โครงการ “Smart Safety Zone”

 

โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 เป็นโครงการที่เกิดจากแนวความคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้ไว้เป็นนโยบายในวันที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค.63 เพื่อป้องกันอาชญากรรมในเชิงรุกนำการปราบปราม จากหลัก “คอมมูนิตี้โปลิสซิง)” หรือ “ตำรวจชุมชน” ที่สร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นโดยใช้ลักษณะทางกายภาพ มาเป็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรม

โครงการทั้งหมดมี 15 สถานีตำรวจ เป็น โครงการนำร่อง เป็น แซนด์บ็อกซ์ ที่เอากระบวนการใหม่ๆ เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพิ่มเข้าไป ทดลองจากเล็กไปหาใหญ่ ด้วยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประชาชน ผู้นำชุมชน ทั้ง ส.ส., ส.ว. ส่วนราชการต่างๆ ทหาร ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข โดย ตำรวจเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ

ทั้ง 15 สถานี “นำร่อง” ได้แก่ สน.ลุมพินี สน.ห้วยขวาง สน.ภาษีเจริญ สภ.ปากเกร็ด สภ.เมืองสมุทรปราการ สภ.เมืองพัทยา สภ.เมืองระยอง สภ.เมืองปราจีนบุรี สภ.ปากช่อง สภ.เมืองอุดรธานี สภ.เมืองเชียงใหม่ สภ.เมืองพิษณุโลก สภ.ราชบุรี สภ.เมืองภูเก็ต และ สภ.หาดใหญ่ และจะได้มีการขยายโครงการ (ระยะที่ 2) เข้าสู่จังหวัดทั่วประเทศ คัดเลือก 1 พื้นที่ 1 จังหวัด โดยให้ 15 สถานีนำร่องเป็นสถานีต้นแบบในทุกจังหวัด

โครงการ “สมาร์ทเซฟตี้โซน” ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ก็ถือว่าเป็นโครงการที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่”ปลอดภัย” ให้กับ “สันติราษฎร์” สมกับคำกล่าวที่ว่า

“ตำรวจอยู่ที่ไหน ประชาชนอุ่นใจทั่วกัน”.

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น

กรุงศรีอยุธยา “สิ้น” คนดี?

 

26 ก.ย.64 นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส  ครั้งที่ 3/2564 เมื่อระหว่างวันที่ 20-23 ก.ย.64 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  จำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่าง

จากการสำรวจเมื่อถามถึง บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้  พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.61 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 17.54 ระบุเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาได้ดี อันดับ 3 ร้อยละ 11.15 ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะ ที่ผ่านมาเคยบริหารได้ดี แก้ไขปัญหาได้ดี มีประสบการณ์การทำงาน

อันดับ 4 ร้อยละ 11.05 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นนักบริหารงานที่ดี มีภาวะผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ที่ดี อันดับ 5 ร้อยละ 9.07 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ บริหารงานอย่างตรงไปตรงมา อันดับ 6 ร้อยละ 7.48 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.58 นายกรณ์ จาติกวนิช (พรรคกล้า) อันดับ 8 ร้อยละ1.08 นายอนุทิน ชาญวีรกุล อันดับ 9 ร้อยละ 1.54 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ ชื่นชอบแนวคิดการทำงาน มีวิสัยทัศน์ที่ดี อันดับ 10 ร้อยละ 1.24 นายอนุทิน ชาญวีรกุล (พรรคภูมิใจไทย)

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึง พรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.82 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 2 ร้อยละ 22.50 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.11 พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 9.51 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.78 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 4.86 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.68 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.93 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.39 พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 1.14 พรรคภูมิใจไทย

จากผลการสำรวจความคิดเห็น บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อันดับ 1 ที่ ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ น่าจะเป็นเพราะยังไม่เห็นว่ามีใครเหมาะสมที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง

กรุงศรีอยุธยา “สิ้น” คนดี กันแล้วหรือ?.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

นายกฯดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้

 

จากกรณีพรรคฝ่ายค้านยก มาตรา 158 วรรคสี่ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นตำแหน่ง และ มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว (1)-(6) และ นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ด้วย

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่เป็นมาตั้งวันที่ 24 ส.ค.57 จะครบวาระ 8 ปี ในปี 2565 หรือจะเริ่มตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ คือ วันที่ 6 เม.ย.60 วาระของการดำรงตำแหน่ง มาตรา 264 ระบุว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

ประเด็นนี้ นายเจษฎ์ โทณะวนิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีสิทธ์อยู่ต่อได้ถึงเดือน สิงหาคม 2565 ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่ รธน. มาตรา 158 เนื่องจากอายุการดำรงตำแหน่งเริ่มขึ้นเมื่อ รธน.ปี 60 มีผลบังคับใช้

ส่วน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคหารือฝ่ายกฎหมายพรรคแล้วว่าจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความตอนนี้ เพราะเรื่องยังไม่เกิดต้องรอให้ครบวาระ 8 ปีไปก่อน ถ้ายังไม่ออกจากตำแหน่งนายกฯพรรคยื่นตีความแน่

ตามที่รัฐธรรมนูญ ปี 60 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มิได้ ก็ด้วยเจตนารมณ์

เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจและใช้อำนาจไปในทางที่ฉ้อฉลและทุจริต.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“สอท.” แถลงผลงานการจับกุม และ “กสทช.” ให้ข้อมูลถึงการหลอกลวง

 

ล่าสุด พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. (กองบัญชาการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.นฤมล ชำนาญ อายุ 18 ปี และน.ส.สายน้ำผึ้ง ชนะมาร อายุ 19 ปีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลบิดเบือนหรือปลอมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน กรณี “น้องก้อง” สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 ทาง อินสตาแกรมโดยได้จ่ายเงินไปแล้วแต่ผู้ขายไม่ได้ของให้ จน “น้องก้อง” เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พร้อมแถลงผลการจับกุม น.ส.สุภาพ วงศ์จันทร์ อายุ 45 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน ที่อ้างเป็นพนักงานไปรษณีย์ หลอกลวงจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาถูก ผ่านทาง เฟซบุ๊ก ชื่อ “ตู้เย็นราคาถูกอนุมัติไว ส่งฟรีทั่วไทย” มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร 2,500 บาท เป็นเพียงผู้เปิดบัญชีเท่านั้น “คนเปิดบัญชีหรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า” ตำรวจไซเบอร์ จะเร่งดำเนินการเร่งจับ จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ในเมื่อระบุตัวตนไปแล้ว” พล.ต.ท.กรไชยกล่าว

ขณะที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ได้ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ทุกค่าย ได้แก่ เอไอเอส ทรู เอ็นที และ 3BB แก้ไขปัญหา SMS หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร โดยให้บล็อก SMS ที่มีเนื้อหาชัดเจนนั้นทันที

“การที่มิจฉาชีพเปลี่ยนมาใช้วิธีการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงประชาชนโดยตรงนั้นสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน ใครถูกหลอกลวงในกรณีนี้ สามารถร้องเรียนมาได้ ที่ เบอร์ 1200 (โทรฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย) หรือหากมีหลักฐานคลิปเสียงที่โทรเข้ามายิ่งดี” นายไตรรัตน์กล่าว

การแถลงผลงานจับกุมผู้กระทำผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และการให้ข้อมูลในการใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน ของ สอท. และ กสทช. ข้างต้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

ที่สนใจในความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นจาก “เทคโนโลยี” ในปัจจุบัน.

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ฉ้อโกง” ออนไลน์…!?

 

จากรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ถูกหลอกให้ลงทุนทางออนไลน์โดยการเล่นแชร์ออมเงิน เชิญผ่านแอปพลิเคชั่น อินสตาแกรม มีกลอุบาย “แค่ฝากเงิน ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ไม่มีความเสี่ยง ยิ่งออมมาก ยิ่งได้ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20%ต่อวัน” แล้วถูกโกงเงินไป 50,000 บาท ต่อมาเด็กหญิงคนดังกล่าวไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์

และจากกรณี “น้องก้อง”  เด็กนักเรียนชาย ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 ทาง อินสตาแกรม ที่มีผู้ติดตามมากถึง 60,000 คน ในราคา 5,000 บาท เพื่อใช้ในการเรียนออนไลน์ โดยได้จ่ายเงินให้ไปหมดแล้วแต่ผู้ขายกลับไม่ส่งของให้ ทำให้น้องก้องเกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ทั้งสองกรณีข้างต้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่ารันทดหดหู่ใจให้กับสังคมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดปัญหาถูกโกงเงินไปแล้วก็ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านทอง และเมื่อเกิดปัญหาสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ของตามที่ต้องการก็เกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต ซึ่งไม่น่าที่จะเกิดขึ้นในสังคมของเราที่มีน้ำใจช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก

เรื่องของการหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นทาง อินสตาแกรม หรือแม้แต่ เฟซบุ๊ก ที่เมื่อสั่งซื้อไปแล้วกลับไม่ได้สินค้า หรือหรือได้แต่ก็ด้อยคุณภาพ ที่เรียกกันว่า “ไม่ตรงปก”  การหลอกให้ออมเงิน หรือร่วมลงทุนเมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่ได้ถูกโกงและติดต่อไม่ได้ นับมีแต่วันจะสร้างปัญหาให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบทั้งหลายจึงควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ด้วยการดำเนินการจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาด

ประชาชนก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง “การหลอกให้ลงทุน” และ “การสั่งซื้อสินค้า” ที่ไม่มีแพลตฟอร์มอยู่ในประเทศ.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“รัฐบาล” ขยายเพดาน “หนี้สาธารณะ” เป็น 70%

 

จากกรณีที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เห็นชอบให้มีการทบทวนกรอบสัดส่วน หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากเดิมที่กำหนดไว้ ต้องไม่เกิน 60% เป็นต้องไม่เกิน  70% เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาลและไม่เป็นอุปสรรค หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อดำเนินนโยบายการคลังในระยะปานกลาง โดยที่ยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เป็นไปตาม มาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561

โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวชี้แจงว่า รัฐบาลต้องขยายเพดานก่อหนี้สาธารณะเพิ่มอีก 10% เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมรวม 2 ฉบับ วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท หากไม่ขยายเพดานเป็น 70%ต่อจีดีพี โครงการที่รอดำเนินการอยู่ทั้งของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการได้ลำบาก

พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดกรอบเพดานการกู้เงินไม่ให้เกิน 60% นี้ ได้ประกาศใช้บังคับในสมัยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอ้างว่าเพื่อยกระดับการวินัยการเงินการคลังให้แข็งแกร่ง จึงต้องกำหนดกรอบเพดานการกู้เงินไม่ให้เกิน 60%ของ จีดีพี เพื่อป้องกันไม่ให้ “รัฐบาลในอนาคต” กู้เงินเกินเพดาน

วิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ในปี 40 หนี้สาธารณะของไทย ไม่เคยเกิน 60% โดยปี 42 อยู่ที่ 59.22% ต่อจีดีพี จากนั้นก็ลดลงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ วิกฤติ “โควิด-19” กู้เงินไป 1.5 ล้านล้านบาทแล้ว  หนี้สาธารณะล่าสุดอยู่ที่ 58%

สัดส่วน “หนี้ครัวเรือน” ของคนไทยยังสูงถึงกว่า 90% ได้ ทำไมหนี้ “หนี้สาธารณะ” ของรัฐบาล ถึงจะสูงถึง 70%ไม่ได้?.

โพสท์ใน การเมือง, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

การเมืองไทย: เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์

 

หลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ของคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ประเทศไทยมีการรัฐประหารยึดอำนาจกันมากถึง 24 ครั้ง ทั้งที่สำเร็จและล้มเหลวเป็น “กบฏ” ซึ่งมีความผิดร้ายแรงโทษถึง “ประหารชีวิต”

การรัฐประหารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็เพราะต้องการยึดอำนาจจากรัฐบาล ทั้งรัฐบาลที่มาจากกองทัพและรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง จากการโจมตีเรื่องของการใช้อำนาจในทางทุจริต แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ร่ำรวยผิดปกติ รวมทั้งนักการเมืองก็ขาดคุณภาพในการปฏิบัติหน้าที่ บางส่วนก็สนับสนุนให้มีการรัฐประหาร สร้างความขัดแย้ง ตามด้วยการชุมนุมประท้วงสร้างเงื่อนไขให้มีการรัฐประหาร

การรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุดก็คือ การยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในขณะที่เข้าร่วมประชุม สมัชชาสหประชาชาติ ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นการรัฐประหารที่เหนือความคาดหมาย เพราะได้รับการแต่งตั้งจากทักษิณให้ ผบ.ทบ.ด้วยตัวเอง ขณะที่สถานการณ์ของประเทศที่กำลังพัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้ด้วยดี

ตามด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ระดมประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง มีการยึดสถานที่ราชการรวมทั้งทำเนียบรัฐบาล สร้างความวุ่นวาย จนเกิดการรัฐประหาร ด้วยความสงสัยจากประชาชนว่ามีประโยชน์จากการรัฐประหารกันบ้างหรือไม่

การรัฐประหารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็เนื่องจาก “เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์” ด้วยปฏิบัติการไอโอสร้างความขัดแย้ง สร้างสถานการณ์ที่รุนแรงให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง สื่อในปัจจุบันก็การแบ่งสีแบ่งข้าง บ้างก็รับจ้างโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ในประเด็นของการรักชาติกับชังชาติ สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับชนในชาติ

การเมืองไทยน่าจะอยู่ในวังวนของ “วงจรอุบาทว์” ที่มีประชาธิปไตยสลับเผด็จการ กันไปอีกนาน

ตราบใดที่ “นักการเมืองไทย” และ “สังคมไทย” ยังไม่เป็น “สังคมอุดมปัญญา”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“สศช.” ตัดงบประมาณ “โครงการผลาญเงินกู้”

 

คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานกรรมการได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบผลการประชุมของคณะกรรมการฯ โดยพบว่า โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 5 รวม 11 จังหวัด มีโครงการกว่า 779 โครงการ จากทั้งหมด 1,791 โครงการ วงเงินกว่า 4,327.9 ล้านบาท ที่คณะกรรมการไม่อนุมัติ

ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างปรับปรุงซ่อมถนนคอนกรีตหรือไหล่ทาง ซึ่งสภาพถนนไม่ได้ชำรุดทรุดโทรมมาก และมีโครงการจัดซื้อโคมไฟติดตั้งริมถนน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น และยังพบว่าบางโครงการที่เสนอขอมานั้น เป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่า รวมไปถึงโครงการอบรมถ่ายทอดความรู้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนวัสดุการเกษตรและครุภัณฑ์ให้กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืนเช่นเดียวกัน จึงไม่อนุมัติโครงการที่เสนอเข้ามาเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางและมีความเห็นร่วมกันว่า การดำเนินโครงการนี้อาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการเศรษฐกิจฐานรากฯ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์การปกครองท้องถิ่นที่รับผิดชอบถนนในพื้นที่ ได้ปรับแผนการใช้จ่ายงบฯเพื่อติดตั้งโคมไฟถนนเพิ่มแสงสว่างเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่ไม่อนุมัติ “โครงการที่ไม่คุ้มค่า” กว่า 779 โครงการ วงเงินกว่า 4,327.9 ล้านบาท ก็ถือว่าน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่พิจารณากันอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมของโครงการ

อย่าปล่อยให้ “หน่วยงานของรัฐ”จัดทำโครงการในลักษณะ “ผลาญงบประมาณ” กันอยู่อีกเลย.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ปัญหาหลักของประเทศไทย: การทุจริตโกงกิน

 

สัปดาห์ที่แล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรยายพิเศษเรื่อง ธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใสในการป้องกันการทุจริต จัดโดย นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 12 ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายชวนกล่าวถึงปัญหาการทุจริตของบ้านเมืองในตอนหนึ่งว่า เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในทุกวงการ จากประสบการณ์ที่อยู่กับการเมืองมา 52 ปี พูดได้ว่า แนวโน้มการทุจริตไม่ได้ลดลง หากฝ่ายข้าราชการร่วมมือด้วยยิ่งไปกันใหญ่อยากให้คนไทยมีธรรมาภิบาลข้อ 7 คือ ไม่เกรงใจนาย ถ้านายให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง “ยอมขัดใจนายดีกว่าติดคุกวันข้างหน้า”

ขณะที่ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กล่าวว่า เป้าประสงค์ของการลดทุจริตในประเทศอาจยังไม่ถึงในเร็ววันนี้ แต่เชื่อมั่นว่ามาถูกทางแล้ว “เคยคุยกับผู้ต้องขังหลายรายที่ทำผิด เขารู้ว่า ถ้าถูกจับอาจถูกจำคุก แต่ยังเลือกทุจริต เพราะไม่คิดว่าจะโดนจับ คิดว่ามีโอกาสรอด หลายกลุ่มยังรอด ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม”

“กระบวนการยุติธรรมต้องกลับมามองตัวเอง เมื่อคนคิดว่าทำผิดแล้วจะรอด สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหา ไม่ทำให้คนเกรงกลัว คุ้มค่าที่จะเสี่ยง กระบวนการยุติธรรมจะยอมรับกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับบทบาทการทำหน้าที่เน้นหลักสำคัญ 5 ประการ คือ ความถูกต้องเป็นธรรม แม่นยำรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้”

ปัญหาเรื่องของการทุจริตโกงกิน เราต้องยอมรับกันว่าเป็นปัญหาหลักของประเทศเราที่มีกันมาอย่างยาวนาน เพราะ คนให้ยินดีให้ คนรับคิดว่าเป็นโอกาสที่จะรับ ไม่คิดว่าจะถูกจับ คิดว่ามีโอกาสรอดสูง กระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหาเรื่องของความล่าช้าเพราะมีคดีทุจริตเป็นจำนวนมาก สิ่งที่สำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็คือ ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล และ หัวหน้าส่วนราชการ

ต้องกำชับให้ข้าราชการ “ซื่อสัตย์ สุจริต” ผู้ใด “ทุจริต” ต้องพิจารณาโทษด้วยความรวดเร็ว.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม | ใส่ความเห็น

“ศาลปกครองกลาง” สั่งให้ “ป.ป.ช.” เปิดเผยคดีนาฬิกาหรู

 

15 ก.ย.64 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาคดีที่ผู้สื่อข่าว The MATTER ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. กรณีไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปี 2560 และ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร 2 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. และ คำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ทั้งนี้ให้ปกปิดข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะของบุคคล และให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ศาลให้เหตุผลว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนี้จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และตรวจสอบได้ อันจะก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและศรัทธาในการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. โดยผู้สื่อข่าว สำนักข่าวออนไลน์ The MATTER  ผู้ฟ้องคดี สมควรได้รับความคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 และ มาตรา 59 เพื่อเปิดโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆของรัฐ เป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย และตามหลักการและเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังรอคำพิพากษาของศาลปกครองกลางอยู่เพื่อขอดูอย่างเป็นทางการว่า ให้เปิดเผยข้อมูลทางคดีในส่วนใด คงต้องให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ วินิจฉัยก่อน

คดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก ขณะที่ ป.ป.ช.ก็ได้ปกปิดข้อมูลไม่เปิดเผยสำนวนคดีให้สาธารณชนได้รับทราบ คำพิพากษาของศาลปกครองกลางน่าจะช่วยทำให้ ป.ป.ช.

คำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวง.

โพสท์ใน กฎหมาย, การเมือง | ใส่ความเห็น