ขอให้ “พล.อ.ประยุทธ์” นำธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ?

 

จากกรณี “7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” มีความเห็นตรงกันว่า ในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อให้เป็นฉันทานุมัติของทุกคน และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมีการพูดคุยหารือกับทุกฝ่ายทั้งประชาชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ และพรรคการเมือง ตลอดจนรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี โดยเตรียมขอเข้าพบเพื่อมอบธงเดินนำหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น

กระแสข่าวนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ว่า ให้เป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 ถ้าทำได้ก็ทำกันไป แต่ต้องไปดูว่า ต้องทำประชามติหรือไม่ ทุกอย่างมีระยะเวลากำหนดอยู่ ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการฯขึ้นมาศึกษาก็ว่ากันไป

“ผมไม่มีธง ธงของผมคือ ทำอะไรต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามขั้นตอน ตามรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพิ่งมีผลบังคับใช้ได้ไม่นาน” และ “ถ้าใครทำได้ก็ไปทำมา ผมคงไม่ไปนำธงอะไรทั้งสิ้น…” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

แนวคิดที่จะให้ “พล.อ.ประยุทธ์” นำธงเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีที่ให้เกียรติกับนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกันก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร่างโดย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มาจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาเป็นผู้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงจะไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 จึงควรเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ สำหรับผู้ที่เหมาะสม นำธงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หน.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์

เพราะได้ผลักดันให้ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ตุลาคม กรุงเทพ เริ่ม “ฟ้าหม่น” กันอีกแล้ว

 

30 ก.ย.62 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานคุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล อยู่ในระดับปานกลางถึงมาก เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบปริมาณฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ระหว่าง 44-89 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน 45 สถานี (จากทั้งหมด 48 สถานี ที่มีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ)

ขณะที่ เว็บไซต์ AirVisual รายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) โลก โดย กรุงเทพ เมื่อช่วงสาย เฉลี่ย สูงไปถึง 174 ส่วน ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 สูงถึง 100.3 มคก./ลบ.ม. จากสภาพอากาศดังกล่าว ทำให้ช่วงเย็นวันเดียวกัน ทำให้ กรุงเทพ ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ก่อนที่ดัชนีดัชนีคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น พีเอ็ม 2.5 จะลดลงในช่วงค่ำ

ปัญหาเรื่องของฝุ่นละอองนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เช้าวันนี้ หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนที่ได้เตรียมไว้อย่างเร่งด่วน และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้าง และโรงงานอุตสาหกรรม ลดการระบายฝุ่นมลพาทางอากาศในช่วงนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยด้วยครับ”

ข้อความโพสต์ของนายกรัฐมนตรี ดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่นายกฯได้ให้ความสำคัญในเรื่องของฝุ่นละอองในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เกินเกณฑ์มาตรฐานนี้ ด้วยการขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามแผนที่เตรียมไว้อย่างเร่งด่วน และขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปข้างนอกบ้าน แต่สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าความห่วงใยที่ได้ขอร้องและเตือนประชาชนก็คือ

ขอให้นายกฯติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่าง “จริงจัง” และ “ยั่งยืน” ด้วยเถิด.

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น

“บอร์ดการบินไทย” มีมติให้ทบทวนโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ

 

จากกรณี  นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ได้เชิญ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาหารือถึงข้อเท็จจริงบางอย่างที่ไม่ชัดเจนในการจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ ในวงเงิน 156,000 ล้านบาท ของการบินไทย เช่น แหล่งที่มาของเงินทุนว่าจะได้เงินเงินทุนจากการออกหุ้นกู้หรือเพิ่มทุน การประมาณการรายได้และกำไร-ขาดทุนที่ชัดเจนและเป็นจริง วิธีจัดหา ข้อดี ข้อเสีย โดยต้องชี้แจงความเสี่ยงทุกด้านอย่างละเอียด

ล่าสุด (24 ก.ย.) บอร์ดการบินไทย มีมติให้ฝ่ายบริหารไปทบทวนแผนดำเนินการโครงการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยให้นำผลสรุปมาเสนอบอร์ดพิจารณาใหม่อีกครั้งภายใน 6 เดือน

เรื่องนี้ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กล่าวว่า การบินไทยต้องดูเรื่องการวางแผนการบิน ทั้งจำนวนเครื่องบินที่มีอยู่ ยังคงมีความต้องการเครื่องบิน 38 ลำอยู่ แต่ต้องพิจารณาว่าขนาดเครื่องบินจะยังเท่าเดิมหรือไม่ วงเงินเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ในเบื้องต้นต้องพิจารณาถึงศึกษาการเช่าเครื่องบินเพื่อมาใช้งานอย่างน้อย 3 ลำ ทดแทนเครื่องบินที่จะปลดระวาง 20 ลำ

ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การบินไทยไม่ได้มีการรื้อแผนการจัดหาใหม่ ยังคงกรอบการจัดหาที่ 38 ลำ แต่ให้ไปดูรูปแบบ วิธีการจัดหาเครื่องบินเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด รวมทั้งต้องให้สอดคล้องกับฐานะทางการเงินของบริษัทเป็นหลัก

เรื่องของแผนการจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ ในวงเงิน 156,000 ล้านบาท ที่ให้มีการชี้แจงถึงข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับฐานะทางการเงินนี้ ก็คงต้องขอชื่นชม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นอย่างยิ่งที่ได้พิจารณาถึงสถานะการเงินของการบินไทยที่ขาดทุนอยู่ในปัจจุบัน

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก.

โพสท์ใน เรื่องราว | ใส่ความเห็น

It: Chapter Two

หนัง ปี 2019 ของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กำกับโดย แอนดี้ มุสเชตติ, นำแสดงโดย บิลล์ สการ์สการ์ด, เจสซิก้า แชสเทน, เจมส์ แมคอะวอย, บิลล์ ฮาเดอร์, เจย์ ไรอัน, เจมส์ แรนซัน, แอนดี บีน, ไอซาห์ มุสตาฟา หนังจัดอยู่ในประเภท แอกชัน/ทริลเลอร์

เป็นเรื่องราวภาคต่อของปีศาจในคราบตัวตลก เพนนีไวซ์ ที่มันจะกลับมาสร้างความสยองขวัญในทุกๆ 27 ปี จากภาคแรกที่ “มัน” ได้ถูกหยุดยั้งความชั่วร้ายโดยสมาชิกแก๊งเด็กขี้แพ้ที่เป็น 1 หญิง และ 6 ชาย เอาชนะความกลัวภายในจิตใจของตัวเองได้สำเร็จ

27 ปีต่อมา หลังจากแก๊งเด็กขี้แพ้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งได้แก่ เบเวอร์ลี (แชสเทน) บิล (แมคอะวอย) ริชชี (ฮาเดอร์)  เบน (ไรอัน) เอ็ดดี (แรนซัน) สแตนลีย์ (บีน) จำเป็นต้องกลับมาหา ไมค์ (มุสตาฟา) รวมตัวกันต่อสู้กับ เพนนีไวซ์ (สการ์สการ์ด) ที่เมืองเดอร์รี่ในรัฐเมนอีกครั้ง ตามที่ได้ให้สัญญาไว้ต่อกัน ถึงแม้ว่าจะได้แยกย้ายกันไปทำงานในแต่ละรัฐแล้วก็ตาม

เหล่าผองเพื่อนทั้ง 7 คน ที่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความคิดในเรื่องของเวทมนต์คาถาก็ได้เปลี่ยนไป เขาเชื่อในเรื่องความเป็นจริงของโลกมากขึ้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องพยายามหาหนทางที่จะเอาชนะเจ้าปีศาจร้ายตัวนี้ให้ได้กันอย่างเต็มที่

หนังดัดแปลงบทมาจากนวนิยายของ สตีเฟน คิง ที่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ชมเช่นเดิม.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

หักหนี้เงินกู้ “ครู” จนเงินเดือนเหลือไม่พอใช้

 

26 ก.ย.62 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้ รมว.ศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลหรือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการหักเงินเดือน หรือเงินบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 กับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการหักเงินเดือนหรือบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

คดีนี้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีหนี้สินวิกฤติจากทั่วประเทศ 162 คน ได้ยื่นฟ้อง รมว.ศึกษาธิการกับพวกว่า ร่วมกันหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อการชำระหนี้สินเงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในและสหกรณ์ในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผู้กู้จะต้องมีเงินเหลือจากการหักชำระหนี้ ณ ที่จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของอัตราเงินเดือนบำเหน็จบำนาญที่ได้รับ

ศาลให้เหตุผลว่า การหักเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ ทำให้ผู้ถูกหักเงินแต่ละรายมีเงินเหลือหลังหักชำระหนี้แล้ว น้อยกว่าร้อยละ 30 แสดงให้เห็นถึงการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

จากคำพิพากษาดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหลายนั้น ไม่เอาใจใส่ในกฎระเบียบที่กำหนดไว้ ปล่อยให้มีการหักหนี้เงินกู้ครูกันได้อย่างเต็มที่

ทำให้ “ครู” หมดกำลังใจในการสอน กันไปทั่วทั้งประเทศ.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

ปัญหาเรื่องสมาชิกภาพของ ส.ส.??

 

จากกรณี ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่า นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบ มาตรา 84 โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว และมีคำสั่งให้ส่งตัวเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที

คำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ทำให้เกิดปัญหาเรื่องของสมาชิกภาพ ของ นายนวัธว่า ต้องพ้นจากสถานะ ส.ส. หรือไม่ โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การจะขาดจากสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่กรณีนี้เป็นเพียงศาลชั้นต้น ยังอุทธรณ์และฎีกาได้

ขณะที่ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่า คำพิพากษาประหารชีวิตที่ถูกคำสั่งขังโดยหมายศาล ทำให้ นายนวัธ สิ้นสภาพการเป็น ส.ส. จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง หากนับจากวันที่ถูกสั่งขัง ออกไป 45 วัน จะครบในวันที่ 8 พ.ย. แต่กฎหมายให้เลือกตั้งในวันอาทิตย์ และวันอาทิตย์สุดท้ายคือวันที่ 3 พ.ย.62

ปัญหาเรื่องของสมาชิกภาพนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้มีความเห็นแย้งกันอยู่ จึงให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายหาความชัดเจน เพราะความเห็นของผู้ร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า นายนวัธหมดสมาชิกภาพ ส.ส.แล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งว่าคดียังไม่ถึงที่สุด

ด้าน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาสถานะ ส.ส.ของนายนวัธ ว่า ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย คือ เสียงข้างมาก 11 เสียง เห็นว่าต้องพ้นจากสถานะ ส.ส. เสียงข้างน้อย 4 เสียง เห็นว่า ยังไม่พ้นจากสถานะ แต่ที่ทุกเสียงเห็นพ้องต้องกันคือ สำนักเลขาธิการสภาฯ ไม่มีอำนาจในการชี้ขาดเรื่องการสิ้นสุดของสถานะ

“เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดระบุให้สภาฯเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องสถานะของ ส.ส. ช่องทางที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ คือ การให้ ส.ส. หรือ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาที่เป็นสมาชิก ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือ หาก กกต.สงสัย ก็สามารถให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้” นายสรศักดิ์กล่าว

รัฐธรรมนูญของเรา มีปัญหาให้ต้องตีความ และวินิจฉัย กันอยู่เสมอ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“เหล็กไหล” ทรัพย์สินมูลค่ากว่าพันล้านบาทของ ส.ส.?

 

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพิ่มเติม 80 คน ที่ขอขยายเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หลังการเปิดเผยมีบัญชีทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 5,632,536.266 บาท นายปิยบุตร แสงกนกกุล มีทรัพย์สิน 9,984,857 บาท

นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 169,666,795 บาท นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย มีทรัพย์สิน 1,088,573,006 บาท นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ มีทรัพย์สิน 192,902,325 บาท ซึ่งมีพระกริ่งปวเรศทองคำ 50 ล้านบาท สมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทองคำ 40 ล้านบาท พระสมเด็จไกเซอร์เลี่ยมทองคำ 30 ล้านบาท

ขณะที่ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย มีทรัพย์สิน 1,112,531,135 บาท แต่ที่น่าสนใจมากก็คือ ได้แจ้งว่า มีเหล็กไหลอยู่ในครอบครอง 2 ชิ้น คือ 1.เหล็กไหลช่อ หรือ โคตรเหล็กไหล มูลค่า 700 ล้านบาท และ 2.เหล็กไหลก้อน (มหาเหล็กไหล) มูลค่า 300 ล้านบาท และยังมีหินอุกกาบาตมูลค่า 10 ล้านบาท ทั้ง 3 ชิ้น มีมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท

มูลค่าทรัพย์สินของ นายคฑาเทพ ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมกันเป็นอย่างมาก สื่อมวลชนทั้งหลายก็พากันเดินทางไปทำข่าว เพื่อขอชม “โคตรเหล็กไหล” และ “มหาเหล็กไหล” ที่มีมูลค่าเป็นพันล้านบาทนี้กันอย่างไม่ขาดสาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ให้ไต่สวนสอบสวนและวินิจฉัยกรณีการแสดงบัญชีทรัพย์สินของ นายคฑาเทพ ที่เป็นเหล็กไหลและหินอุกกาบาต  และของ นายมงคลกิตติ์ ที่แจ้งว่าเป็นพระเครื่องต่างๆ อาจเป็นการจงใจยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เป็นที่สงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยเป็นอย่างมากว่า เป็นการสร้างมูลค่าลวงหรือไม่ อาจเข้าข่าย “ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” ตามนัยของ ม.3 (5) ของ พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

ขอให้ ป.ป.ช.ช่วยตรวจสอบให้ประชาชนได้ทราบถึงมูลค่าของทรัพย์สิน “ที่แท้จริง”ด้วยทีเถิด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ห้าม “ตำรวจ” ยึดใบอนุญาตขับขี่

 

22 พ.ค.62 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการจัดระเบียบการจราจรทางบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการตรา พ.ร.บ.นี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

1.มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน (37) และ (38) ของมาตรา 4 ใน พ.ร.บ.จราจรฯ พ.ศ.2522 ให้ใช้ข้อความตามบทนิยามของเจ้าพนักงานจราจรใหม่ 2.มาตรา 5 ให้แก้ไขคำว่า “เจ้าพนักงานจราจร” เป็นคำว่า “หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร” ทุกแห่ง 3.ให้เพิ่มข้อความ เป็นมาตรา 4/1 4.มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ มาตรา 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.นี้

5.มาตรา 8 ให้เพิ่มข้อความ เป็นมาตรา 31/1 “ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่า ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว

6.มาตรา 9 เพิ่มข้อความ ของมาตรา 83 เป็น (1/1) ขับในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น 7.มาตรา 12 ให้ยกเลิกในมาตรา 141 และใช้ข้อความใหม่แทน 8.มาตรา 13 ให้เพิ่มข้อความเป็นมาตรา 142/1-8 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับการอนุญาตขับขี่ การพักใบอนุญาตขับขี่ การจัดอบรมความรู้ สิทธิได้รับคืนความประพฤติในการขับรถ ฯลฯ

สาระสำคัญที่น่าสนใจ คือ การยกเลิกยึดใบอนุญาตขับขี่ และ การแสดงใบอนุญาตใบขับขี่ ซึ่งสามารถทำได้ 3 วิธี คือ 1.แสดงใบขับขี่แบบเดิม 2.ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบก 3.ภาพถ่ายใบขับขี่ที่มีคิวอาร์โค้ด รวมทั้ง ระบบการตัดแต้มคะแนนความประพฤติ ซึ่งอยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อออกมารองรับต่อไป

พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.62 เป็นต้นไป.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

“ควันหลง” การอภิปรายรัฐบาลประยุทธ์ 2

 

22 ก.ย.62 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ควันหลง การอภิปรายรัฐบาลประยุทธ์ จากประชาชนจำนวน 1,164 คน เมื่อระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2562 จากการสำรวจพบว่า

1.ความสนใจของประชาชนในการติดตามการอภิปรายฯ ร้อยละ 61.86 ให้ความสนใจติดตามการอภิปรายเพราะอยากฟังข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้าน อยากรู้ว่ารัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร การถวายสัตย์เป็นจารีตประเพณีสำคัญ ร้อยละ 38.14 ไม่สนใจ เพราะ เบื่อหน่ายไม่ชอบการเมือง มัวแต่ทะเลาะกัน สนใจเรื่องนำท่วมและปากท้องมากกว่า

2.การอภิปรายในครั้งนี้ คิดว่าได้ประโยชน์หรือไม่? ร้อยละ 37.24 ได้รู้ข้อมูลข้อเท็จจริงมากขึ้น ได้เห็นท่าที มุมมอง แนวคิดของทั้ง 2 ฝ่าย ได้รู้ที่ไปที่มาของการถวายสัตย์ ร้อยละ 62.76 ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากนายกฯ ไม่มีการตัดสินชี้ชัด ไม่ได้อภิปรายเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง

จากผลสำรวจ “ควันหลง” การอภิปรายรัฐบาลประยุทธ์ ข้างต้น ก็เป็นที่น่ายินดีว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ให้ความสนใจติดตามการอภิปรายเพราะอยากฟังข้อมูลจากฝ่ายค้าน และอยากรู้ว่ารัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร? และที่น่าสนใจคือ ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากนายกฯ

การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่บัญญัติให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของ ส.ส.สามารถเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติของเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะ โดยไม่มีการลงมติ ในครั้งนี้ ก็ต้องขอชื่นชม ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่อภิปรายอย่างมีสาระ ทำให้ประชาชนได้รู้ข้อมูลข้อเท็จจริงมากขึ้น

สมกับที่เป็น “สภาผู้ทรงเกียรติ” ของประเทศชาติและประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Angel Has Fallen

หนัง ปี 2019 ของ มิลเลนเนียม ฟิล์มส กำกับโดย ริก โรมัน วอห์, นำแสดงโดย เจอราร์ด บัทเลอร์ ,มอร์แกน ฟรีแมน, จาดา พินเก็ตต์-สมิธ, เฟรดเดอริก ชมิดต์, ไพเพอร์ พีราโบ, แดนนี่ ฮุสตัน หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ทริลเลอร์

เป็นเรื่องราวในลักษณะของภาคต่อจาก Olympus Has Fallen (2013) และ London Has Fallen (2016) ในภาคนี้ ไมค์ เบนนิ่ง (บัทเลอร์) องครักษ์พิทักษ์ อลัน ทรัมบูลล์ (ฟรีแมน) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ผ่านการฝึกทางทหาร และอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าองครักษ์ประธานาธิบดีอีกหรือไม่

ระหว่างที่เขาไปคุ้มกันประธานาธิบดีที่ไปตกปลาที่ทะเลสาบแห่งหนึ่ง จู่ๆก็ได้เกิดมีฝูงโดรนลึกลับเข้าโจมตี ทีมอารักขาทั้งหมดเสียชีวิต ตัวเขาเองรอดชีวิต ขณะที่ประธานาธิบดีบาดเจ็บสาหัสอยู่ในสภาพโคมา ทำให้เขาถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นวางแผนลอบสังหารจาก เฮเลน ธอมป์สัน (พินเก็ตต์ สมิธ) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอเป็นอย่างมาก

เขาได้ถูกตามล่าทั้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและจากฝ่ายผู้ก่อการร้าย ทำให้เขาต้องหนีจากการตามล่าอย่างสุดชีวิต ในขณะเดียวกันก็ต้องค้นหาความจริงเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และเปิดโปงเหล่าวายร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ให้ได้

เป็นหนังแอ็กชันที่ยังคงดูสนุกและตื่นเต้นอยู่เหมือนเดิม.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น