ญัตติของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่กล่าวหารองนายกรัฐมนตรี?

 

ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอย่างเป็นทางการของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่ได้ระบุถึงพฤติกรรมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า

ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ญัตติขออภิปราย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย ว่า

ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายด้านการเงินแก่รัฐจำนวนมาก บังคับใช้และตีความกฎหมายโดยไม่ยึดหลักการและบรรทัดฐานที่ถูกต้อง จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องของอภินิหาร เพื่อช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ชี้นำการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

เกี่ยวกับญัตติในการอภิปรายซักฟอกนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงว่า เมื่อเขาถามมาเราก็ตอบไป เราจะเอาความจริงเข้าต่อสู้ เพราะทุกคนมีความจริงทั้งนั้นที่จะตอบ ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เรารู้ตัวว่าทำอะไรบ้าง ยืนยันถามอะไรมาก็ตอบไป

ด้าน นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ต้องการ ‘องครักษ์’ มาช่วย การจะพิทักษ์โดยลุกขึ้นตอบแทนสู้แทนนั้นไม่ควร เพราะจะต่อเวลาให้ยาวออกไปเปล่าๆ แต่ถ้า ส.ส.จะทำหน้าที่ดูแลรักษากฎระเบียบ ที่บางครั้งประธานสภาฯอาจจะไม่ได้ยิน ก็อาจทำหน้าที่บอกให้ประธานรู้และให้ประชาชนชี้ขาดเท่านั้น

การประท้วงของ “ทีมองครักษ์” ก็ขอให้เกรงใจประชาชนกันหน่อย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Cats

หนัง ปี 2019 ของ ยูนิเวอร์แซล กำกับโดย ทอม ฮูเปอร์ แสดงโดย ฟรานเซสก้า เฮย์เวิร์ด, เทย์เลอร์ สวิฟต์, ลอรี่ เดวิดสัน, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน, ไอดริส เอลบ้า, เรเบล วิลสัน, เอียน แมคเคลเลน, จูดี้ เดนช์ หนังจัดอยู่ในประเภท เพลง/แฟนตาซี/คอมมิดี้

เป็นเรื่องราวของเหล่าบรรดาแมวในลอนดอน เริ่มต้นด้วย วิคตอเรีย (เฮย์เวิร์ด) แมวสาวที่ออกเดินทางผจญภัย เข้าไปสู่โลกของเจลลิเคิลส์ยามค่ำ ตลอดเส้นทางเธอได้พบกับตัวละครที่น่าทึ่งมากมาย อย่างเช่น มิสเตอร์มิสทอฟเฟลิส (เดวิดสัน) ที่แสนสนุก กริซาเบลล่า (ฮัดสัน) แมวที่โดดเดี่ยว  และเธอได้ถูกเชิญให้ไปร่วมงานบอล

แมวเหล่านั้นได้พาเธอไปรู้จักกับเหล่าแมวที่เข้าร่วมการแข่งขัน  เจนนี่เอนี่ดอตส์ (วิลสัน) ที่ชอบนอนหลับในตอนกลางวัน รัม ทัม ทักเกอร์ (เดอรูโล) แมวที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจ ที่เลี้ยงเธอและแมวตัวอื่นด้วยนมและครีมที่บาร์นม และได้พบกับแมวตัวอื่นๆอีกหลายตัว ที่มีการเต้นและร้องเพลงกันไปตลอดทั้งเรื่อง

เป็นภาพยนตร์เพลงที่สร้างจากละครเพลงบรอดเวย์ระดับตำนานของ แอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ ที่เปิดแสดงครั้งแรกที่โรงภาพยนต์นิวลอนดอนในปี 1981 ว่าด้วยเรื่องราวในจินตนาการของเผ่าพันธุ์แมวกลุ่มหนึ่งที่ในแต่ละปีจะมีการคัดเลือกแมวที่มีความสามารถพิเศษเพื่อส่งตัวไปยังสถานที่พิเศษนั้นและจะได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

เป็นหลังเพลง/แฟนตาซี ที่ดูเพลินๆเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ญัตติของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่กล่าวหานายกรัฐมนตรี…?

 

ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอย่างเป็นทางการของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่ได้ระบุถึงพฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า

เป็นผู้ ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่เป็นธรรม ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง เป็นผู้นำประเทศที่ กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวาร และพวกพ้อง เข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม

บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ องค์กรในกระบวนการยุติธรรม เรียกได้ว่าเป็น ยุคยุติธรรมหมดตรง บังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาค ไม่เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย ไม่มีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง…

ข้อความในญัตติขออภิปรายข้างต้นนี้ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นเรื่องต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ข้อความในญัตติของฝ่ายค้าน มีข้อความเป็นเท็จ ขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา อย่างเช่น มีพฤติการณ์ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย… ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ… เป็นญัตติที่ต้องแก้ไข ซึ่งถ้าไม่ทบทวนจะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น

เรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า คงไม่มีการแก้ไขแล้ว จากการตรวจสอบมีปัญหาเฉพาะลายเซ็นผู้เสนอญัตติคนหนึ่งที่เซ็นไม่เหมือนกับลายเซ็นที่ให้ไว้ ส่วนข้อความเป็นเท็จหรือไม่นั้นขอให้ไปว่ากันตอนอภิปราย ไม่ทราบเช่นกันว่า ข้อความใดเป็นเท็จหรือไม่เท็จ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบที่เข้มขันที่สุด ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ผู้เสนอเป็นผู้พูดฝ่ายเดียว

ก็เป็นที่หวังว่า “ฝ่ายค้าน” จะอภิปรายด้วยข้อมูลที่เป็นจริง และ “ฝ่ายรัฐบาล” จะตอบโต้กันด้วยเหตุด้วยผล

ไม่ใช่ “ตีรวน” ด้วยการประท้วง แบบไร้สาระ สร้างความเอือมระอาน่าเบื่อหน่าย ให้กับประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

‘ฝ่ายค้าน’ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

31 ม.ค.63 ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 151 ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยระบุถึงพฤติกรรมของนายกฯและรัฐมนตรี ที่จะถูกอภิปราย รวมทั้งสิ้น 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

ด้าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า จะรับไปตรวจสอบความถูกต้องตามข้อบังคับ ถ้ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็ต้องแจ้งไปยังผู้เสนอภายใน 7 วัน และเมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว จะบรรจุเป็นวาระด่วน แต่ก่อนที่จะกำหนดวันประชุมเป็นวันไหนนั้น ต้องหารือกันทั้ง 2 ฝ่าย ถึงความพร้อมก่อน

รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ

การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ถึงพฤติกรรมของรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (รวมนายกรัฐมนตรีด้วย) อย่างเช่น การบริหารราชการแผ่นดินตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม การใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง บริวารและพวกพ้อง เป็นต้น

เป็นการตีแผ่ “ความจริง” ให้กับประชาชนทั้งหลายได้รับทราบ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การออกเสียงแทนกันของ ส.ส….???

 

จากกรณีที่มีการแฉและเผยแพร่คลิปการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ พรรคภูมิใจไทย ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดย ส.ส.ทั้งจากพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 63 ตราขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติรับคำร้องจาก ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งคำสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันนี้ (4 ก.พ.) โดยในส่วนของสภาฯได้ให้ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯไปดำเนินการชี้แจง

ประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามคำร้องก็คือเป็นร่างกฎหมายที่ตราขึ้นโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่ชอบจะทำให้ พ.ร.บ.งบประมาณฯตกไปทั้งฉบับหรือตกไปแต่เพียงบางส่วน ซึ่งปัญหาในข้อกฎหมายมีความเห็นแตกต่างกันไป ทั้งฝ่ายของรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งนักกฎหมายอิสระ ระดับปรมาจารย์ทั้งหลาย

เกี่ยวกับเรื่องของการเสียบบัตรแทนกันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยเอาไว้ในกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท ว่า การเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของ ส.ส.ที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตว์สุจริต ขัดต่อหลักความซื่อสัตย์สุจริตที่ ส.ส.ได้ปฏิญาณตนไว้ และขัดต่อหลักการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยว่า มติของของสภาผู้แทนราษฎรในการตราร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องของการออกเสียงลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.ในครั้งนี้

เราทั้งหลายก็คงต้องรอกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Ford v Ferrari

หนัง ปี 2019 ของ วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส กำกับโดย เจมส์ แมนโกลด์ นำแสดงโดย แมตต์ เดมอน, คริสเตียน เบล, จอน เบิร์นธัล, เทรซี่ เล็ตตส์, จอช ลูเคส หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ชีวประวัติ

เป็นเรื่องราวของ แคร์รอล เชลบี (เดมอน) อดีตนักแข่งรถชาวอเมริกันที่เคยได้แชมป์เลอมังส์ ซึ่งได้ถูก เฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 (เล็ตตส์) ประธานบริษัทฟอร์ดมอร์เตอร์ทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าทีมเพื่อเอาชนะในการแข่งขันเลอมังส์เอาชนะค่ายรถเฟอร์รารี่ให้ได้

เชลบี ได้เป็นผู้คัดเลือกนักขับรถที่จะเข้าร่วมแข่งขัน โดยเขาต้องการที่จะได้ตัว เคน ไมลส์ (เบล) ที่มีความสามารถในเรื่องของการขับและการซ่อมเขาร่วมทีมแต่ได้รับเสียงคัดค้านจากบริษัทว่าบุคลิกของเคนไม่เหมาะที่เข้าร่วมทีม

ผลการแข่งขันครั้งแรกทีมของเชลบีแพ้การแข่งขัน ทำให้เขาต้องต่อสู้กับประธานของบริษัทของฟอร์ดว่าเขาจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้ที่จะขับรถในการแข่งขัน โดยเขาได้พาประธานบริษัทไปทดลองนั่งรถที่จะใช้ในการแข่งจนเขาได้รับอนุมัติให้เป็นผู้คัดเลือกนักขับรถได้

เป็นหนังแอ็กชัน/ชีวประวัติที่น่าดูมากเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

คาดการณ์ ‘จีดีพี’ ของไทย ปี 63

 

29 ม.ค.63 นายลวรรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าว ประเด็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย ว่า สศค.ได้ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2562 จากเดิมคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ต.ค.62 ว่าจะขยายตัวที่ 2.8% เหลือเพียง 2.5%  เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า เช่น จีน สิงคโปร์ สหรัฐฯ และปริมาณการค้าโลกชะลอตัวลงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยหดตัวลงถึง 2.7%

ส่วนในปี 2563 จากเดิมคาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3.3% ลดลงเหลือเพียง 2.8%  ในขณะที่การส่งออกในปี 63 คาดว่าจะขยายตัว 1% จากเดิมคาดการณ์ว่าจะขยายตัวถึง 2.6% สาเหตุหลักเนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งกระทบกับภาคการท่องเที่ยวและคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้หายไปราว 400,000 ราย อย่างไรก็ตาม สศค.คาดว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบในระยะสั้นๆและจะคลี่คลายภายใน 3 เดือน

“ขณะที่เรื่องปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2563 ที่ล่าช้านั้น กระทรวงการคลังพร้อมจะออกมาตรการมาดูแลเศรษฐกิจในประเทศระหว่างที่งบประมาณลงทุนยังเบิกไม่ได้ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนไปแล้ว 110,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโต 0.25% และหลังจากนี้อาจจะมีการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านมาตรการ ชิม ช็อป ใช้ ระยะที่ 4 ออกมาอีก ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณารายละเอียดอยู่” นายลวรรณกล่าว

เศรษฐกิจไทยซึ่งนอกจากจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน และจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เป็นปัจจัยภายนอกแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงภายในอีกหลายประการ เช่น ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และที่สำคัญคือ ปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 63 ที่ล่าช้า

ไม่ทราบว่าจะส่งผลให้ ‘จีดีพี’ ของไทย ปี 63 จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่?

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เสียงเรียกร้องจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

 

28 ม.ค.63 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์ เรื่อง เรียกร้องธรรมาภิบาลและความจริงใจของทุกภาคส่วนในการต่อสู้ปราบปรามการทุจริตคดโกง กรณีแต่งตั้ง กมธ. ป.ป.ช.ในสภาผุ้แทนราษฎร โดยระบุว่า จากการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ชุดปัจจุบัน ที่สร้างความเคลือบแคลงสับสนในสังคมถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับประวัติ คุณสมบัติและพฤติกรรมของบางคน

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า กมธ.ป.ป.ช.เป็นความหวังของประชาชนที่จะตรวจสอบแก้ไขคอร์รัปชันการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยสำนึกว่าเรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่ใครนึกจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล เคารพกติกา มุ่งมั่นผลประโยชน์ส่วนรวมเหนืออื่นใด ส่วนธรรมาภิบาลของพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนในการเป็นตัวแทน ดังนั้นทุกพรรคการเมืองจึงควรส่งคนเก่งคนดี มีวุฒิภาวะ คนที่สังคมยอมรับว่ามือสะอาดไม่ด่างพร้อย

ที่สำคัญต้องเป็นคนที่เห็นความสำคัญของภารกิจต่อต้านคอร์รัปชันให้มาปฏิบัติหน้าที่สำคัญนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและสามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของสังคมธรรมาภิบาลของรัฐบาล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง กมธ.ป.ป.ช. แต่ในฐานะหน่วยงานสูงสุดของประเทศที่ดู๓แลประชาชนคนไทยทุกชีวิต นอกเหนือจากการขับเคลื่อนนโยบายแล้วการเลือกคนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง

ดังนั้นจึงพึงระลึกว่าการแต่งตั้งผู้มีพฤติกรรมขัดต่อกฎหมายและจริยธรรมที่ขัดแย้งต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นเรื่องที่ต้องให้เกียรติต่อประชาชนเจ้าของประเทศ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯขอเป็นตัวแทนสังคมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงจุดยืนที่สะท้อนธรรมาภิบาลและความจริงในการต่อสู้ปราบปรามผู้โกงชาติ ด้วยการชี้แจงต่อสังคมถึงการตัดสินใจเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นศรัทธา สำคัญที่สุดต้องให้เกียรติต่อความรู้สึกของคนไทยที่นับวันจะหมดความหวังต่อความจริงในการต่อสู้

ประเทศของเรามีปัญหาเรื่องของ นิติธรรม จริยธรรม และ ธรรมาธิบาล รวมทั้ง การถ่วงดุล ของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ การทุจริตคดโกงของเจ้าหน้าที่ที่ยังคงมีอยู่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินคดีข้าราชการระดับสูงจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อไรปัญหาต่างๆดังกล่าวข้างต้นจะหมดไปจากประเทศไทยกันเสียที?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทย ปี ’62

 

23 ม.ค.63 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) ปี 2562 ประกาศค่าคะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) โดยทั่วโลกคะแนนเฉลี่ย 43 คะแนน มี 2 ใน 3 จาก 180 ประเทศ ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน ประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดคือ เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ 87 คะแนนเท่ากัน อันดับ 2 ฟินแลนด์ อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 4 สิงคโปร์ และ อันดับ 5 สวีเดน

สำหรับประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยู่ ลำดับที่ 101 เท่ากับ เปรู ปานามา โคโซโว และ บอสเนีย เมื่อเทียบอันดับกับกลุ่มประเทศของอาเซียน สิงคโปร์ อันดับ 4 บรูไน อันดับ 35 มาเลเซีย อันดับ 51 อินโดนีเซีย อันดับ 85 และ เวียดนาม อันดับ 96 ฟิลิปปินส์ อันดับ 113 เมียนมา อันดับ 130 ลาว อันดับ 130 และกัมพูชา อันดับ 162

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงสาเหตุของค่า ซีพีไอ ที่ลดลงว่า มีหลายปัจจัย แต่ตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นโดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชียลมีเดียดีมาก ช่วยกดดันตีแผ่พวกทุจริตสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม “ในปี 2563 ป.ป.ช.ตั้งเป้าจะทำคดีให้เสร็จไม่น้อยกว่า 2,200 คดี จากเดิมตั้งเป้าไม่น้อยกว่า  500 คดี/ปี เชื่อว่าคดีค้างเก่าจะหมดไปในปี 2564 เหลือแต่คดีใหม่ๆ” พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว

ด้าน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า แหล่งข้อมูลที่ทำให้ไทยได้คะแนนลดลงมี 2 ด้าน คือ เรื่องของ หลักนิติธรรม ที่ได้ 38 คะแนน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมองว่า กลุ่มข้าราชการยังใช้ทรัพย์สินราชการเพื่อประโยชน์สวนตนมากขึ้น และ ความหลากหลายของประชาธิปไตย การถ่วงดุล ของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ตลอดจนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ที่ถึงแม้การเลือกตั้งจะผ่านไป แต่การเรียกรับผลประโยชน์การเบียดบังงบประมาณยังคงมีอยู่

เราใช้งบประมาณแผ่นดินที่เป็นเงินจากภาษีของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

ทำไมอันดับความโปร่งใสของประเทศเราถึงไม่ได้ดีขึ้นเลย?

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น

Knives Out

หนัง ปี 2019 ของ ไลออนสเกต กำกับโดย ไรอัน จอห์นสัน นำแสดงโดย เดเนียล เคร็ก, คริส อีแวนส์, อนา เดอ อาร์มาส, เจมี่ ลี เคอร์ติส, จอช แกด, ไมเคิล แชนนอน, ดอน จอห์นสัน, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์  หนังจัดอยู่ในประเภท อาชญากรรม/ลึกลับ/ดราม่า/คอมมิดี้

เป็นเรื่องราวของ ฮาร์ลาน ทรอมบีย์ (พลัมเมอร์) นักเขียนนิยายอาชญากรรมรุ่นใหญ่ผู้มั่งคั่งที่เป็นประมุขของครอบครัวใหญ่ได้เสียชีวิตลงอย่างปริศนาในคฤหาสน์ของตัวเอง หลังจากครบรอบวันเกิด 85 ปีของตัวเอง ทำให้ เบอร์นัวต์ บลังก์ (เคร็ก) นักสืบผู้โด่งดังได้รับการจ้างวานให้เข้ามารับผิดชอบในคดีนี้

ทุกคนมารวมตัวกันในก่อนครบรอบวันเกิด ทำให้ทั้งหมดในครอบครัวตกเป็นผู้ต้องสงสัย เริ่มจาก ลินดา (ลี เคอร์ติส) ลูกสาวคนโตของทรอมบีย์ กับ ริชาร์ด (จอห์นสัน) สามี และ แรนซั่ม (อีแวนส์) ลูกชายหนุ่มโสดที่เป็นแกะดำของครอบครัว วอลต์ (แชนนอน) ลูกชายคนเล็ก ที่บริหารกิจการสำนักพิมพ์ของครอบครัว และ มาร์ทา (อาร์มาส) พยาบาลสาวชาวอเมริกาใต้ผู้ดูแลทรอมบีย์

ตำรวจในพื้นที่และ เบอร์นัวต์ ได้ทำการสอบสวนตั้งคำถามกับสมาชิกในครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ทุกคนมีปริศนาให้ต้องขบคิดเพื่อหาตัวฆาตกรลึกลับผู้ฆ่าปู่ทรอมบีย์ให้ได้

เป็นหนังอาชญากรรม/ลึกลับ ในแนวสืบสวนสอบสวน ที่น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น