“ศรีสุวรรณ” ร้องให้ไต่สวน “ธนาธร-บิ๊กแดง”

 

15 ต.ค.62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนพฤติการณ์และการกระทำของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่า จงใจฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่

กรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้โพสต์รูปถ่ายคู่กับ นายโจชัว หว่อง แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โดยอาจจะไปสมคบคิดหรือสนับสนุนกระบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย จนสถานทูตจีนตำหนินักการเมืองไทย การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง

และ กรณีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่จัดบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” โดยชี้ให้เห็นถึงลักษณะความไม่เป็นกลางทางการเมือง มีทัศนคติทางการเมืองแบบเลือกข้าง ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาทการเมืองที่ผู้นำเหล่าทัพไม่ควรเลือกข้างทางการเมือง อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร ปี 2521 ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ปี 2551 พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร ปี 2476 รวมทั้งฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ปี 2561

“หากคำพูดหรือการกระทำดังกล่าวของ พล.อ.อภิรัชต์ ไม่เข้าข่ายความผิดใดๆ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม สมาคมฯและสังคมไทยอาจต้องถือว่าเป็นบรรทัดฐานของข้าราชการทั่วประเทศ ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง หรือบุคคลอื่นในที่สาธารณะ หรือต่อหน้าสาธารณะชน สื่อมวลชนได้ โดยไม่มีความผิดใดๆอีกต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว

การร้องเรียนดังกล่าวก็เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานกับ “ข้าราชการ” และ “นักการเมืองไทย” ในอนาคต.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“บิ๊กแดง” ทอล์กโชว์ “มุมมองด้านความมั่นคง”

 

จากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.บรรยายพิเศษในหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ที่ หอประชุมกองทัพบก (11 ต.ค.) เป็นที่ฮือฮา มีการโจมตีกลุ่มเคลื่อนไหวและฝ่ายตรงข้ามในหลายประเด็น ส่งผลให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โต้กลับจากเหล่าบรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน รวมทั้งมีเสียงสนับสนุนจากฝ่ายรัฐบาล อย่างเช่น

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการบรรยายพิเศษของ ผบ.ทบ.ว่า “ไม่มีอะไรใหม่” ยังคงจมปลักอยู่ในชุดความคิดเดิมๆ ผูกขาดความรักชาติไว้แต่ตัวเองเพียงฝ่ายเดียว ผลักผู้เห็นต่างไปเป็นพวกชังชาติ สร้างภาพให้ผู้เห็นต่างเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการบรรยายของ ผบ.ทบ.ว่า “เป็นเรื่องของประชาธิปไตย” ทุกฝ่ายมีโอกาสแสดงความคิดเห็น พล.อ.อภิรัชต์ แสดงความคิดเห็นในมิติความมั่นคง ความเป็นชาติ ต้องเข้าใจและเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการบรรยายว่า เอาสาระสำคัญมาดูแล้วทั้งหมด เห็นว่า เป็นเรื่องของการปลูกฝังความรักชาติ ให้เข้าใจประวัติศาสตร์ว่า บ้านเมืองของเรามีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการแก้ปัญหาภาคใต้ ไม่อยากให้ทุกอย่างเกิดความขัดแย้งหรือทำให้นโยบายเกิดการขับเคลื่อนไม่ได้ต่อไปในอนาคต ขอให้ทุกคนระมัดระวังเท่านั้นเอง เป็นเรื่องที่ผู้ฟังต้องแยกแยะเอาเอง

การบรรยายพิเศษของ ผบ.ทบ.ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการแสดงความคิดเห็นทั่วไปตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ต้องเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าไม่ค่อยจะเหมาะสมนักที่ใส่เครื่องแบบมาให้ความเห็นทางการเมือง

เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องใช้ “วิจารณญาณ” ในการรับฟัง.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค” ลดลงต่อเนื่อง

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (ซีซีไอ) ประจำเดือน ก.ย.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ในทุกช่วงเวลา

โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค นับแต่เดือน ก.ค.59 เป็นต้นมา ลดจากระดับ 73.6 มาอยู่ที่ 72.2 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 39 เดือน สาเหตุมาจากผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน รวมทั้ง เบร็กชิต ของอังกฤษ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

นอกจากนี้ยังกังวลต่อราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าว ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง แม้รัฐบาลจะมีมาตรการประกันรายได้ แต่ก็เป็นเพียงการประคองไม่ให้ราคาตกต่ำลงเท่านั้น อีกทั้งยังกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง โดยดัชนีความเชื่อมั่นด้านการเมืองต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพราะขณะนี้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งอาจจะส่งผลให้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ตกไปได้

การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการ เนื่องจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองเป็นสำคัญ อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นรัฐบาลจึงควรดำเนินนโยบายการเงินและการคลังผ่อนคลายต่อเนื่อง

สถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเรา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“อนุทิน” ประกาศ พร้อมลาออก หากไม่แบน 3 สารพิษ

 

จากกรณีที่ประชุมคณะทำงานพิจารณา 4 ฝ่าย มีมติ 9 ต่อ 0 เห็นชอบให้ยกระดับสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส ให้เปลี่ยนไปอยู่บัญชีประเภทที่ 4 (ห้ามผลิต ห้ามนำเข้า สงออก หรือมีไว้ในครอบครอง) ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62 เป็นต้นไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมทีมรัฐมนตรีของ ภท.ได้ออกมาแถลงข่าว ที่ โรงแรมศิวา รอยัล จ.พัทลุง (11 ต.ค.) แสดงจุดยืนไม่เอาสารพิษ โดยกล่าวว่า หากมติของคณะกรรมการฯออกมาสวน ไม่ทำตามมติ แนวทางที่รัฐมนตรีของ ภท.กำกับ เราก็พร้อมแสดงสปิริตลาออก เพราะถือว่าปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้

การแถลงข่าวประกาศพร้อมลาออกของ นายอนุทิน พร้อมรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าเป็นการแสดงถึงจุดยืนของ ภท. อย่างชัดเจนว่า ไม่เอาสารพิษทั้ง 3 ชนิด เพราะเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่พยายามปกป้องสังคมให้ปลอดจากสารพิษ

แต่การประกาศลาออกจากตำแหน่ง ถ้า กก.วัตถุอันตราย ไม่ทำตามมติของคณะทำงาน 4 ฝ่าย โดยเอาเสถียรภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นเครื่องมือในการต่อรองด้วยนั้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก เราทั้งหลาย ควรที่จะเจรจากันด้วยข้อมูลและเหตุผล

ไม่ควรกดดัน กก.วัตถุอันตราย และรัฐบาล ด้วย “อารมณ์” มากกว่า “เหตุผล”.

โพสท์ใน เรื่องราว | ใส่ความเห็น

Once Upon a Time in Hollywood

หนัง ปี 2019 ของ โซนี่ พิคเจอร์ส กำกับโดย เควนติน ทาแรนติโน่, นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, แบรด พิตต์, มาร์โก ร็อบบี้, อัล ปาซิโน, บรูซ เดิร์น หนังจัดอยู่ในประเภท คอมเมดี้/ดราม่า

เป็นเรื่องราวของ ริค ดาลตัน (ดิคาปริโอ) นักแสดงนำของซีรีส์ เบาวน์ตี้ ลอว์ ในปลายยุค 50 กับ คลิฟฟ์ บูธ (พิตต์) สตันต์แมนคู่ใจที่แสดงด้วยกันมานาน โดยทั้งคู่พยายามต่อสู้เพื่อหาทางอยู่รอดในวงการบันเทิงของฮอลลีวูด จากบทพระเอกและได้เป็นผู้ร้ายในต้นยุค 60

ริค ดาลตันได้ไปซื้อบ้านที่อยู่ใกล้กับบ้านของ โรมัน โปลันสกี้ ผู้กำกับหนังชื่อดังชาวโปแลนด์ กับ ชารอน เทต (ร็อบบี้) ภรรยาสาวสวยชาวอเมริกันที่มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหราดูจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คลิฟฟ์ บูธ ได้ไปส่งสาวนักโบกรถยังสถานที่แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปแวะทักทายกับนักแสดงรุ่นเก่า (เดิร์น) ก่อนรถของเขาได้ถูกเจาะยาง เขาโกรธเป็นอย่างมากทำให้เขาทำร้ายชายคนนั้นก่อนที่เขาจะขับรถออกไป

เรื่องราวต่างๆเริ่มเข้มข้นเมื่อฝ่ายหญิงนักโบกขับรถเข้าไปทำเสียงดังรบกวนที่ใกล้กับบ้านของ ริค ทำให้มีปากเสียงกัน จากนั้นกลุ่มนักโบกได้พยายามจะบุกเข้าไปในบ้านของริค แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดฝันก็ได้เริ่มต้นขี้น

เป็นหนังอันดับที่ 9 ของ เควนติน ทาแรนติโน่ ผู้กำกับชื่อดังจากหนัง เรื่อง Pulp Fiction ใน ปี 1994 ที่ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาบทดังเดิมยอดเยี่ยม

ใครที่เป็นแฟนหนังของ “ทาแรนติโน่” คงไม่พลาดที่จะดูหนังเรื่องนี้.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

การลงนามในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน?

 

จากกรณี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แสดงความคิดเห็นถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า มีความเสี่ยงมาก ภาครัฐควรรับความเสี่ยงร่วมกับเอกชนด้วยนั้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์ว่า ในเอกสารข้อกำหนดการคัดเลือกเอกชน (อาร์เอฟพี) ระบุชัดเจนว่า เอกชนที่จะมาเข้าร่วมลงทุน ต้องรับความเสี่ยงนี้เอง โดยกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการตาม อาร์เอฟพี และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินโครงการจะยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม ที่จะลงนามสัญญาร่วมกันระหว่าง กลุ่ม ซีพีเอช และ รฟท.

ล่าสุด (8 ต.ค.) นายศักดิ์สยาม เปิดเผยถึงการเลื่อนลงนามในสัญญาก่อสร้างในโครงการระหว่าง รฟท. กับ บริษัท กิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม ซีพีเอช) จากเดิมที่กำหนด (15 ต.ค.) ออกไปเป็นวันที่ 25 ต.ค. หรือ ออกไปจากเดิม 10 วัน สาเหตุจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ รฟท. ได้ลาออกทั้งคณะ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากการลงนามในสัญญาต้องได้รับ “อนุมัติ” จากบอร์ด จึงต้องมีการตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ก่อน

การลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ก็คงจะต้องดำเนินการไปตามกฎหมายและเงื่อนไขในเอกสาร อาร์เอฟพี ที่กำหนดว่า ผู้เสนอจะต้องรับภาระความเสี่ยงนี้เอง หากไม่มาทำสัญญาตามกำหนดก็ให้ริบเงินหลักประกันซอง 2,000 ล้านบาท

อย่าทำให้ประเทศชาติต้อง “เสียหาย” จากการลงนามในสัญญาที่ล่าช้าเลย.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เศรษฐกิจไทย “ทรุด” เกินคาด?

 

จากกรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ปี 62 ลงจากเดิมที่ 3.3% ลงเหลือ 2.8% ซึ่งเป็นการลดประมาณการลงต่อเนื่อง 4 ครั้งแล้ว จากที่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงเหลือ 3.3% จาก 3.7% ในครั้งก่อนหน้า

นอกจากนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้มีมติปรับลด ประมาณการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลงมาอยู่ที่ 2.7-3% จากเดิมที่ประมาณการไว้ 2.9-3.3% ขณะที่การส่งออกคาดการณ์ว่าอยู่ที่ 0% ถึงติดลบ 2% จากเดิมติดลบ 1 ถึงโต 1%

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการติดตามภาวะเศรษฐกิจว่า จากการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ พบว่า เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค.62 มีแนวโน้มดีขึ้น จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

“การส่งออก เดือน ส.ค.ติดลบ 4% และยังเกิดฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงและน้ำท่วมอีก จึงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในช่วง 4 เดือนจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. ซึ่งถือเป้นช่วงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมาก เพราะต้องลุ้นว่า อัตราการเจริญเติบโตปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 3% ตามที่รัฐบาลคาดการณ์หรือไม่?” นายกอบศักดิ์กล่าว

เศรษฐกิจไทยจะเจริญเติบโตเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดการณ์หรือจะขยายตัวลดลงตามที่ได้มีการปรับลดประมาณการ

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

 “ยกเลิก” สารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด?

 

7 ต.ค.62 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร (ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบ ควบคุม กำกับ ดูแลปัจจัยการผลิตทางการเกษตร) เป็นประธานการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชนผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกร และผู้บริโภค เพื่อหาข้อมูลการยกเลิกการใช้สารเคมี พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส ตามที่ คณะกรรมการวัตถุอันตราย (ครั้งที่ 408/2562) ซึ่งเป็นครั้งล่าสุด ที่มี นายอภิจิณ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ได้มอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเร่งหาสารทดแทน ในกรณีที่ต้องยกเลิกสารทั้ง 3 ประเภท ซึ่งต้องคำนึงถึงราคาที่ผู้บริโภคและผู้นำเข้าสามารถเข้าถึงได้ และที่สำคัญต้องไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย

ที่ประชุมมีมติ 9 ต่อ 0 เสียง (งดออกเสียง 1ไม่เข้าร่วมประชุม 1) เห็นชอบให้ยกระดับสารเคมีเกษตร 3 ชนิด จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (ต้องขอขึ้นทะเบียนและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่) เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 (ห้ามผลิต ห้ามนำเข้า สงออก หรือมีไว้ในครอบครอง)

มติที่ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ้าเสนอเรื่องให้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณา พ้นจากวันที่ 27 ต.ค. โครงสร้างของคณะกรรมการก็จะเปลี่ยนไปตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4)  พ.ศ.2562 ฉบับแก้ไขใหม่ ที่ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน มี กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 17 คน และมี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากหลายหน่วยงาน จำนวนไม่เกิน 8 คน

การพิจารณา “ยกเลิก” การนำเข้าและการใช้สารเคมี พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส ทั้ง 3 ชนิด รวมทั้งการหาสารทดแทน คณะกรรมการวัตถุอันตราย ต้องคำนึงถึงราคาที่ผู้บริโภคและผู้นำเข้าสามารถเช้าถึงได้ และยอมรับได้ จึงควรพิจารณาด้วยความรอบคอบและโปร่งใส

ทำให้ประชาชนได้ทราบถึง “เหตุผล” และ “ความจำเป็น” อย่างแท้จริง.

โพสท์ใน เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ฉบับแก้ไขใหม่

 

30 เม.ย.62 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 เพื่อให้กำหนดมาตรการการควบคุมวัตถุอันตรายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มหลักเกณฑ์และแก้ไขหลักเกณฑ์การโฆษณาวัตถุอันตราย รวมทั้งกำหนดให้ผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเพื่อชดเชยแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากวัตถุอันตรายและผู้เข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด บรรเทาหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น

สาระสำคัญที่น่าสนใจ คือ 1.มาตรา 2 พ.ร.บ.นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2.มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “นำเข้า” และ “ส่งออก” ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ให้ใช้ข้อความตามบทนิยามใหม่ 3.มาตรา 4,5,6,7 ให้เพิ่มบทนิยาม มาตรา 8 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 6 และ มาตรา 7 และให้ใช้ มาตรา 6 และ มาตรา 7 ใหม่แทน

4.มาตรา 6 (ใหม่ ) ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ประกอบด้วย (1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 17 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมศุลกากร เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 8 คน ซึ่ง ครม. แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาเคมี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือกฎหมาย และอย่างน้อย 4 คน ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนขององค์การสาธารณประโยชน์ ด้านการคุ้มครองสุขภาพอนามัย ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านการเกษตรกรรมยั่งยืน ด้านการจัดการปัญหาวัตถุอันตรายในท้องถิ่น หรือด้านสิ่งแวดล้อม

ให้ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นกรรมการและเลขานุการ และ ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร และ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.62 เป็นต้นไป.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

สารเคมีเกษตรอันตรายที่ต้องยกเลิก??

 

จากกรณีกระแสข่าวเรียกร้องให้มีการยกเลิกใช้สารเคมีเกษตร “พาราควอต-ไกลโฟเสต-คลอร์ไพริฟอส” ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันมาอย่างต่อเนื่องจาก องค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) และหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ โดยกลุ่มเครือข่ายที่ต่อต้านการใช้ได้พยายามกดดันให้มีการยกเลิกสารเคมีดังกล่าวอย่างเด็ดขาดภายในปีนี้

กลุ่มเครือข่ายที่ต่อต้านการใช้ ได้นำข้อมูลถึงอันตรายมาอ้างอิงว่า ในเวลา 4 ปี มีผู้เสียชีวิตจากสารเคมีอันตรายถึง 2,193 คน ในแต่ละปีมีผู้ป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เช่น ปี 2559 ป่วย 4,876 คน เสียชีวิต 606 คน ปี 2561 ป่วย 4,736 คน เสียชีวิต 601 คน รวมทั้งนำผลการวิจัยมานำเสนอด้วยว่า น้ำยาฆ่าหญ้าได้ปนเปื้อนลงไปในดินและถูกดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อของพืชผัก ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งของเกษตรกรและผู้บริโภค

ขณะที่ฝ่ายเห็นด้วยกับการใช้ ก็ให้ความเห็นว่า การยกเลิกสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ตัว  จากประเด็นที่อ้างว่า เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยทั่วไปแล้ว สารเคมีเกษตรทุกชนิด มีพิษต่อมนุษย์ แม้แต่สมุนไพรที่พยายามบอกว่าปลอดภัย ถ้าใช้ผิดวิธีก็ทำให้ป่วยและเสียชีวิตได้เช่นกัน การเรียกร้องให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว โดยสารเคมีตัวอื่นๆที่ไม่ถูกเสนอให้ยกเลิกนั้น มันปลอดภัยกว่ากันใช่หรือไม่?

พาราควอต และ ไกลโฟเสต เป็นยาฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส เป็นยาฆ่าแมลง ทั้ง พาราควอต และไกลโฟเสต หมดสิทธิบัตรไปนานแล้ว เอ็นจีโอ ต้องการแบบ พาราควอต และ ไกลโฟเสต เป็นหลัก คลอร์ไพริฟอส เป็นเพียงแค่องค์ประกอบ ที่ต้องการแบนยาฆ่าหญ้า  ก็เพราะต้องการเอา กลูโฟซิเนท ที่มีสิทธิบัตร (แพงกว่าพาราควอต 7 เท่า) เข้ามาใช้แทน

“ความขัดแย้ง” ที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นตัวอย่างของ “ความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์” ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบทั้งหลาย จึงควรพิจารณาตัดสินใจกันอย่าง “รอบคอบ” และ “โปร่งใส”

โดยคำนึงถึง “ประโยชน์” ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก.

โพสท์ใน เรื่องราว | ใส่ความเห็น