นโยบายจัดระเบียบการใช้ความเร็วรถยนต์ส่วนบุคคล

 

สัปดาห์ที่แล้ว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม คนใหม่ ของ รัฐบาลประยุทธ์ 2 ได้ประกาศถึงนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงในการแก้ปัญหาการจราจรและการจัดระเบียบการใช้ความเร็วของรถบนถนน ด้วยการปรับเพิ่มความเร็วของรถยนต์ส่วนบุคคลให้สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.

สำหรับนโยบายในการแก้ไขปัญหา แนวความคิดได้มาจากรูปแบบออโต้บานของเยอรมนี โดยจะกำหนดความเร็วในการขับขี่ที่มี 4 ช่องการจราจร คือ เลนซ้ายสุดวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. เลนถัดไป 80 กม./ชม. เลนถัดไป 100 กม./ชม. และเลนขวาสุด 120 กม./ชม.

“ระบบนี้ต่างประเทศใช้กันมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ได้ศึกษาในเรื่องนี้มาแล้วในระดับหนึ่ง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่รับฟังนโยบายก็เห็นด้วย โดยพยายามจะเร่งหาข้อสรุป เพื่อนำเสนอแนวทางให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณาอนุมัติต่อไปโดยเร็วที่สุด” นายศักดิ์สยามกล่าว

การใช้ความเร็วของรถยนต์ส่วนบุคคลบนถนนสายหลัก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนกันมานานว่าควรจะให้ใช้ความเร็วได้มากกว่าตามที่กฎหมายเดิมกำหนดไว้ นโยบายในการจัดระเบียบการใช้ความเร็วของรถยนต์บนถนนสายหลักที่มี 4 ช่องการจราจร ข้างต้น ก็ต้องขอชื่นชม นายศักดิ์สยาม รัฐมนตรีคนใหม่ เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจร หลังจากที่ถูกปล่อยปละละเลยมานาน

การจัดระเบียบความเร็วของถนนหลัก น่าจะช่วยแก้ปัญหาจราจรได้เป็นอย่างมาก.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

ปัญหาเรื่องของหนี้สินครัวเรือนของไทย?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วันที่ 13 ส.ค.นี้ จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่าง ธปท. และ ธนาคารพาณิชย์ สมาชิกของสมาคมธนาคารไทย ถึงแนวโน้มนโยบายการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

สำหรับนโยบายสำคัญที่จะลงนามกันในครั้งนี้ คือ การให้สินเชื่อรายย่อยอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลปัญหาหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือน เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์หนี้ครัวเรือน เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมของคนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น ตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นหนี้จำนวนมากขึ้น และมีเวลาเป็นหนี้นานขึ้น ซึ่งหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นกว่า 25% ในช่วง 10 ปี โดยจากปี 2552 มีสัดส่วนอยู่ที่ 53.5% เพิ่มขึ้นเป็น 78.7% ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ ที่ 97.7% ที่มาเป็นอันดับ 1

“หลังจากลงนามในข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ก็จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของสถาบันการเงินในเดือน ส.ค.นี้ เชื่อว่าจะเห็นธนาคารพาณิชย์ ทำแผนที่จะปฏิบัติในทันที และปรับกระบวนการทำงานภายในให้ตอบโจทย์ทั้งหมด และเริ่มใช้ในเดือน ม.ค.2563 และ ธปท.ไม่ได้ห้ามให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ แต่ให้ขยับมุมมองที่มองว่า ปล่อยแล้วลูกหนี้จะจ่ายหนี้ได้ และให้มองภาพระยะไกล ไม่ได้หวังกำไรระยะสั้นๆ” นางวจีทิพย์กล่าว

นโยบายของ ธปท.ที่จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงกับ ธนาคารพาณิชย์ สมาชิกของสมาคมธนาคารไทย ในการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ดังกล่าวข้างต้น ก็ต้องขอชื่นชม ธปท. เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสำคัญในปัญหาเรื่องของหนี้สินครัวเรือนของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

การปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชน ก็ถือว่าเป็นความหวังดีของรัฐ (รวมทั้งธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย) ที่ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปใช้จ่ายได้มากขึ้น แต่การปล่อยสินเชื่อให้กับชาวบ้านที่มีรายได้ต่ำ หรือกลุ่มที่รายได้ต่อเดือนน้อย การปล่อยเงินให้กู้นั้น จำเป็นต้องกำหนด ภาระหนี้ต่อรายได้ ให้เคร่งครัดว่า ต้องไม่เกิน 70% เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องของหนี้สินล้นพ้นตัว

กลุ่มข้าราชการครู ที่มีข่าวว่าไม่มีขวัญกำลังใจในการสอนนักเรียน ก็เพราะเรื่องของหนี้สินนี่แหละ.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เหตุระเบิดป่วนกรุง?

 

จากเหตุการณ์ระเบิดหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 15.40 น. (1 ส.ค.) ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปประชุม ก.ตร. และมอบนโยบายให้กับตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดหลังเกิดเหตุ พบคนร้ายมี 2 คน โดยชายเสื้อเหลืองนำระเบิดเข้าไปวาง อีกคนคอยดูต้นทางแล้วหลบหนีไป

ล่าสุด (2 ส.ค.) มีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม 2 ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้า สตช.ขณะนั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ-นราธิวาส ผ่านด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ตร.ชุดจับกุมควบคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางเข้า กทม.เพื่อสอบปากคำ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงกำลังสืบสวน ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่ของ กทม.อีกหลายแห่ง เช่น ที่หน้าตึกมหานครใกล้สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส ช่องนนทรี 2 จุด หน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีระเบิดหลอกที่ข้างศาลปกครอง และเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุม ก.ตร. ว่า สถานการณ์การที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้สั่งการไปยัง ผบ.ตร. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้ช่วยกันทำงาน เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ในเวลาไม่ถึง 2 ชม.

ในขณะที่สื่อโทรทัศน์ได้มีการนำเสนอข่าวกันอย่างเต็มที่จริงจังถึงเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ยิ่งไปกว่านั้น นักการเมืองรวมทั้งประชาชนก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล มีการโยงประเด็นไปถึงเรื่องต่างๆอีกมากมาย

จากกระแสข่าวที่สับสน ทำให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมากล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ขณะนี้ทีมสอบสวนกำลังเร่งสืบสวนหาหลักฐานการกระทำผิด และจะได้แถลงผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป เพื่อป้องกันการสับสนและข่าวลวง

บ้านเราเดี๋ยวนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องของ ข่าวลวง ข่าวหลอก จากความขัดแย้งในความคิดที่เกิดจากการแบ่งพรรคแบ่งพวกอยู่มากมาย ประชาชนผู้บริโภคข่าวสารทั้งหลายคงต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวว่า จริงหรือเท็จกันแน่? และที่สำคัญ

หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องแถลงผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนได้รับทราบ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Men in Black: International

หนัง ปี 2019 ของ โซนี่ พิคเจอร์ส กำกับโดย เอฟ แกรี่ เกรย์ นำแสดงโดย คริส เฮมสเวิร์ธ, เทสซา ธอมป์สัน, ราฟ สปอล, เอมมา ธอมป์สัน, เลียม นีสัน, หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ไซ-ไฟ/ตลก

เป็นเรื่องราวของ เอ็ม (เทสซา ธอมป์สัน) จากเด็กสาวตัวน้อยที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับองค์กรลับ เอ็มไอบี ที่ทำหน้าที่ตรวจตราสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เข้ามายังโลก ได้เข้าไปทำงานยังหน่วยงานนั้น โดยได้รับการมอบหมายงานจาก เอเจนท์ โอ (เอมมา ธอมป์สัน)

เอเจนท์ เอ็ม ได้ไปเป็นคู่หูของ เอเจนต์ เอช (เฮมสเวิร์ธ) ที่เดิมเป็นคู่หูของ เอเจนท์ ไอ ที (นีสัน) ต้องไปแก้ไขปัญหาคดีฆาตกรรมของมนุษย์ต่างดาวที่พวกเขาอารักขา จนพบหลักบานเชื่อมโยงไปถึงอาวุธทรงพลังที่จะมีผลกระทบไปทั่วโลก

เป็นหนัง เอ็มไอบี ที่ วิลล์ สมิธ และ ทอมมี่ ลีโจนส์ เคยแสดงนำและโด่งดังมาก่อน ไม่ได้กลับมาปฏิบัติภารกิจต่อ แต่ก็ได้ คริส เฮมสเวิร์ธ และ เทสซา ธอมป์สัน คู่หูจากเรื่อง ธอร์ แกนาร็อก มาเป็นคู่หูคนใหม่  มาผจญภัยแบบนานาชาติในลักษณะ โหด มันส์ ฮา แบบไม่น้อยหน้ากัน

เป็นหนังแอ็กชัน/ไซ-ไฟ ภาคต่อ ที่ยังคงดูสนุกเพลินๆอีกเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

คำยืนยัน “ปฏิรูปตำรวจ” ของ นายกรัฐมนตรี

 

ในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล (26 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ลุกขึ้นชี้แจง นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายทวงถาม กรณีกฎหมายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 (4) ที่ได้บัญญัติไว้ ว่า

“จากนี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งการปฏิรูปองค์กร บุคลากร วิธีการปฏิบัติงาน ที่มาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะต้องปฏิรูปตำรวจให้ชัดเจน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน”

“ตำรวจเป็นต้นทางกระบวนการยุติธรรม แต่จะปฏิรูปตำรวจอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องทำให้ตำรวจ อัยการ ศาลทั้งหมด สอดคล้องกัน จะต้องหารือกันเพื่อให้ดำเนินการได้โดยเร็ว ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้ตำรวจได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด ขณะเดียวกันต้องทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ  เพราะในปัจจุบันเกิดความขัดแย้งสูงขึ้น เพราะไม่ว่าจะทำผิดหรือถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจมักตกเป็นจำเลยเสมอ จึงต้องทำให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย”

และในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกหลัง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่าที่ประชุมได้มีการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี และมีมติเห็นชอบตั้ง ครม.เศรษฐกิจ โดยมีนายกฯเป็นประธาน ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์การแบ่งงานรองนายกฯที่ไม่มีผู้กำกับดูแล พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้กำกับดูแลเอง ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กระทรวงกลาโหม

การกำกับดูแลฝ่ายความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง 3 องค์กรข้างต้น ก็น่าจะทำให้การปฏิรูปตำรวจ สำเร็จและลุล่วง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 284 (4) ที่ได้บัญญัติเอาไว้

ช่วยทำให้ตำรวจ “โปร่งใส ยุติธรรม” และประชาชน “เชื่อถือ” มากที่สุด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“คู่ปะทะ” ในการแถลงนโยบาย “รัฐบาลประยุทธ์ 2”

 

ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.ที่ อาคารหอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งต่อสมาชิกก่อนอภิปราย ขอให้ระวังเรื่องของการทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 หมิ่นประมาท พูดกระทบบุคคลภายนอก ที่เป็นความผิดทางคดีอาญา

บรรยากาศของการประชุมวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เริ่มแถลงนโยบาย หลังจากนั้นไม่นานนักก็มีการประท้วงว่า นายกฯพูดไม่เป็นไปตามเนื้อหาในคำแถลงที่แจกให้สมาชิก ทำให้ นายชวน ต้องแนะนำนายกฯให้อ่านเนื้อหาให้ตรงตามคำแถลงนโยบายให้ครบถ้วนทุกหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

จากนั้นพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ได้เริ่มอภิปราย ตามด้วยพรรคประชาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ มีการชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีเป็นระยะไปจนกระทั่งค่ำ เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้า พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายพาดพิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร จน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีการโต้เถียงกันเป็นเวลานาน จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุกขึ้นตอบโต้อย่างมีอารมณ์ว่า “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นรุ่นพี่ แต่วันนี้ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาท่านไม่เคยให้เกียรติผมเลย…”

การประชุมในวันที่สอง (26 ก.ค.) ส.ส.พรรครัฐบาล และ ส.ว. อภิปรายชี้แจงถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีถึงนโยบายของรัฐบาล มีการประท้วง การอภิปราย สลับกับการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ

การประท้วงเริ่มมากขึ้นเมื่อ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.ได้ประท้วงขึ้นว่า ผู้อภิปรายเหยียดหยามสมาชิก “หากผมจะพูดบ้างว่า ผู้อภิปรายเป็น ส.ส.ขี้ข้าโจร…” ทำให้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย สวนกลับทันทีว่า ขอให้ถอน ขี้ข้าโจร ผมมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่เหมือนพวกท่าน “เลียทหารมา” ถึงขั้นทำให้ นายกิตติศักดิ์ ท้าเดี่ยวตัวต่อตัว

การอภิปรายถึงขั้น “ปะทะ” ของทั้ง 2 คู่ ข้างต้น ก็ดูเหมือนว่า การอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยังคงชอบเสียดสี เยาะเย้ย เหยียดหยัน ประชดประชัน เพื่อยั่วให้ฝ่ายตรงกันข้ามโกรธ เช่นเดียวกับนักการเมืองรุ่นเก่าที่ผ่านๆมา

นักการเมือง “รุ่นใหม่” ช่วยกันสร้าง “ภาพลักษณ์ใหม่” ให้กับการเมืองไทยทีเถิด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ภาพรวม” การแถลงนโยบายของ “รัฐบาลประยุทธ์ 2”

 

การแถลงนโยบายของ รัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค. สิ้นสุดลงเมื่อ วันเสาร์ที่ 27 ก.ค.62 (เวลา 03.32 น.) การอภิปรายของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และการชี้แจงของ 19 พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งของ ส.ว. ในภาพรวมก็ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่น่ายินดี มีนักการเมืองรุ่นเก่าเพียงบางคนที่ทำตัวน่าเบื่อหน่าย ไม่ชวนให้ติดตามรับฟัง

บุคคลผู้ที่สมควรได้รับการชื่นชมเป็นอย่างยิ่งก็น่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่รองประธานรัฐสภาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ว่า ไม่ค่อยจะเป็นกลางมากนัก

ครม. ฝ่ายรัฐบาลที่อภิปรายได้อย่างน่าฟัง ก็น่าจะได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่พูดถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ อีอีซี รวมทั้งการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ให้สมาชิกรัฐสภาและประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง

ผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านที่พูดดีนั้นมีหลายคนด้วยกัน อย่างเช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.”คนรุ่นใหม่” ของพรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวอภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล ได้อย่างมีเหตุมีผล ชวนให้ติดตามรับฟัง

การอภิปรายแถลงนโยบายของ “รัฐบาลประยุทธ์ 2” นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภา แถลงว่า  ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 33 ชั่วโมง 56 นาที แบ่งเป็น ครม.ใช้ไป 6 ชั่วโมง 12 นาที ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ใช้ไป 5 ชั่วโมง 5 นาที พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้ไป 12 ชั่วโมง 31 นาที  ส.ว.ใช้ไป 3 ชั่วโมง 59  นาที ส่วนที่เหลือคือคำกล่าวและวินิจฉัยของประธานในที่ประชุม คำแถลงของนายกฯและการหารือของสมาชิก ใช้ไป 7 ชั่วโมง 24 นาที

“การอภิปรายของ ครม.-ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน-ส.ว. นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเมืองในระบบรัฐสภา ถ้ายิ่งมีการนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบมากเท่าไหร่ ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้มากขึ้นเท่านั้น”

การอภิปรายแบบ “นักการเมืองรุ่นเก่า” สมควรที่จะเลิกกันได้แล้ว.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“บุกรุกป่า” ปัญหาที่ต้องดำเนินการ?

 

จากกรณี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดงานสัมมนา ส.ส.ที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานฯทับลาน ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค. โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก นั้น

เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. ได้ออกมาชี้แจงหลังจากถูกวิจารณ์อย่างมากที่ไปจัดสัมมนาในพื้นที่บุกรุกป่าว่า ทราบปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว ได้แจ้งหัวหน้าและผู้บริหารพรรคว่า ตั้งใจแต่ต้นจะพา ส.ส.ไปประชุมที่นั่น เพื่อนำไปสู่กระแสการแก้ไขปัญหาประชาชน 2.4 ล้านคนที่ประสบปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างรัฐกับราษฎร เพราะต้องการทำให้สังคมเห็นว่าอะไรถูกอะไรผิด

ขณะที่ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต ไม่ใช่ที่ดิน ส.ป.ก. ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.รายที่ให้ข้อมูล ทางด้านกรมอุทยานฯ ก็ต้องรีบไปประกาศรื้อถอนตาม มาตรา 22 โดยให้เวลา 30-45 วัน 2 ครั้ง หากเจ้าของไม่รื้อถอนกรมอุทยานฯต้องเข้าไปรื้อถอนแล้วเรียกค่ารื้อถอนคืน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติและพันธุ์พืช จะเข้าดำเนินการใช้มาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504  (26 ก.ค.)เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ด้วยการปักป้ายปิดประกาศ สั่งให้รื้อรีสอร์ต 11 แห่ง รวมทั้ง 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์หลังการติดประกาศให้รื้อถอนว่า อธิบดีกรมอุทยานฯใช้ดุลยพินิจไปติดป้ายตาม มาตรา 22 เจ้าของสามารถขอให้ศาลคุ้มครองได้ตามกฎหมาย

เรื่องของการบุกรุกป่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการทวงคืนผืนผืนป่ามาโดยตลอด ได้ที่ดินป่าสงวน ที่ดินอุทยานฯคืนมานับแสนๆไร่ รัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็คงจะต้องดำเนินนโยบายทวงคืนผืนป่ากันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้ประชาชนสงสัยกังขา ในกรณีที่ชาวบ้านบุกรุกป่า ล้วนถูกจับกุม เข้าคุก แต่

กลุ่มนายทุน ผู้ประกอบการรีสอร์ตรายใหญ่ ที่บุกรุกป่าทั้งหลาย ไม่เคยต้องถูกดำเนินคดีใดๆ.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

วันแถลงนโยบายของรัฐบาล “ประยุทธ์ 2”

 

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์ 2” ได้ถูกนำออกมาแจกจ่ายให้รัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา สื่อมวลชน และเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบล่วงหน้าก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีการแถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ 25-26 ก.ค. ตั้งแต่เวลา 09.30 น.ที่ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

นโยบายของรัฐบาล แบ่งออกเป็น นโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน และ นโยบายหลัก 12 ด้าน โดย นโยบายเร่งด่วน ได้แก่ 1.แก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน 2.การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับการผันผวนของเศรษฐกิจโลก 4.การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม 5.การยกระดับศักยภาพของแรงงาน 6.การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศ

7.การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 8.แก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมือง และข้าราชการประจำ 9.แก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 10.พัฒนาระบบการให้บริการประชาชน 11.การแก้ปัญหาภัยแล้ง และ 12.สนับสนุนให้มีการศึกษา รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 

นโยบายหลัก ได้แก่ 1.ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.สร้างความมั่นคง ปลอดภัย และความสงบสุขของประเทศ 3.ทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 4.การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก 5.การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย 6.การกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

7.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก 8.ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของไทยทุกช่วงวัย 9.การพัฒนาระบบสาธารณสุข และหลักประกันทางสังคม 10.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม 11.การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ และ 12.การป้องกันและปราบปรามการประพฤติผิดและประพฤติมิชอบและกระบวนการยุติธรรม

ในการแถลงนโยบายรัฐบาล 7 พรรค ฝ่ายค้าน ได้จัด เนื้อหาการอภิปรายแบ่งเป็น 6 กลุ่ม คือ 1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านการเมือง 3.ด้านความมั่นคง 4.ด้านสังคม 5.ด้านการศึกษา และ 6.ด้านการกระจายอำนาจ และ แบ่งรัฐมนตรีที่มีปัญหาเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม 3 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ 2.กลุ่มรัฐมนตรีที่มีคดีค้างอยู่ เช่น นายอุตตม รมว.คลัง ร.อ.ธรรมนัส รมช.เกษตรฯ นายสุริยะรมว.อุตสาหกรรม  นายวีรศักดิ์ รมช.พาณิชย์ 3.กลุ่มที่มีคดีกบฏและเคยร่วมเดินขบวนล้มล้างรัฐบาล คือ นายณัฏฐพล นายพุทธิพงษ์ และ 4.กลุ่มรัฐมนตรีที่ถือหุ้นสื่อ เช่น ม.ร.ว.จัตุมงคล  นายสาธิต นายเทวัญ

ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำ 19 พรรค ฝ่ายรัฐบาล ได้จัด 20 ส.ส.ให้ลุกขึ้นทักท้วง หากฝ่ายค้านออกนอกประเด็น โดยเฉพาะการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี

การอภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” จะ เข้มข้น จริงจัง ได้ประโยชน์ หรือว่า จะ เยิ่นเย้อ น่าเบื่อหน่าย ไร้สาระ เช่นเดียวกับที่ผ่านๆมา

ก็ขอให้ผู้ที่สนใจทั้งหลาย ติดตามรับชมรับฟังกันได้ทางโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง 10.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

กองทัพ กับ การเมือง

 

จากกรณีที่มีการปล่อยข่าวในโซเชียลมีเดีย อ้างคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ถึงเรื่องการอภิปรายนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวขู่นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลว่า “การอภิปรายนายกฯเหมือนปัดขาประเทศ หากใครคิดไม่หวังดีแล้วเกิดความวุ่นวาย ผมก็คงต้องออกไปทำงานเพื่อชาติ อย่าบังคับผม”

กระแสข่าวนี้ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ ต้องออกมาปฏิเสธว่า “ไม่เคยพูด” และให้สัมภาษณ์ (ที่กองทัพน้อยที่ 1) ว่า จะไม่ฟ้องร้องและไม่กังวลใจกับสถานการณ์การเมือง จากนี้ไปการดูแลความมั่นคงหลังจาก กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) หมดอำนาจแล้ว ขอให้รอก่อน เพราะตอนนี้กำลังเขียนวิทยานิพนธ์ หรือบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นมาในอดีต รวมถึงความเชื่อมโยงต่างๆ

“โดยขณะนี้ พยายามเรียบเรียงมาได้ 2 สัปดาห์แล้ว เป็นเรื่องความมั่นคง รวมถึงโซเชียลและสื่อมวลชนด้วย จากนั้นจะเผยแพร่ต่อไป” และที่หลายฝ่ายกลัวว่าปัญหาจะกลับมาเหมือนเดิมอีก “ขออย่าอยู่กับอดีต เพราะวันนี้ไม่มี คสช.แล้ว มีความพยายามพูดโยงเรื่องต่างๆ ถ้าผมจะให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไร จะพูดกับสื่อมวลชนเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยไปแอบพูดที่ไหน ไม่ได้ใช้โซเชียล แต่กลับถูกโซเชียลทำให้เกิดผลกระทบ…”

“กองทัพเป็นเพียงองค์กร หรือเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ในแง่ของความผูกพันของสายการบังคับบัญชา กองทัพก็ต้องฟัง รมว.กลาโหม ถึงแม้ รมว.กลาโหมจะเป็นนายกฯ ก็ต้องยึดตามสายการบังคับบัญชา เราต้องเชื่อฟังอยู่แล้ว เรื่องเดิมๆผ่านไปหมดแล้ว…”

“ปัจจุบันเรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สำคัญผมดีใจที่หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ได้ส่งหนังสือแสดงความยินดี หลังจากที่ ครม.ได้เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ มีการตอบรับจากอารยประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย ผมขอฝากไว้ว่า เรามีประชาธิปไตยแล้ว…”

จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ ข้างต้น ก็ถือว่าเป็นการสร้างความโปร่งใสให้กับประชาชนได้มั่นใจในสถานการณ์การเมืองไทยมากยิ่งขึ้น เพราะกองทัพเป็นเสาหลักในการรักษาความมั่นคงของชาติ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับรัฐบาล

ดังนั้น ครม. และ นักการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ทั้ง 19 พรรค จึงต้องตั้งใจทำงานด้วย ความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน นักการเมือง ฝ่ายค้าน ทั้ง 7 พรรค  ก็ต้องค้านอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาล ด้วยความจริงให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งไม่ล้มล้างรัฐบาลด้วยการเล่นการเมืองบนท้องถนนตามที่ได้ประกาศไว้

เรามาช่วยกันปกป้อง “ประชาธิปไตย” ให้หลุดพ้นจาก “วงจรอุบาทว์” กันเสียที.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น