ปชป.กับเงื่อนไขการขอแก้รัฐธรรมนูญ?

 

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม. (28 พ.ค.) ในประเด็นเงื่อนไขการขอแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และจะขอเป็นคนตรวจรายชื่อ ครม.ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคตด้วยตัวเอง ในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

คำสัมภาษณ์นี้ ทำให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. ได้แจ้งต่อคณะกรรมการบริหารและแกนนำพรรค ขณะที่จะมีการประชุมว่า ขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อนอย่างไมมีกำหนด มีปัญหาอยู่ที่ พปชร.ที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์กันว่า หาก พปชร. ไม่มีเอกภาพ และบิดพลิ้วข้อตกลง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นประเด็นหลักของ ปชป. คงจะร่วมงานกันไม่ได้ เช่นเดียวกับการเสียมารยาททางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือวิสาสะทุบโต๊ะจะขอตรวจว่าที่รัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนแต่มาจากการยึดอำนาจ

ข่าวนี้ทำให้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. และ นายสนธิรัคน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงถึงความชัดเจนในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ พรรคจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่อเลือกนายกฯแล้ว นายกฯมีอำนาจทางกฎหมายที่จะพิจารณาจัดตั้งรัฐมนตรี เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ไม่ต้องเป็นกังวลและสบายใจในเรื่องของเอกภาพ

และในช่วงค่ำของวันที่ 28 พ.ค. มีข่าวจาก ปชป.ว่า ตัวแทน พปชร. ได้มีการประสานกับตัวแทน ปชป.เพื่อขอแลก กระทรวงอุตสาหกรรม กับ กระทรวงเกษตรฯ และอีกกระทรวงกับกระทรวงพาณิชย์ โดยรับปากจะจัดการกับปัญหาภายในพรรคโดยเร็ว แต่ ปชป.ปฏิเสธข้อเสนอและขอยึดข้อตกลงเดิมตามที่รับปากไว้แต่ต้น

ในขณะเดียวกัน สมาชิกพรรค ปชป.บางคน ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็น เรียกร้องให้ ปชป.รักษายึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค ขอให้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่เข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร. เพราะคัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.

การประชุมของคณะกรรมการบริหารและแกนนำพรรค ปชป. ที่เลื่อนออกไป จะมีมติเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ พปชร.ตามข้อตกลงเดิม หรือว่า จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การประชุมสภาผู้แทน ครั้งที่ 1

 

25 พ.ค.62 มีพิธีเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ชุดที่ 26) ครั้งที่ 1 เพื่อโหวตลงคะแนนเลือกประธานและรองประธานสภาฯ โดยมี นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่มีอาวุโสสูงสุด (อายุ 91 ปี) เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ

ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ มีจำนวน 2 คน คือ 1.นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ 2.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) หลังจากลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่า นายชวน ได้ 258 คะแนน นายสมพงษ์ ได้คะแนน 235 คะแนน งดออกเสียง 1 คะแนน ทำให้นายชวน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากผลการลงคะแนนเลือก นายสมพงษ์ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 235 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าคะแนนรวมของ 7 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบันกันไว้  244 คะแนน เมื่อหักคะแนนของ ส.ส.อุตรดิตถ์ พท. ต้องไปโรงพยาบาล และ ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ที่ป่วยอยู่ 2 เสียงแล้ว คะแนนจะเหลือ 242 เสียง แต่เสียงที่ได้ 235 เสียง ทำให้ถูกมองว่าคะแนนที่หายไป 7 เสียง เป็น กลุ่มงูเห่า ที่ย้ายไปเทคะแนนให้นายชวน

ขณะที่ นายชวน ที่เคยปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ว่า จะไม่กลับมาเป็นประธานสภาฯอีก (เพราะเคยเป็นมาหมดแล้ว ทั้งประธานสภาฯ รวมถึงนายกรัฐมนตรี) ได้ให้สัมภาษณ์หลังได้รับการลงมติด้วยเสียงข้างมากถึง 258 เสียง ว่า ขอขอบคุณ ส.ส.ที่สนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เดิมไม่มีความคิดว่าจะกลับมาอีก แต่เมื่อมีความจำเป็นจึงกลับมาและตั้งใจจะทำให้ สถาบันนิติบัญญัติ ให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น

การที่ นายชวนได้รับการลงคะแนนเสียงให้เป็นประธานสภาฯ (เข้าชิงตำแหน่งแทน นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พปชร.) นั้น เนื่องจาก พปชร.ยอมรับเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของ ปชป.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (บางมาตรา) และตอบรับที่จะใช้นโยบายของพรรคไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมทั้งรับปากจัดรัฐมนตรีให้ 7 เก้าอี้ คือ 1 รองนายกฯ 3 รมว.(ได้แก่ รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรฯ และ รมว.การพัฒนาสังคมฯ) 3 รมช. ได้แก่ รมช. ศึกษาธิการ รมช.มหาดไทย และ อีก 1 รมช.ตามความเหมาะสม

การเจรจาต่อรองจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของ ปชป.ก็ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว.  

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Teen Spirit

หนัง ปี 2018 ของ ไลออนสเกต กำกับโดย แม็กซ์ มิงเกลลา นำแสดงโดย แอลล์ แฟนนิ่ง, แอ๊กเนียสซก้า โกรชอว์สก้า, มิลลี่ แบรดี้, ซเลตโก บิวริก, วิเวียน โอปาราห์ หนังจัดอยู่ในประเภท ดราม่า/เพลง

เป็นเรื่องราวของ ไวโอเล็ต (แฟนนิ่ง) เด็กสาวขี้อายผู้ที่มีเสียงร้องเพลงพอใช้ได้ มีแม่เป็นชาวโปแลนด์อพยพ ได้รับการสนับสนุนจาก วลาด (บิวริก) อดีตนักร้องโอเปร่า ช่วยไปเป็นผู้ปกครองในการสมัครร่วมแข่งขันรายการ Teen Spirit ที่คล้ายๆกับ American Idol

เธอได้รับการฝึกสอนถึงการร้องเพลงและการแสดงบนเวทีจนสามารถผ่านด่านการประกวดไปจนถึงรอบสุดท้าย ได้เข้าชิงชนะเลิศกับนักร้องสาวผู้มีความสามารถคนหนึ่ง ฝันของเธอคือการผ่านด่านการประกวดเพื่อขึ้นสู่การเป็นที่หนึ่งให้ได้ ปรากฏว่าเธอแพ้ในการแข่งขัน

แต่ความฝันของเธอก็ไม่ได้ผิดหวังไปเสียเลยทีเดียว เมื่อเธอได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากคนรอบข้าง พยายามผลักดันให้เธอประสบกับความสำเร็จตามที่ฝันให้ได้

เป็นหนังชีวิต/เพลง ถึงความฝันของเด็กสาวในการแข่งขัน ที่ดูเพลินๆเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

เสียงสะท้อนจาก ส.ว.ถึง (ว่าที่) ประธานวุฒิสภา

 

ก่อนที่จะมีการประชุมเลือก ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาอีก 2 ตำแหน่ง ที่มีการวางตัวล่วงหน้าว่าเป็น นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีต สนช. เป็นรองฯคนที่ 1 และ นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต. เป็นรองฯคนที่ 2

ได้มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มของ ส.ว. กว่า 50 คน ที่ไม่พอใจการจัดวางตัวในลักษณะไม่ให้มีการโหวตแข่งขันในทุกตำแหน่ง โดยมีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ควรเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งประธานวุฒิสภา ที่หลายคนเห็นว่า ผู้ที่จะมาเป็นต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกทุกคน

การวิพากษ์วิจารณ์กล่าวถึงการวางตัวนายพรเพชรเป็นประธานวุฒิสภาว่า ตอนเป็นประธาน สนช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมาหารือกับสมาชิก สนช. เท่าที่ควร ทำให้การออกกฎหมายหลายฉบับมีปัญหาถูกโซเชียลมีเดียรุมถล่มจนกระทบต่อภาพลักษณ์ คสช. และว่า ขณะนี้มีบางคนทำตัวเป็นประธานฯตั้งแต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งด้วยซ้ำ

“หากมีคำสั่งของผู้ใหญ่วางตัวลงมาจริง นายพรเพชรควรมาทำความเข้าใจกับ ส.ว.ทุกคนให้เข้าใจถึงเหตุผลที่มาที่ไป ไม่ใช่ยึดสภาแล้วมาสั่งซ้ายหันขวาหัน ถ้านายพรเพชรยังไม่ประสานทำความเข้าใจกับ ส.ว.อาจมีการเสนอให้โหวตแข่งขันได้”

วันนี้ (24 พ.ค.) เป็นวันรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ และในช่วงเย็นมีการประชุมของ ส.ว. ที่ ห้องประชุมทีโอที จำกัด (มหาชน) แจ้งวัฒนะ เพื่อลงมติเลือก ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา อีก 2 คน

การลงมติเลือก ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาอีก 2 ตำแหน่ง จะเป็นไปตามที่วางตัวไว้ หรือจะมีการเสนอให้โหวตแข่งขันได้

ช่วงค่ำ เราคงจะได้ทราบผลของการลงมติว่าเป็นไปตามโผหรือไม่?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ข้อเรียกร้องของ ภท. และ ปชป.ในการเข้าร่วมรัฐบาล

 

จากผลพวงกติกาของรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 60 หลังจากการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากอย่างชัดเจน ถึงแม้ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต มากเป็นอันดับหนึ่ง ประกาศรวมเสียง 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ และ พรรคพลังปวงชนชาวไทย ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเป็นขั้วแรก ด้วยคะแนนเสียงของตัวเลข 255 เสียง และลดลงมาเหลือเพียง 245 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภา

แต่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้ประกาศเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเช่นเดียวกัน โดยกล่าวว่าสามารถรวมเสียงจากพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดจิ๋ว (12 พรรค) ได้ ส.ส. เกิน 150 เสียง และยังต้องรอ พรรคภูมิใจไทย ที่มี 51 เสียง และ พรรคประชาธิปัตย์ 52 เสียง รวมเป็น 253 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภา

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศว่า จะจับมือเดินไปด้วยกัน ไม่มีแตกแยก (22 พ.ค.) ถ้าข้อเสนอที่บอกไปได้รับการตอบรับ โดย ภท.ต้องการบริหารงานต่อยอดจากนโยบายที่หาเสียงไว้คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค และ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อต่อยอดงานด้านกีฬา

ขณะที่ ปชป.ขอ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และ กระทรวงพลังงาน ถ้าไม่ได้ตามนี้ เราก็ขอยืนยันว่าจะจับมือกัน ส่วนจะพิจารณาเป็นขั้วที่ 3 หรือไม่นั้นยังไม่ทราบ

เกี่ยวกับโควตาตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และ นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ พปชร.ได้เคยระบุไว้ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ต้องเป็นของพรรคหลัก และต่อมาได้กล่าวถึงว่า เรื่องของตำแหน่งเหล่านี้ ไม่ใช่ขายของ กลายเป็นเรื่องต่อรองอะไรกันเยอะแยะไปหมด

ข้อเรียกร้องของ ภท.และ ปชป. ที่เสนอไปจะได้รับการตอบรับจาก พปชร. หรือจะกลายเป็นขั้วที่ 3 ตามที่พูดถึงหรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ความขัดแย้งใน ปชป.

 

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่โรงแรมมิราเคิล (15 พ.ค.) โดยมีผู้ได้รับการเสนอชื่อหัวหน้าพรรค จำนวน 4 คน คือ 1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 2.นายกรณ์ จาติกวณิช 3.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ 4.นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค

จากผลการลงคะแนนเสียง ส.ส. 52 คน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง คือ 25 เสียงตามด้วย นายพีระพันธ์ 20 เสียง นายกรณ์ 5 เสียง และนายอภิรักษ์ 2 เสียง

หลังจากนั้นไม่กี่วัน (20 พ.ค.) นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 6 วันหลังจากประกาศว่าจะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ได้รับกำลังใจและการสนับสนุนอย่างท่วมท้น 6 วันของการหาเสียง ได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อน ส.ส.ถึง 20 เสียง น้อยกว่าทีมผู้ชนะเพียง 5 เสียง พวกเขาต่างหากที่ควรจะต้องเสียใจและหมดกำลังใจ

“เพิ่งประจักษ์ด้วยตัวเองว่า ผู้ใหญ่บางคนที่เคยเคารพนับถือมาเกือบ 30 ปีที่เคยเชื่อว่าดี แท้จริงแล้วเป็นภาพลวงตา ใครไม่ยอมอยู่ในอาณัติหรืออยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน เมื่อใดกลายเป็นคนที่ต้องถูกพิฆาต แผ่บารมีต่อต้านวาดภาพให้เป็นคนไม่ดี เป็นคนของคนนั้นคนนี้ เพื่อให้ให้ดูไม่ดีในสายตาเพื่อน บารมีมากล้นที่ควรที่ควรจะวางตัวเป็นกลาง…”

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ได้มีการชี้แจงถึงกรณีนายพีระพันธ์โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงถึงผู้มากบารมีว่า แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่สังคมก็ทราบว่าหมายถึงใคร โดยส่วนตัวไม่มีปัญหากับนายพีระพันธ์ ที่ผ่านมาพูดถึงปัญหาภายนอกที่เข้ามาแทรกแซง ความจริงมีมาตั้งแต่สมัยเลือกหัวหน้าพรรคครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ก็พยายามแทรกเข้ามาด้วยการใช้เงิน และสิ่งต่างๆ ไม่มีอะไรที่พูดพาดพิงนายพีระพันธ์

“มีเหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นคือ ม.จ.จุลเจิม ยุคล ที่โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าในพรรคประชาธิปัตย์มีอีแอบที่อยากเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์ ข่าวนี้กระทบพรรคและคนในพรรคทุกคน มันแปลกตรงที่เชียร์นายพีระพันธ์ แต่กล่าวหาคนอื่น คือนายกรณ์ จาติกวนิช หรือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน”

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน ปชป.ไม่ทราบว่าเกิดจากปัญหาว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกันหรือเปล่า?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การแทรกแซงค่าเงินบาท?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยอาจตกอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกจับตา เนื่องจากเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินว่า ในรายงานการติดตามการแทรกแซงค่าเงินของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯให้ความสำคัญกับ 12-13 ประเทศหลักที่เป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ

การที่มีข่าวว่าสหรัฐฯอาจติดตามเพิ่มเติมโดยขยายประเทศเพิ่มเป็น 20-25 ประเทศ ที่อาจถูกเข้าข่ายจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ได้คุยกับทางการสหรัฐฯต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายเข้าไปบริหารจัดการค่าเงินบาทเพื่อความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม อาจมีบางช่วงที่ ธปท.เข้าไปดูแล โดยเฉพาะที่มีเงินไหลเข้าเร็วและแรง ไทยก็ต้องเข้าไปดูแลค่าเงินเหมือนกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่หากรายงานของสหรัฐฯจะขยายจำนวนประเทศเป็น 20-25 ประเทศ และไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่จับตาเป็นพิเศษก็อย่าตกใจ เพราะหากมีรายชื่อจริง น่าจะมาจากเหตุผลที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดระดับสูง และเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯในระดับสูง ซึ่งปกติการประกาศขึ้นบัญชีของสหรัฐฯจะมีเหตุ 3 ข้อ ซึ่งการเกินดุลทั้งสองรายการอยู่ในเหตุนี้ แต่ไม่ได้เข้าข่ายประเทศที่ประเทศที่บริหารจัดการค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า หรือเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงิน

“ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธปท.หารือกับสหรัฐฯมาต่อเนื่อง โดยรายงานข้อเท็จจริง แต่หากไทยอยู่ในประเทศที่สหรัฐฯจับตา ก็ยืนยันได้ว่า จะไม่มีผลกระทบ ไม่มีผลต่อการทำนโยบายการเงินของ ธปท. หรือการเข้าไปดูแลเงิน เพราะหาก ธปท.เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อความได้เปรียบจริง เราคงไม่เห็นค่าเงินบาทเป็นไปในทิศทางนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าค่าเงินหลายสกุลด้วยซ้ำ”

“ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะต่อไปยังคงมีความผันผวน ทำให้ ธปท.พยายามให้ภาคธุรกิจทำความเข้าใจและป้องกันความเสี่ยงจากการแลกเปลี่ยน” นายวิรไทกล่าว

ภาคธุรกิจของไทยทั้งหลายคงต้องทำความเข้าใจและป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามคำแนะนำของ ธปท.ดังกล่าวข้างต้นกันอย่างจริงจัง

ไม่ใช่เอาแต่กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ากันแต่เพียงอย่างเดียว.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

The Kid Who Would be King

หนัง ปี 2019 ของ ทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ กำกับ/เขียนบทโดย โจ คอร์นิช นำแสดงโดย หลุยส์ แอชบอร์น เซอร์กิส, ดีน เชามู, ทอม เทย์เลอร์, ไรแอนนา ดอร์ริส, รีเบคก้า เฟอร์กูสัน, แองกัส อิมรี่, แพทริค สจ๊วร์ต หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/แฟมิลี/แฟนตาซี

เป็นเรื่องราวของกษัตริย์อาร์เธอร์กับอัศวินโต๊ะกลมที่นำมาดัดแปลงสู่โลกปัจจุบัน เริ่มต้นด้วย อเล็กซ์ (แอชบอร์น เซอร์กิส) เด็กนักเรียนที่คิดว่าเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งในโรงเรียน เขามี เบ็ตเตอร์ส (เชามู) เป็นเพื่อนสนิท และมี แลนซ์ (เทย์เลอร์) และ เคย์ (ดอร์ริส) ที่คอยกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา

อเล็กซ์ได้ไปเจอดาบปักอยู่บนแท่งคอนกรีตที่ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง เขาดึงดาบนั้นออกมาได้ และจากการที่เติบโตมาจากการอ่านหนังสือของกษัตริย์อาร์เธอร์ ก่อนที่พ่อจะหายตัวไป ทำให้เขาแน่ใจว่า เป็นดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ดาบในตำนานที่ปักอยู่กับหิน เขาจึงพยายามรวบรวมเพื่อนและศัตรูเข้ารวมกลุ่มกันให้เป็นกลุ่มของอัศวิน www.yesgirls.net.

พ่อมด เมอร์ลิน เข้ามาช่วยในนามของ เมอร์ติน (อิมรี่) นักเรียนแลกเปลี่ยนที่สามารถกลายร่างเป็นนกฮูกได้ และกลายเป็นคนสูงวัย (แพทริค สจ๊วร์ต) คอยอธิบายในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะต้องค้นหาและกำจัด มอร์กาน่า (เฟอร์กูสัน) น้องสาวที่ชั่วร้ายของกษัตริย์ที่ล่วงลับไป ก่อนที่จะเกิดสุริยุปราคาในอีกสี่วันข้างหน้าให้ได้

เป็นหนังแอ็กชัน/แฟนตาซี ที่สนุกสนาน ดูกันได้ทั้งครอบครัว.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

250 สมาชิกวุฒิสภา?

 

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส.ว.ทั้ง 250 คน (14 พ.ค.) ก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน และเหล่าบรรดานักการเมืองว่า มีสัดส่วนของอดีตนายทหารเป็นจำนวนมาก (มีนายพล ที่เป็น ส.ว. ทั้งสิ้น 101 คน เป็น พลเอก 65 คน พลโท 2 คน พลตรี 2 คน พลเรือเอก 11 คน พลเรือโท 1 คน พลอากาศเอก 7 คน พลอากาศตรี 1 คน พลตำรวจเอก 4 คน พลตำรวจโท 7 คน พลตำรวจตรี 1 คน)

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เครื่องมือสืบทอดอำนาจมีทุกครั้งเมื่อมีการรัฐประหาร คือ แต่งตั้ง เอาข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มานั่ง ส.ว. ขอเรียกว่า เป็นระบบ ส.ว.ผลัดกันเกาหลังคนละทีสองที 250 ส.ว.แบ่งเป็น 3 ก้อน 6 คนจากผู้นำเหล่าทัพ 50 คนจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ใช้เงิน 1.3 พันล้านบาท

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์ จะแต่งตั้งครอบครัวญาติพี่น้อง คสช.เข้าไปเป็น ส.ว.สายเลือด เครือญาติครอบครัว… ไม่ต่างกับสภาผัวเมียใน ส.ว.ชุดที่แล้วที่เคยด่าว่า ส.ว.ได้รับสิทธิโหวตั้งนายกฯ ย่อมมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นโฉมหน้า ส.ว.ทั้ง 250 แล้ว คนที่จะให้ฉายา ส.ว.ชุดนี้คือประชาชน

ขณะที่ นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว.กล่าวว่า ข้อวิจารณ์ ส.ว.เป็นสภาเครือญาติ แล้วแต่จะคิด แต่ ส.ว. 250 คนมาจากหลากหลายอาชีพ แต่ละคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิ มั่นใจว่าจะทำหน้าที่ตัวเองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ… ส.ว.เป็นอิสระในการโหวตเลือกนายกฯเหมือน สนช.เป็นอิสระในการทำงาน

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.กล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.เป็นสภาพี่น้อง ถือเป็นเรื่องปกติ ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ นายสมชาย แสวงการ กล่าวว่า อย่าไปมองว่าต่างตอบแทนแต่งตั้งเป็น ส.ว. รัฐธรรมนูญกำหนดให้ส.ว.มีอำนาจ ซึ่งอำนาจของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายล้านเสียงเห็นชอบผ่านประชามติ

ด้าน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้ง ส.ว. มีทหารกว่า 100 คน หากเลือกโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกสมัยจะกระทบภาพลักษณ์ของพรรคและไม่สง่างามหรือไม่ว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต้องให้เกียรติ ไปดูกันได้ว่า ส.ว.แต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร ไม่ทราบว่าใครเป็นเพื่อนใคร…ส.ว.แต่ละคนต่างมีวุฒิภาวะ เชื่อว่าจะเอาประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าใครเป็นเพื่อนใครเป็นหลัก

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึง 250 ส.ว.ที่ว่า เป็น สภาเครือญาติ หรือ สภาพี่น้อง ไม่ต่างจากสภาผัวเมียใน ส.ว.ชุดที่แล้วนั้น

“ผลงาน” น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

7 ช่องทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาต

 

10 พ.ค.62 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าวผลสรุปการยื่นขอใช้สิทธิ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า มีผู้ประกอบการขอคืนใบอนุญาต 7 ช่อง ประกอบด้วย

1.ช่อง 14 (บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 2.ช่อง 3 แฟมิลี่ (บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด) 3.ช่อง 28 (3 เอสดี) (บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด) 4.ช่อง 19 (บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด) 5.ช่อง 20 (บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด) 6.ช่อง 21 (บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด) 7.ช่อง 26 (บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด)

โดยทีวีดิจิทัล จากเดิมที่มี 24 ช่อง ก่อนหน้านี้ได้เพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว 2 ใบ คือ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่มีเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล หรือ นางพันธุ์ทิพา ศกุนตไชย เป็นเจ้าของ วันนี้ขอคืนใบอนุญาตอีก 7 ช่อง จะส่งผลให้มีทีวีดิจิทัลมีจำนวนเหลือเพียง 15 ช่อง Want to loan ? just click Try www.loanepics.com.!

ภายหลังจากที่ คสช.มีคำสั่งใช้ ม.44 เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และให้คืนใบอนุญาตได้ ทำให้คนในแวดวงสื่อสารมวลชนเฝ้าติดตามกันว่าจะมีทีวีดิจิทัลช่องใดบ้างที่ยอมตัดสินใจยุติการออกอากาศ สรุปแล้วมีทั้งหมด 7 ช่องดังกล่าวข้างต้น

ธุรกิจทีวีเป็นธุรกิจใหญ่ระดับพันล้านบาท ตอนเริ่มประมูลใบอนุญาตมีการแข่งขันเสนอราคากันสูงมาก ด้วยหวังว่าจะทำกำไรให้กับบริษัทของตัวเองอย่างมหาศาล จากผลประกอบการเดิมในธุรกิจทีวีของรัฐที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อประมูลใบอนุญาตได้แล้ว ปรากฏว่า เม็ดเงินของการโฆษณาที่คาดว่าจะได้รับมีน้อยมาก เนื่องจากมีการแข่งขันสูง อีกทั้งด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ผู้คนหันไปดูคอนเทนต์ผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้ชมทีวีลดน้อยลง จึงได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เข้าทำการช่วยเหลือ ดังที่ทราบกัน

เรื่องของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดจะต้องพบกับปัญหาการขาดทุน จากดาวรุ่งเป็นดาวร่วง กันได้อยู่ตลอดเวลา

ขอให้ดูธุรกิจวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายที่ประสบกับปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็แล้วกัน.

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น