เศรษฐกิจไทย เดือน ต.ค.61

 

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวถึงภาวะเศรษฐกิจ เดือน ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. กลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ชะลอตัวในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้น ในเดือน ต.ค.ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 6.5 เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน

มูลค่าการส่งออกขยายตัวร้อยละ 8.4 จากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวร้อยละ 4.1 มาตรการภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนของสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไปจีนเร่งขึ้นก่อนการปรับภาษี ขณะที่การท่องเที่ยว หดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.5 จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวร้อยละ 19.8 จากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

มูลค่าการนำเข้าสินค้า ขยายตัวที่ร้อยละ 13.3 จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวในหลายหมวดสินค้า เช่น หมวดวัตถุดิบและสินค้าชั้นกลาง ตามการนำเข้าของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวตามการนำเข้าทั้งหมวดสินค้าไม่คงทนและสินค้าคงทน สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 1.23 ชะลอจากร้อยละ 1.33 ในเดือนก่อน ตามราคาอาหารสดที่ลดลงตามราคาผักที่หดตัวจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง สำหรับอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน

เศรษฐกิจไทย เดือน ต.ค.61 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวสูง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัวสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงตามราคาอาหารสดและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลง

สรุปภาวะเศรษฐกิจไทยโดยทั่วไปก็ถือว่ายังคง มั่นคง และสดใสดีอยู่.

 

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“อภิสิทธิ์” ประกาศไม่จับมือ พปชร. สนันสนุน “บิ๊กตู่”

 

สัปดาห์ที่แล้ว (5 ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังจากเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตห้วยขวาง ถึงการประชุมแม่น้ำ 5 สายกับพรรคการเมือง (7 พ.ย.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่เข้าร่วมประชุม ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเข้าร่วม หากเป็นไปตามที่หนังสือเชิญของ คสช. ระบุว่าเป็นเพียงการรับฟังการชี้แนะแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ร่วมกันหารือเพื่อกำหนดแนวทางเลือกตั้ง

“ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดคุยเรื่องขั้วอำนาจ สนับสนุนใคร ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อีกทั้งแนวทางของ พปชร.การบริหารงานด้านเศรษฐกิจ การโยกย้ายฝ่ายการเมือง การรวมศูนย์อำนาจเหล่านี้ที่แสดงออกมา ไม่สอดคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ว่า “ไม่ได้มาหาเสียง” แต่มาเปิดศูนย์ประสานงานของพรรค ขณะนี้กระแสตอบรับพรรคพลังประชารัฐดีขึ้นเป็นลำดับ ได้ประเมิน ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 120 คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 30 คน

และตอบคำถามถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า “ในช่วงการหาเสียง หลายพรรคจะชูหัวหน้าพรรคของตัวเอง ตามรูปแบบการเมืองปกติ แต่หลังการเลือกตั้ง ท่าทีของพรรคการเมืองจะเปลี่ยนไป”

การที่นายอภิสิทธิ์ประกาศจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน “บิ๊กตู่” ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่หลังจากการเลือกตั้ง (24 ก.พ.62) ท่าทีของพรรคจะเปลี่ยนไปหรือไม่?

เราก็คงจะต้องรอและติดตามดูกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Ralph Breaks the Internet: Wreck-It Ralph 2

หนัง ปี 2018 ของ วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส กำกับโดย ฟิล จอห์นสตัน (Phil Johnston) และ ริช มัวร์ (Rich Moore) ให้เสียงโดย จอห์น ซี ไรล์ลี่ย์ (John C. Reilly) ซาราห์ ซิลเวอร์แมน (Sarah Silverman) เกล กาด็อต (Gal Gadot) ทาราจี พี เฮ้นสัน (Taraji P. Henson) หนังจัดอยู่ในประเภท Animation/Adventure/Family

เป็นหนังอนิเมชั่นภาคต่อของ Wreck-It Ralph วายร้ายหัวใจฮีโร่ในวิดีโอเกมส์ หลังจาก 6 ปี ผ่านไป เรื่องราวเริ่มต้นจาก ราล์ฟ (ไรล์ลี่ย์) กับ วาเนโลปี้ (ซิลเวอร์แมน) เพื่อนสาวนักซิ่งตัวน้อย จากเกม Sugar Rush ที่พากันเข้าไปผจญภัยในโลกอินเตอร์เน็ต เพื่อเสาะหาอะไหล่พวงมาลัยของเกมรถแข่งที่เสียหายไป

ทั้งสองตะลุยไปในโลกของเกมอาเขตที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เข้าไปพบกับตัวละครดังต่างๆ อย่างเช่น สตาร์วอร์ เหล่าบรรดาเจ้าหญิงทั้งหลายในโลกการ์ตูนของดิสนีย์ ที่สวย และมีความสามารถ อีกทั้งตัวละครจากเกมต่างๆอีกมากมาย

วาเนโลปี้ได้พบกับ แชงก์ (กาด็อต) เพื่อนสาวที่น่ารัก และเมื่อพบกับปัญหา ราล์ฟต้องเข้าจัดการ ด้วยการไปขอความร่วมมือจากวายร้ายทางด้านไวรัสให้เข้าจัดการกับเกม เพื่อให้เกมนั้นช้าและน่าเบื่อ แต่ผลที่เกิดนั้นเป็นผลร้ายต่อทั้งวาเนโลปี้และตัวของเขาเอง

เป็นหนังอนิเมชั่น ของวอลต์ ดิสนีย์ ที่ยังคงดูสนุกเพลินๆเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

สตม. ตรวจจับกวาดล้างคนต่างด้าว

 

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. นำกำลังเข้าตรวจสอบ โรงแรมมอลล์ สวีท เอ็กเพรส แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. หลังทราบว่ามีชาวต่างชาติมั่วสุมและอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่วีซ่ากำหนด ได้จับกุมชาวต่างชาติ 23 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 9 คน และเด็กอีก 7 คน แบ่งเป็นชาวปาเลสไตน์ 20 คน ชาวอิรัก 1 คน ถูกแจ้งข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่วีซ่ากำหนด และชาวโซมาเลีย 2 คน ในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเดินทางมาจากประเทศต้นทางมาอยู่ประเทศไทยแล้วพยายามประสานงานสำนักงานข้าหลวงผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เพื่อทำเรื่องให้กลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้ลี้ภัย โดยมีคนไทยมาเปิดห้องให้ผู้ต้องหาพักในลักษณะเช่าห้องพักไว้ 5 ห้อง จ่ายเงินล่วงหน้าแล้วแบ่งให้ผู้ต้องหากระจายกันอยู่ คนไทยที่เปิดห้องให้เข้าพักจะออกหมายเรียกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าบ้านไม่แจ้งว่ามีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยเข้ามาปีละกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่จะมาทำเรื่องไว้กับ ยูเอ็นเอชซีอาร์ เพื่อรอเดินทางไปยังประเทศที่ 3 “ผมจะประสานพูดคุยกับ ยูเอ็นเอชซีอาร์ เกี่ยวกับกรอบการพิจารณาผู้ลี้ภัยว่า ต่อไปจะต้องมีระยะเวลาการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 ให้ชัดเจน เพราะผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมบางคนมีสถานะผู้ลี้ภัยแต่กลับยังอยู่ในประเทศไทยมากว่า 6 ปี บางคนไปทำงานซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตหรือก่อเหตุอาชญากรรม จะต้องมีการคุยเรื่องกรอบเวลาให้ชัดเจน

“ผู้ต้องหาบางคนเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วง 47 คน ไปประท้วงที่หน้าองค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การมีสถานะผู้ลี้ภัย หากอยู่ในประเทศไทยนานเกินกว่าที่วีซ่ากำหนด จะต้องถูกส่งไปอยู่สถานกักกัน” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

เรื่องของการตรวจจับกวาดล้างคนต่างด้าวนี้ ก็ต้องขอชื่นชม พล.ต.ท.สุเชษฐ์ หักพาล ที่ปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น จริงจัง ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ผบช.สตม. ได้มีการตรวจค้นที่พักคนต่างด้าว ในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่องเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ถูกปล่อยปละละเลยกันมาเป็นเวลานาน

อย่าปล่อยให้คนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายใช้ประเทศไทยเป็นที่มั่วสุมสร้างปัญหาต่างๆกันอยู่อีกเลย.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

การบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงค์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึง กรณีศาลเยาวชนและครอบครัวแห่งหนึ่ง มีคำสั่งในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว ยื่นคำร้องให้สั่งห้ามสามีที่มีพฤติกรรมติดสุราอาละวาด ทำร้ายร่างกายภรรยาและบุตรสาวอีก 2 คนอยู่เป็นประจำ

ศาลไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง และฟังคำคัดค้านฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาแล้ว มีคำสั่งห้ามผู้เป็นสามี ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ด่าว่า ภรรยากับบุตรทั้งสองคนอีก พร้อมให้นักจิตวิทยาประจำศาลทำการตรวจสภาพจิตของสามีและให้รายงานต่อศาล รวมทั้งให้ ตำรวจสายตรวจของสถานีตำรวจที่อยู่ในเขตศาล จัดกำลังออกตรวจบ้านที่เกิดเหตุเป็นประจำทุกวัน มีกำหนด 6 เดือน

และล่าสุด (30 พ.ย.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร.และ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.5 บก.จร. แถลงข่าวการจับกุม นายวรภัทร กิจเจริญชัย อายุ 35 ปี นายณรุจ ป้อมประภา อายุ 30 ปี และนายชนธัญ จิตร์แก้ว อายุ 36 ปี ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนขับขี่รถในลักษณะประมาทหวาดเสียวและขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

และจับกุม นายจิรายุทธ ทองสม อายุ 26 ปี นายมนตรี อุ่นใจ อายุ 26 ปี นายจักราวุธ เปรมศรี อายุ 31 ปี และนายวายุ เพ็งสกุล อายุ 23 ปี ข้อหาขับขี่รถ (บิ๊กไบค์) ในลักษณะประมาทหวาดเสียวอันน่าจะเกิดอันตรายและขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น (ยกล้อ) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้น ยังกล่าวถึงกรณีผู้ที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรฯ ขี่รถ จยย.บนทางฟุตปาทด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เนื่องจากโทษปรับของตำรวจไม่มาก ขณะนี้จึงได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เทศกิจดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับถึง 3,000 บาท โดย ผู้ที่แจ้งเบาะแส จะได้รับเงินส่วนแบ่งจากค่าปรับ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุจากความมักง่าย

ประเทศของเรามีการออกกฎหมายมาบังคับใช้กันอย่างมากมาย (ติดอันดับท็อปของโลก) แต่ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายกลับปล่อยปละละเลย ทำให้เรื่องสำคัญที่บังคับใช้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา การที่ศาลมีคำสั่งให้ตำรวจสายตรวจจัดกำลังออกตรวจเพื่อคุ้มครองสิทธิภรรยาผู้ถูกสามีกระทำด้วยความรุนแรง และ กรณีตำรวจจราจรกลางจับกุมผู้ขับขี่รถ (บิ๊กไบค์) รวมทั้งการกวดขัน จับกุม การขับขี่ จยย.บนฟุตปาทและขับย้อนศรร่วมกับ กทม. ข้างต้น

ถือว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่จะช่วยทำให้ประชาชนเคารพกฎหมายกันมากขึ้น.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

‘โพล’สำรวจความคิดเห็นของประชาชน

 

23 พ.ย.61 นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 5) เมื่อระหว่างวันที่ 20-22 พ.ย.61 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกระดับการศึกษาและอาชีพ จำนวน 1,260 ตัวอย่าง

ในหัวข้อ บุคคลที่อยากให้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายเลือกตั้งปัจจุบัน อันดับ 1 ร้อยละ 25.16 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 24.05 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) อันดับ 3 ร้อยละ 14.52 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคอนาคตใหม่) อันดับ 4 ร้อยละ11.67 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 6.90 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

ผลสำรวจนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้ความเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครองอำนาจมา 5 ปี แต่คะแนนนิยมยังเป็นรองพรรคเพื่อไทย แม้จะมีพลังดูดอดีต ส.ส.ออกไป แต่ประชาชนยังเชื่อมั่นพรรคเรา

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า วันนี้มีโพลจำนวนมาก ทุกสำนักมีจุดมุ่งหมายด้วยกันทั้งสิ้นว่าอยากให้คำตอบออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่ได้มาจะใช่หรือไม่ยังไม่รู้ ผลโพลไม่ใช่ความคิดเห็นของของคนที่มีสิทธิทั้งประเทศ ความคิดเห็นของคน 1,000-2,000 คนไม่ได้อะไร วันข้างหน้าผลโพลผิดทุกครั้งไป

ต่อมาอีกไม่กี่วัน นายสังศิต พิริยรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยผลสำรวจความนิยมของนักการเมืองที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง จากประชาชนทุกระดับการศึกษาและอาชีพ จำนวน 8,000 ตัวอย่าง/ครั้ง ทั่วประเทศ

ครั้งที่ 1 พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นอันดับ 1 ครั้งที่ 2 พบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สลับขึ้นเป็นอันดับ 1 ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4  พล.อ.ประยุทธ์ กลับขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 19.62 และ ร้อยละ 27.06 อันดับ 2 เป็น คุณหญิงสุดารัตน์ ร้อยละ 16.43 และ 18.16 อันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ ร้อยละ 16.91 และ 15.55

ผลโพลของทั้ง 2 สำนักข้างต้น สำนักไหนจะน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ก็คงจะต้องพิจารณาว่า การสำรวจนั้นถูกต้องตามระเบียบวิธีการวิจัยหรือไม่? และเป็นโพลที่รับจ้างหรือเชียร์บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือเปล่า? แต่ที่สำคัญใน สังคมอุดมปัญญา ก็คือ

ประชาชนทั้งหลายคงจะต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟัง.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Robin Hood (2018)

หนัง ปี 2018 ของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์/ไลออนส์เกต กำกับโดย อ็อตโต้ บาธเฮิร์สต (Otto Bathurst) นำแสดงโดย ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) อีฟ ฮิวสัน (Eve Hewson) เจมี่ ฟ็อกซ์ (Jamie Foxx) เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) เบ็น เม็นเดลโซห์น (Ben Mendelsohn) หนังจัดอยู่ในประเภท Action/Adventure/Thriller

เป็นเรื่องราวในมุมมองใหม่ของ โรบิน ฮู้ด (เอเจอร์ตัน) วีรบุรุษในตำนานที่เกิดมาอยู่ในฐานะลอร์ดแห่งล็อกซ์ลีย์ ได้พบกับ แมเรียน (ฮิวสัน) โจรสาวที่ลักลอบเข้าไปในปราสาทเพื่อที่จะขโมยม้าและเมื่อพบกันทั้งสองก็ได้กลายเป็นคนรักกัน

แต่หลังจากนั้นไม่นานโรบินได้รับหมายเกณฑ์ทหารให้ไปรบใน สงครามครูเสด เขาได้เข้าต่อสู้กับ ลิตเติ้ล จอห์น (ฟ็อกซ์) นักรบชาวมัวร์ที่ภายหลังถูกจับตัวได้ แต่ด้วยจิตใจที่ดีเขาได้พยายามช่วยเหลือลูกชายของจอห์นที่กำลังจะถูกประหาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้

จอห์นได้หลบหนีจากการจับกุมและได้ลักลอบลงเรือลำเดียวกันกับโรบินที่ถูกส่งกลับอังกฤษ เขาได้กลายเป็นทหารผ่านศึกที่สูญสิ้นทุกอย่าง แม้แต่ แมเรียนหญิงสาวที่เป็นที่รักของเขาก็ได้ไปเป็นคู่รักของคนอื่น

จอห์นฝึกโรบินให้เป็นนักยิงธนูจนเก่งกล้าสามารถ จากท่านลอร์ดก็ได้กลายเป็น โรบิน ฮู้ด เข้าจัดการกับขุนนางชั้นสูงอังกฤษที่ทุจริต โกงกิน ด้วยการขโมยทรัพย์สินเงินทองที่พวกเขาได้ขูดรีดจากประชาชนเอาไปแจกให้กับคนยากจนทั้งหลาย

เป็นหนังแอ็กชัน/ผจญภัย จากตำนานเก่าแก่ ที่น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

อัตราการว่างงาน เดือน ต.ค.61

 

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน ต.ค.2561 พบว่าผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.08 ล้านคน ผู้มีงานทำ 37.60 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.84 ล้านคน และผู้รอฤดูกาล 1.0 แสนคน

สำหรับผู้มีงานทำ 37.60 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 11.15 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 26.15 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์แรงงานกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2560 พบว่า จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 9.5 แสนคน (จาก 36.65 ล้านคน เป็น 37.60 ล้านคน) ผู้ว่างงานลดลง 9.7 หมื่นคน โดยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมมีผู้ทำงานเพิ่มขึ้น 4.0 แสนคน นอกภาคเกษตรกรรม 26.15 ล้านคน มีผู้ทำงานเพิ่มขึ้น 5.5 แสนคน

จำนวนผู้ว่างงาน 3.84 แสนคน (ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป)  คิดเป็นอัตราการว่างงาน ร้อยละ 1.0 เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์แรงงานกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2560 พบว่า อัตราการว่างงานลดลง จากร้อยละ 1.3 เป็นร้อยละ 1.0 เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานตามเพศ (ต.ค.61) พบว่า เพศชายมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.9 เพศหญิง ร้อยละ 1.1

ระดับการศึกษาของผู้ว่างงาน พบว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษา ระดับอุดมศึกษา 1.37 แสนคน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9.8 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 7.9 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 3.9 หมื่นคน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 3.1 หมื่นคน

สำหรับประสบการณ์การทำงานของผู้ว่างงาน เป็นผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.79 แสนคน (ร้อยละ 46.6) ผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 2.05 แสนคน (ร้อยละ 53.4) โดยเป็นผู้ว่างงานนอกภาคเกษตรกรรม 1.85 แสนคน ส่วนผู้ว่างงานจากภาคเกษตรกรรม 2.00 หมื่นคน

จากผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรข้างต้น ทำให้ทราบว่า อัตราการว่างงานของคนไทยนั้นลดลง ถึงแม้ว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะว่างงานมากกว่าระดับการศึกษาระดับอื่นๆก็ตาม

อัตราการว่างงานที่ลดลง น่าจะเป็นเพราะเศรษฐกิจของไทยยังคงเข้มแข็งดีอยู่.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ขอ ‘วีซ่า’ เข้าไทยผ่านระบบออนไลน์

 

สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยุคใหม่ มีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่การออกปฏิบัติการ กวาดล้าง จับกุมคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2552 กันอย่างจริงจังและต่อเนื่องในทุกพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาล

ล่าสุด (21 พ.ย.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. แถลงข่าว เปิดตัวบริการใหม่ e-Visa on Arrival (EVOA) รับทำวีซ่าออนไลน์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ภายใต้เว็บไซต์ www.evisathailand.com เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากข้อมูล ปี 2560 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้เข้าประเทศมากถึง 1.8 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประมาณ 5 ล้านคน ที่ยื่นขอวีซ่า ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเข้าประเทศไทย และในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดียรวมกันถึง 4 ล้านคน ซึ่งเป็น 2 ใน 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน ที่ประเทศไทยอนุญาตให้ทำวีซ่าเข้าประเทศได้

‘โครงการบริการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ E-VOA จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่ได้ขอวีซ่าจากสถานทูต จากปัจจุบันที่มีนักท่องเที่ยวยื่นขอวีซ่าในสนามบินต่างๆเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่เคาน์เตอร์ เฉลี่ย 6,000-7,000 คน/วัน โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปีที่มีจำนวนเที่ยวบินลงพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

“การยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ (EVOA) นักท่องเที่ยวเพียงแค่กรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นและข้อมูลการเดินทาง พร้อมอัปเดตเอกสาร ทั้งตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต พร้อมชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 2,000 บาท และค่าบริการออนไลน์ 525 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)”

“ในช่วงวันที่ 15 พ.ย.61-13 ม.ค.62 ที่รัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ระยะเวลา 60 วัน นักท่องเที่ยวเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าบริการออนไลน์ จากนั้นจะได้รับการยืนยันจากเอกสารผ่านทางอีเมล ภายใน 24 ชม. และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยก็นำสำเนาใบยืนยันที่ได้รับยื่นที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองได้ทันที” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

การเปิดให้มีบริการ วีซ่า ด้วยระบบออนไลน์นี้ ก็ต้องขอชื่นชม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่สนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอวีซ่าได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่สถานทูต และที่สำคัญก็คือช่วยลดความแออัดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เป็นอย่างดี

สตม.ในยุคของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ตั้งใจปฏิบัติงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ กันจริงๆ.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

พปชร.ประกาศ ‘จำนวน ส.ส.’ ที่จะได้รับจากการเลือกตั้ง

 

สัปดาห์ที่แล้ว (18 พ.ย.) ในช่วงเช้า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ ฯ โดยมีเหล่าบรรดา อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ นักธุรกิจ ศิลปิน ดารา และประชาชนเดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคกันเป็นจำนวนมาก

ตามรายงานข่าว บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อแกนนำ กลุ่มสามมิตร ที่นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอนุชา นาคาศัย พาสมาชิกในกลุ่ม 60 คน เดินทางมาถึง แกนนำรัฐมนตรีทั้ง 4 ให้การต้อนรับ เข้าจับชูมือให้สื่อบันทึกภาพ

ในช่วงบ่าย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.ได้ขึ้นกล่าวกับสมาชิกพรรคกว่า 500 คน ที่ห้องแกรนด์บอลรูมว่า เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทั้งหมดนี้คือพลังประชารัฐ มาขนาดนี้จะไม่กวาด 350 เสียงได้อย่างไร “ชื่อพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ขโมยใครมา เมื่อจะทำการเมืองทั้งทีต้องไม่เป็นพรรคของคนใดคนหนึ่ง ภาคใดภาคหนึ่ง ไม่มีใครเป็นเจ้าของพวกเรา…”

วันต่อมา (19 พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ที่โรงแรมดุสิตธานี กรณีนายสนธิรัตน์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรค พปชร.ประกาศว่าจะได้ 350 เสียงว่า “คงได้สมัคร 350 คน ถ้าคนฟังฟังไม่ผิด คนที่พูดก็คงพูดผิด” ส่วนจะเป็นความได้เปรียบของ พปชร.ที่เป็นรัฐบาลหรือไม่ อยู่ที่ คสช.และรัฐบาลว่า จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำการเมือง ไม่ใช้อำนาจรัฐเข้ามาเอารัดเอาเปรียบ

ทางด้าน นายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีจะกวาด ส.ส.350 คน ว่า “เป็นเพียงวาทกรรมพูดเพื่อให้กำลังใจสมาชิกพรรค” และว่า “ถ้ามีบุคลากรคุณภาพมากมายขนาดนี้ อาจจะได้ทั้ง 350 เขต พรรคไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องได้เท่านั้นเท่านี้ อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจลงคะแนน”

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้กล่าวถึงกรณีพูดถึง “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ว่า ยอมรับว่าพูดจริง แต่ในความหมายนั้น หมายถึงพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กและพรรคหน้าใหม่ที่ไม่มีฐานเสียงมาก่อน การพูดเป็นการให้กำลังใจผู้สมัครหน้าใหม่ให้ลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน

พรรค พปชร.จะชนะในการเลือกตั้ง (24 ก.พ.62) และได้ ส.ส.เป็นจำนวนมากตามที่เลขาธิการพรรคตั้งเป้าหมายเอาไว้หรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น