นโยบาย “ครัวไทย” สู่ “ครัวโลก”?

จากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก แต่ละประเทศต้องออกมาตรการต่างๆเพื่อปกป้องประชาชนของตนเองอย่างเข่น มาตรการล็อกดาวน์ มีการกักกันตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ -เป็นเวลา 14 วัน- เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อโควิด อย่างเต็มที่

แต่จาก มาตรการล็อกดาวน์ ปิดประเทศ รวมทั้งขอร้อง (บังคับ) ให้ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานในทุกภาคส่วน ให้ทำงานที่บ้าน ปิดกิจการที่มีการชุมนุมคนเป็นจำนวนมาก รักษาระยะห่างทางสังคมให้ตัวเองปลอดภัย ทำให้ผู้คนหยุดการเดินทาง มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆด้วยความกลัว

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศมีการห้ามการส่งออกผลผลิตทางอาหารเพื่อเก็บเอาไว้บริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกัน หลายประเทศก็เริ่มนำเข้าสินค้าประเภทอาหารอย่างมากมายเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในที่ไม่ทราบว่าสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจะจบสิ้นลงเมื่อใด

ประเทศไทยของเรา “โชคดี” ที่ไม่มีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนอาหารเพื่อการบริโภค เพราะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตทางการเกษตรทั้งหลายเราผลิตได้มากมาย อย่างเช่น ข้าว เราก็เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในอันดับต้นๆของโลก พืช ผัก ผลไม้ต่างๆก็ผลิตกันได้ตลอดทั้งปี มีชื่อเสียงในต่างประเทศก็มากมาย

นโยบาย “ครัวไทย” สู่ “ครัวโลก” น่าจะทำให้ประเทศเราเป็นผู้นำทางด้านอาหารของโลกได้.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

การอภิปราย “งบประมาณรายจ่าย  ปี ‘64” วันสุดท้าย

3 ก.ค.63 ที่รัฐสภา มีการประชุมพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เป็นวันที่ 3 มีการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่น่าสนใจ คือ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า สงสารคนไทยเงินก็ไม่มี ความช่วยเหลือก็ไม่ถึง ประชาชนกำลังอดอยากปากแห้ง แต่กลับมาตั้งงบประมาณ 3.3 ล้านบาท ตั้งเป็นงบขาดดุลถึง 6.23 แสนล้านบาท พวกท่านจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ จะจัดเก็บรายได้ได้ถึงขนาดนั้นหรือไม่ เตรียมตัวกันให้ดี รัฐบาลอยู่มาในรูปแบบต่างๆตั้งแต่ คสช.ใช้เวลากว่า 6 ปี ตรงนี้จะเป็นที่พิสูจน์ว่า สติปัญญาคิดอะไรอยู่กับประเทศ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯกำลังผันตัวเป็นผู้จัดงาน การก่อหนี้แห่งชาติ อยู่แล้ว จึงจัดงบประมาณแบบนี้ ประเทศเจ๊งแน่นอน หากทำงบแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เสี่ยงต่อภาวะล้มละลายทางด้านการคลัง ปีที่ผ่านมา กู้ไปแล้ว ร้อยละ 58 ปี 64 หนี้สาธารณะอาจทะลุเกิน ร้อยละ 60 ส่งผลให้ไม่สามารถกู้ได้อีก

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชี้แจงว่า ที่บอกว่าตนกู้มากที่สุดนั้น ย้อนไปดูแล้วพบว่า ปี 2556 มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ ร้อยละ 42.19 ปี 2557 อยู่ที่ ร้อยละ 43 จนถึงเดือน พ.ค. 63 อยู่ที่ ร้อยละ 44.01 ที่เพิ่มขึ้นเพราะต้องกู้มาแก้ปัญหาโควิด รัฐบาลนี้เข้ามาดูแลประชาชนถ้วนหน้ามาตลอด ทำไมไม่พูดบ้าง ไม่ช้าก็จะมีงบฟื้นฟูการจ้างงาน ทุกอย่างอนุมัติโดย ครม.

คสช. ตั้งแต่ยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 จนมาถึงการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62  มีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ 16 ก.ค.62 การเข้ามาบริหารประเทศ กว่า 6 ปีที่ผ่านมา มีการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและสังคมไปได้ในบางส่วน ต้องถือว่ารัฐบาลเข้ามาดูแลประชาชนถ้วนหน้ามาตลอด

“ขอเวลาอีกไม่นาน” แผนการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆจะถูกนำมาใช้ตามยุทธศาสตร์ชาติ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ผู้นำแห่งการก่อหนี้”

1 ก.ค.63 จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ในวันแรก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีและรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ วงเงินรวม 2.625 ล้านล้านบาท ขณะที่ฐานะการคลังของประเทศมีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลาย

“รัฐบาลเหลือวงเงินที่จะก่อหนี้ได้ภายในปี 2564 อีกประมาณ 750,000 ล้านบาท หากมีเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะทำให้ยอดหนี้สาธารณะสูงจนกู้เงินไม่ได้อีก วันนี้นายกฯจึงเป็นผู้นำของไทยที่กลายเป็น “บิดาแห่งความเหลื่อมล้ำ ผู้นำแห่งการก่อหนี้” ตัวเลขของคนตกงานจะพุ่งเป็น 7-10 ล้านคน รัฐบาลเตรียมอะไรไว้แล้วบ้าง…”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาฯในวันที่สอง ว่า กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งฉายาว่าเป็น ผู้นำแห่งการก่อหนี้ นั้น มันก็เป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาล เพียงแต่วันนี้ปัญหาของเรามากขึ้นก็ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น ไม่โทษใคร เพราะโทษใครไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง เข้าใจความต้องการของประชาชน ทุกคนหวังจากรัฐบาล และรัฐบาลก็หวังจากการจัดเก็บรายได้

เรื่อง “หนี้สาธารณะ” ของรัฐบาลที่จำเป็นจะต้องกู้เงินเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนและเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ ก็คล้ายกับ “หนี้ครัวเรือน” ของประชาชนที่จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัวของตัวเอง แต่

การกู้เงินนั้น ต้องมี “วินัย” ในการใช้เงิน และ “ความสามารถ” ที่จะจ่ายหนี้เงินกู้นั้นด้วย.

โพสท์ใน การเมือง, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

คณะกรรมการบริหาร “พปชร.”ชุดใหม่

 

27 มิ.ย.63 พรรครวมพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดประชุมใหญ่สามัญ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ที่ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี

โดย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคตามระเบียบและความรับผิดชอบ การประชุมเริ่มจากการแก้ไขข้อบังคับพรรค แก้ไขสัญลักษณ์ และกำหนดที่ทำการใหม่พรรค กระบวนการเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิก นายทะเบียน ตามลำดับ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตหัวหน้าพรรคไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย

ผลการประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ (ตามคาด) นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิก สำหรับ คณะ กก.บห.ชุดใหม่ 23 คน ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายสุริย จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิรั๙ รัตนเศรษฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสุชาติ ชมกลิ่น นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายสุพล ฟองงาม นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ นายสรวุฒิ เนื่องจำนง นายนิโรธ สุนทรเลขา นายไผ่ ลิกค์ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายสุรชาติ ศรีบุศกร นายพิพันธ์ ศิริธร นางประภาพร อัศวเหม และนายสกลธี ภัททิยกุล

ขณะที่กลุ่ม 4 กุมาร รวม 8 คน คือ นายอุตตม, นายสนธิรัตน์, นายสุวิทย์, นายกอบศักดิ์, นายสันติ กีระนันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวิเชียร ชวลิต อดีตนายทะเบียนพรรค นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ อดีตเหรัญญิก และนายชวน ชูจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้ก่อตั้งพรรค หลุดจากการเสนอชื่อเป็น กก.บห.

พรรค “รวมพลังประชารัฐ” โฉมใหม่นี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นพรรคที่คล้ายกับ “พรรคสหประชาไทย” ที่ตั้งโดยจอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เมื่อ 50 ปีก่อน ที่มอบให้ จอมพลประภาส จารุเสถียร รองนายกฯ เป็นผู้จัดการดูแล ส.ส.ลูกพรรค

กระแสข่าวการปรับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ พปชร. “โฉมใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คงจะสรรหารัฐมนตรีที่เป็น  คนเก่ง คนดี มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 12) และแผนปฏิรูปประเทศที่ได้กำหนดไว้.

โพสท์ใน การเมือง, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เศรษฐกิจและการเงินไทย เดือน พ.ค.63

 

30 มิ.ย.63 นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าว เศรษฐกิจและการเงินไทย เดือน พฤษภาคม ปี 2563 ซึ่งเป็นเดือนที่ 2 ของการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ว่า ยังหดตัวสูงต่อเนื่อง แม้จะมีบางกิจการที่เริ่มให้กลับมาเปิดได้บ้างแล้ว  โดยภาคที่กระทบหนักที่สุดยังคงเป็น ภาคการท่องท่องเที่ยว ซึ่งหดตัว 100% จากระยะเดียวกันปีก่อน ผลจากการจำกัดเดินทางระหว่างประเทศของไทย

การส่งออกติดลบ 23.6% มูลค่า การนำสินค้าเข้าหดตัวสูง ที่ 34.2% สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอที่หดตัวทั้งในและต่างประเทศ แต่ดุลการค้ายังเกินดุล 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดุลบริการขาดดุล 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 100 ล้านเหรียญฯซึ่งถือว่าสมดุล

การใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน สะท้อนบทบาทการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆหดตัวสูง อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำที่ไม่รวมเงินโอนและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวหลังจากที่ขยายตัวสูงในเดีอน มี.ค.และ เม.ย. ทำให้รายจ่ายรัฐบาลที่ไม่รวมเงินโอนโดยรวมแล้วทรงตัว

ปัจจัยเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงคือ การตกงานของแรงงานไทย ที่คาดว่าจะมีการปลดคนงานต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 จุดสำคัญคือ ภาวะ โควิด-19 ทำให้ไม่มีการสำรวจคนว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติตามปกติ ตัวเลขที่ ธปท.ใช้ในขณะนี้พิจารณาจากสัดส่วนของผู้รับสิทธิว่างงานจากประกันสังคมในเดือน พ.ค.อยู่ที่ 330,000 คน

เศรษฐกิจไทยที่ “หดตัว” คงไม่น่ากลัวเท่ากับปัญหา “การว่างงาน”.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

โครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด”

 

24 มิ.ย.63 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษณ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานแถลงนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทย และ โครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ได้กล่าวเปิดในบางตอนว่า ขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องมาช่วยกันคิด จะหาทางออกให้กับประเทศไทยอย่างไร จะต้องทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งอย่างไร ต้องบาลานซ์ให้ได้ระหว่างภายในกับภายนอกประเทศ

ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ “การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลัง โควิด-19” พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความแข็งแกร่ง โดยมี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำเสนอโครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยและ โครงการ New Gen Hug บ้านเกิด

เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการสร้างคนรุ่นใหม่ ให้มีความรู้รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดธุรกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการสำคัญ คือ 1.โครงการสร้างความมั่นคงระดับครัวเรือนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นที่ 1 สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเลี้ยงชีพวงเงิน 10,000 ล้านบาท สินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด วงเงิน 60,000 ล้านบาท 2.โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชน ขั้นที่ 2 สนับสนุนงบประมาณ 22,000 ล้านบาท 3.โครงการเสริมสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก ขั้นที่ 3 งบประมาณ 21,675 ล้านบาท

นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทย และ โครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ของ ธ.ก.ส. ดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าเป็นโครงการที่สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจฐานรากด้วยการสร้างธุรกิจชุมชนให้เข้มแข็งได้เป็นอย่างดี เพราะจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อ โควิด-19 ที่ส่งผลให้ คนไทยจากต่างประเทศ และ คนตกงานในประเทศ เดินทางกลับภูมิลำเนากันเป็นจำนวนมากมาย

โครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด” น่าจะช่วยกันพัฒนาประเทศของเราได้เป็นอย่างดี.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เตรียมเข้าสู่ปี “ภาษีอาน”?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐว่า จากการประเมินผลการจัดเก็บรายได้ของกรมภาษี อาทิ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และกรมศุลกากร ในปีงบประมาณ 2563 คาดว่าน่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้

เนื่องจากสถานการณ์ของการแพร่กระจายของเชื้อ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้ของภาคธุรกิจ ทำให้การจัดเก็บรายได้ลดลง โดยล่าสุดได้หารือกับหน่วยงานจัดเก็บแล้วถึงแผนการบริหารการจัดเก็บรายได้ พร้อมมอบโจทย์ให้หน่วยงานดังกล่าวเตรียมแผนบริหารการจัดเก็บรายได้ในระยะต่อไปเพื่อทำให้การจัดเก็บรายได้ดีขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงอาจส่งผลต่อการขาดดุลที่มากขึ้น

“งบประมาณปี 2563 รัฐบาลตั้งรายจ่ายไว้ที่ 3.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 17.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2.731 ล้านล้านบาท คิดเป็น 16% ของ จีดีพี โดยเป็นงบขาดดุล 469,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.7% ของ จีดีพี” นายอุตตมกล่าว

เรื่องของการจัดเก็บรายได้ของของกรมภาษีต่างๆ ในปี 2564 เป็นที่คาดการณ์ว่า จะมีแผนการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในปี 2563 นี้ รัฐบาลใช้จ่ายเงินงบประมาณและเงินกู้เพื่อชดเชย เยียวยาให้กับประชาชนและภาคธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ไปเป็นจำนวนมหาศาล ดังนั้นในปีหน้า ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องกันแล้ว

ประชาชนทั้งหลาย “เตรียมตัว” จ่ายภาษีต่างๆให้กับรัฐกันได้เลย.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“88 ปี” ประชาธิปไตยไทย?

 

24 มิ.ย.63 กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, กลุ่มยี่สิบสี่มิถุนาประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและประชาชนที่รักประชาธิปไตย 20 คน ร่วมกันจัดกิจกรรม “ลบยังไงก็ไม่ลืม” ย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ครบรอบ 88 ปี 24 มิถุนายน 2475 “วันอภิวัฒน์สยาม” เปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน

กลุ่มประชาธิปไตยเลือกข้าง และตัวแทนกลุ่ม 10 คนยื่นหนังสือผ่านที่ปรึกษาประธานสภาฯ ถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน โดยการยุบสภาฯแล้วให้ดำเนินการเลือกตั้งโดยใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540ในการเลือกตั้ง เนื่องจากเล็งเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2560 ไม่สากล ไม่ส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย

คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย, คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง (กสรก.) พร้อมมวลชน 200 คน ร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง “24 มิถุนาฯทวงคืนมรดกคณะราษฎร ทวงสัญญารัฐธรรมนูญประชาชน” ที่บริเวณหน้ารัฐสภา

ด้าน พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเสวนา “ทิศทางรัฐธรรมนูญไทย” โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้า พท.พร้อมแกนนำ เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อเป็นประชาธิปไตยแท้จริง โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงประชาธิปไตยไทยที่สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา ความในบางตอนว่า “ยุทธศาสตร์ชาติมีขั้นตอนอยู่แล้ว กลไกประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ มาล้มรื้อสร้างใหม่วันเดียวมันไม่ได้ เราเป็นมา 80 กว่าปีแล้ว วันนี้รวมไทยสร้างชาติ สัญญากับผมได้หรือไม่”

ยุทธศาสตร์ชาติ 10-20 ปี  ในปี 2575 หรือในอีก 12 ปีข้างหน้า “ประชาธิปไตยไทย” จะครบรอบ “100 ปี

“ประเทศไทย” น่าจะเป็นประชาธิปไตยที่ “แท้จริง”  ได้.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“เงื่อนไข” การรับ “คนต่างด้าว” เข้าทำงาน

 

กรมการจัดหางาน ได้มีประกาศเรื่อง เงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน เพื่อควบคุมการรับ “คนต่างด้าว” เข้าทำงานกับนายจ้างที่ห้ามคนต่างด้าวทำในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยมีเงื่อนไขให้ “คนต่างด้าว” ที่ได้รับ “ใบอนุญาตทำงาน” ทำงานได้เฉพาะงานที่มี “นายจ้าง” ในราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงแรงงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

งาน “ขายของหน้าร้าน” นายจ้างที่จะเข้ารับทำงานจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ กรณีที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ให้นายจ้างแสดงใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อประกอบพาณิชยกิจ

นายจ้างต้องรับ “คนต่างด้าว” ทำงานขายของหน้าร้าน ตามสัดส่วนสูงสุด ไม่เกิน 20 คน ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์การชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีภาษีที่ผ่านมา กรณีได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ สามารถรับแรงงานได้ 1 คน ชำระภาษีตั้งแต่ 1-50,000 บาท รับได้ 3 คน เกินกว่า 50,000 บาท และทุกๆ 50,000 บาท รับเพิ่มได้ 1 คน แต่ไม่เกิน 10 คน และเมื่อรวมทั้ง 2 เกณฑ์แล้วนายจ้างจะรับได้ไม่เกิน 20 คน ส่วนงาน “กรรมกร” นั้นไม่ได้กำหนดสัดส่วนของจำนวนที่จะรับไว้

หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว “คนต่างด้าว” จะมีความผิดตาม มาตรา 8 โทษปรับ 5,000-50,000 บาท ก่อนผลักดันกลับประเทศ สำหรับ “นายจ้าง” จะมีความผิดตาม มาตรา 9 โทษปรับ 10,000-100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน  และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.63 เป็นต้นไป.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

ผลการจับกุม “แรงงานเถื่อน” ในช่วง “โควิด-19”

 

23 มิ.ย.63 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) แถลงข่าวการจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบหนีเข้าเมืองในช่วงที่รัฐบาลปิดด่านพรมแดนเข้า-ออกประเทศช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) ว่า

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เปิดพรมแดนเข้า-ออก ทำให้มีกลุ่มแรงงานต่างด้าวพยายามลักลอบเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานในสถานบันเทิง ผับ บาร์ และกลุ่มแม่บ้าน โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่เดือน มี.ค.-มิ.ย.63 จับกุมได้ 12,223 คน (เมียนมา 7,602 คน กัมพูชา 3,223 คน ลาว 1,320 คน อินเดีย 13 คน เกาหลีใต้ 2 คน ไทย 21 คน อื่นๆ 42 คน)

“ในการจับกุมผู้กระทำความผิด ขอยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายแน่นอน หากตรวจพบว่ามีตำรวจ ตม.เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษทางวินัยและอาญา” พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าว

เรื่องของแรงงานเถื่อนนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ผบช.สตม.ที่แถลงผลการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่พยายามลักลอบเข้ามาทำงานโดยใช้ช่องทางธรรมชาติให้ประชาชนได้รับทราบ อีกทั้งยังได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ในการจับกุมไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายตามที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันแต่ประการใด

การปฏิบัติตามหน้าที่ของ สตม.อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหา “แรงงานเถื่อน” ที่พยายามลักลอบเข้ามาทำงานในไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

ยังจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของอาชญากรรมต่างๆได้เป็นอย่างดี.

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม | ใส่ความเห็น