายมาบังคับใช้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งก็มีเป็นจำนวนมากอีกเช่นกันที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง และ/หรือ พวกพ้อง กรณีเช่นนี้ ถ้าใครทำผิดจำเป็นต้องลงโทษอย่างจริงจังและเด็ดขาด

เพื่อป้องกันไม่ให้ “คนสุจริต” ต้องเดือดร้อนจาก “คนที่ไม่สุจริต” ทั้งหลาย.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

ประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ?

 

หลังจากที่ประชุม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป. เป็น ประธาน กมธ. วิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมส่งคนของพรรคเข้ามาชิงตำแหน่งประธาน กมธ.ด้วย

ล่าสุด (6 พ.ย.) ที่ประชุมพรรค พปชร.ได้ตัดสินใจที่จะเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค และ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เข้าชิงตำแหน่ง ประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความสง่างาม สะท้อนว่าสภาฯให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ มีคนกลางอย่าง รองประธานสภาฯมาเป็นประธาน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ปชป. มีมติเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังพิจารณาอยู่ คงต้องจัดสรรปันส่วนตามโควตาหรือตามจำนวน กมธ.ทั้งในส่วนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านให้สมดุล ใครจะเป็นก็เป็น สามารถพูดคุยกันได้ เป็นเรื่องของระบบรัฐสภา คุณสมบัติที่จะมาเป็น กมธ.มีอยู่แล้ว

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรค พปชร.กล่าวว่า เชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ อาจไม่รับตำแหน่งประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ไปถึงขั้นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด เป็นเพียงแค่เริ่มต้นว่าจะแก้หรือไม่ สัดส่วนของ กมธ. เข้าใจว่าจะแบ่งเป็นสัดส่วนของ ครม. 12 คน รัฐบาล 8 คน และฝ่ายค้าน

ตำแหน่งประธาน กมธ.วิสามัญ แก้รัฐธรรมนูญ ใครจะเป็นก็คงสามารถที่จะพูดคุยกันได้ ตามระบบรัฐสภา แต่ตำแหน่งนี้ควรที่จะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากกว่า เพราะ ปชป. เป็นผู้เสนอเงื่อนไขขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ

“นายอภิสิทธิ์” จะปฏิเสธตำแหน่ง ประธาน กมธ.หรือไม่?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“จุรินทร์” ยืนยันเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

2 พ.ย.62 ที่ อิมเพค เมืองทองธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรจุวาระการพิจารณาญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนผลักดันตั้งแต่ต้น เป็น 1ใน 3 เงื่อนไขที่กำหนดไว้ตอนเข้าร่วมรัฐบาล

ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผู้เสนอญัตติของตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวว่า ในส่วนของ ปชป.คงต้องรอให้รัฐบาลพิจารณาอีกครั้งว่าจะใช้ กมธ.ในสัดส่วนเท่าไหร่และพรรคได้กี่ที่นั่ง หากยืนยันตามสัดส่วนเดิมจะมีโควตาจำนวน 4 คน ส่วนจะมีชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป.ร่วมเป็น กมธ.ด้วยหรือไม่ อยู่ที่ประชุมพรรคจะพิจารณา

ล่าสุด (5 พ.ย.) ที่ประชุมพรรค ปชป.มีมติสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป. เป็น ประธาน กมธ. วิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ไม่คัดค้านแต่อย่างใด ซึ่งก็น่าจะช่วยทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

เพราะ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของ ปชป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น