“นายกฯลุงตู่” ไม่ไปตอบกระทู้ในสภาฯ

 

จากกรณี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวตำหนิ “นายกฯลุงตู่” กลางที่ประชุมสภาฯ ที่ไม่ไปตอบกระทู้สดเรื่องปากท้องของประชาชนด้วยตัวเองว่า เคยท้วงไปหลายครั้งถึงการมอบให้คนอื่นมาตอบกระทู้แทน ผู้รับมอบต้องมีความพร้อม “ไม่ใช่สักแต่ว่ามอบ”

“แม้สภาไม่สามารถบังคับรัฐบาลได้ แต่ฝาก นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไปยังนายกฯ ให้เตือนนายกฯ ในที่ประชุม ครม. ว่า สภามี ข้อบังคับการประชุม ข้อ 151 นายกฯควรมาตอบเอง ให้เกียรติสภา ถ้าติดภารกิจต้องมอบบุคคลที่มาตอบได้ การมอบหมาย อย่าสั่งเหมือนทหาร คือสั่งไปแล้วถือว่าจบแบบนั้นไม่ใช่ ขอให้สั่งเหมือนนักการเมือง คือสอบถามว่าว่างหรือไม่ การมอบหมายแล้วไม่มาตอบถือว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อสภา”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการกล่าวตำหนิถึงความไม่รับผิดชอบต่อสภาฯว่า เน้นย้ำไปทุกครั้ง สอบถามว่าไม่ได้ไปตอบเพราะ รมว.คลัง ติดภารกิจ มอบให้ รมช.คลังไปตอบ แต่ก็ติดภารกิจ ทำให้เกิดช่องว่าง ยืนยันว่าให้เกียรติสภาฯเสมอ

การที่ “นายกฯลุงตู่” ไม่ยอมไปตอบกระทู้ในสภาฯ ถือว่าเป็นการฝ่าฝืน ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 151 ที่กำหนดว่า นายกฯหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องเข้าร่วมประชุมสภาฯเพื่อตอบกระทู้นั้นด้วยตัวเอง ฯลฯ หรือเพราะ ไม่ให้ความสำคัญต่อสมาชิกสภาฯ ที่เป็นตัวแทนของประชาชน การไม่ไปตอบกระทู้สดในสภาฯ

ถือว่าไม่รับผิดชอบในหน้าที่ของรัฐมนตรีต่อสภาฯ  ใช่หรือไม่?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“90 ปี” ประชาธิปไตยไทย

 

24 มิ.ย.65 วันครบรอบ “90 ปี” ประชาธิปไตยไทย ตั้งแต่ คณะราษฎร ได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง(24 มิ.ย.2475) จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยได้เข้าเฝ้าฯพร้อมถวายร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ “ฉบับชั่วคราว” และ “ฉบับแรก” ของประเทศไทย

รัฐธรรมนูญ “ฉบับแรก” มีการจัดโครงสร้างอำนาจออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.อำนาจของกษัตริย์ 2.อำนาจของสภาผู้แทนราษฎร 3.อำนาจของคณะกรรมการราษฎร และ 4.อำนาจศาล ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ให้ “คณะราษฎร” จัดตั้ง ผู้แทนราษฎรชั่วคราว จำนวน 70 นาย เป็นสมาชิกสภา ก่อนที่จะมีสมาชิกสภาผู้แทนที่ราษฎรเลือกตั้งเพราะราษฎรส่วนใหญ่จบระดับประถมศึกษา (ป.4) ยังไม่ถึงครึ่ง

ตั้งแต่ พ.ศ.2475 ประเทศไทยได้มีการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองมากถึง 13 ครั้ง แต่ละครั้งก็มีการฉีกรัฐธรรมนูญ ทำให้มีรัฐธรรมนูญใช้มากถึง 20 ฉบับ (มากที่สุดในโลก?) “ฉบับปัจจุบัน” คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ร่างและให้ทำประชามติ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจเช่นเดียวกับ รัฐธรรมนูญ “ฉบับแรก” คือ ได้กำหนดให้มีวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน โดยการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน บทเฉพาะกาล เพื่อเป็นตัวช่วยในการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร

ในวันครบรอบ “90 ปี” ประชาธิปไตยไทย  เครือข่ายม็อบราษฎร จัดงาน “ฉลองวันชาติ คณะราษฎรยังไม่ตาย (นะ)” ที่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการนำหมุดคณะราษฎรจำลองขนาดใหญ่ไปวางที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ช่วงเย็น นายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ได้กล่าวปาฐกถาเปิดงานตอนหนึ่งว่า ประชาธิปไตยไทยดำรงอยู่ได้แค่ พ.ศ.2490 จากนั้นมีเผด็จการตัวร้ายผลัดกันเข้ามาตลอด “หวังว่าเสรีภาพจะกลับคืนมา เผด็จการและคณะจงพินาศไปเพื่อประชาธิปไตย”

ก็เป็นที่หวังว่า ในวันครบรอบ “100 ปี” ประเทศไทยจะมี “ประชาธิปไตย” ที่สมบูรณ์แบบ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“นิด้าโพล” เรื่องของการปลดล็อก “กัญชา”

 

19 มิ.ย.65 นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เมื่อระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย.65 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ทุกระดับการศึกษาและอาชีพ ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง

จากการสำรวจความคิดเห็น การปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ที่ทำให้การปลูก เสพ สูบ บริโภค สมามารถทำได้ถูกกฎหมาย อันดับ 1 ร้อยละ 34.81 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ อันดับ 2 ร้อยละ 24.89 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน อันดับ 3 ร้อยละ 23.74 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะกัญชาเป็นพืชมีประโยชน์มากกว่าให้โทษ อันดับ 4 ร้อยละ 16.56 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะอาจมีการเสพติดกัญชา

จากผลสำรวจความคิดเห็น การปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ถ้าแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ก็จะเป็น ฝ่าย เห็นด้วย 58.55% กับ ไม่เห็นด้วย 41.45 % เพราะกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจและใช้เป็นยารักษาโรคได้ กับ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลชี้ให้เห็นว่า “กัญชา” นั้น เป็นประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม

เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของกัญชาที่กังวลกันนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีประกาศ เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ให้ “กัญชา” เป็นสมุนไพรควบคุม ที่พิจารณาเห็นว่า กัญชาเป็นสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อนุญาตให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป สามารถครอบครองใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ ก็ถือว่าทันต่อเหตุการณ์ในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

“กัญชา” ก็เหมือนกับบุหรี่หรือสุรา ที่ถือกันว่า เป็นความชั่วร้ายที่จำเป็นของสังคม ที่ต้องมีการควบคุมสถานที่ เวลา และจำกัดอายุของผู้ที่จะโภคอย่างจริงจัง

สิ่งที่สำคัญก็คือ การออกกฎหมาย “ควบคุม” รวมทั้ง “ศึกษา วิจัย และประชาสัมพันธ์” ให้ความรู้กับประชาชนให้มากขึ้น.

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม, เรื่องราว | ใส่ความเห็น

“เครือข่ายยี่ปั๊ว” เข้ามาแทน “5 เสือกองสลากฯ” ?

 

หลังจากที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งขายเกินราคา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้การจำหน่ายสลากดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะขยายให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ที่ซื้อสลากถูกเอารัดเอาเปรียบจากการขายสลากเกินราคาดังเช่นที่ผ่าน ๆ มา

“แนวทางการเพิ่มสลากดิจิทัลในอนาคต จะเพิ่มเท่าไหร่นั้นต้องหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯก่อน เพื่อประเมินผลกระทบ ข้อดีข้อเสีย ในหลายมิติ ทั้งคนซื้อ คนขายระบบใหม่และระบบเก่าต้องอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งจะรู้ชัดว่าจะเพิ่มเป็นเท่าไร ในวันที่ 23 มิ.ย. นี้” นายลวรณกล่าว

เรื่องของการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้พยายามหาวิธีการและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้จำเป็นที่จะต้องทำมาตรการเฉพาะหาให้ได้ว่าจะไปเพิ่มตรงไหน ขั้นตอนไหน

“เรื่อง 5 เสือกองสลากฯ นั้น เลิกไปตั้งนานแล้ว ไม่มีแล้ว เป็นการจ่ายตรงผู้ที่รับโควตาโดยตรง อันนี้เป็นผู้ที่รับโควตาไปตกลงกันเองตรงโน้น เราก็ไปแก้ตรงโน้น มีการตรวจสอบติดตามอยู่ ฉะนั้นคำว่า 5 เสือ คำว่า โควตาพิเศษ มันไม่มี…”

สาเหตุที่หวยแพงอยู่ในปัจจุบันก็เพราะ “เครือข่ายยี่ปั๊ว” เข้ามากว้านซื้อสลากฯจากผู้ที่ได้รับโควตาจากที่จองผ่านตู้ ATM ที่เรียกกันว่า ลอตเตอรี่กล่อง ที่มี 5 เล่ม (500 ฉบับ) ต้นทุนราคา 70.40 บาท/ใบ โดยตัวแทนของยี่ปั๊ว เข้าเสนอซื้อยกกล่อง ในราคา 92-95 บาท/ใบ ผู้ที่ได้รับโควตาได้กำไร งวดละ 7-8 พันบาท โดยไม่ต้องไปขายเอง จากนั้น ยี่ปั๊ว ก็นำสลากฯไปขายใบละ 100 บาท และรวมเป็นเลขชุด ชุดละ 200-220 บาท ขณะที่ ระบบตัวแทนจำหน่าย ที่เป็น สมาคม องค์กร มูลนิธิ ก็ขายให้กับยี่ปั๊วในลักษณะเดียวกัน

การตัดโควตาผู้ค้าสลากฯ ที่ผิดสัญญาในเรื่องของการจำหน่ายสลากฯ โดยนำไปขายต่อให้กับยี่ปั๊วในลักษณะของ “เสือนอนกิน” นั้น ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด

ก็เป็นที่หวังว่า การแก้ไขปัญหาสลากฯขายเกินราคา จะสำเร็จภายในเดือน ก.ค.นี้.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

เจรจาซื้อ “ปุ๋ยรัสเซีย” ช่วยเหลือเกษตรกรไทย

 

จากกรณีสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบให้ราคาของน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งอาหารทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์ของการสู้รบยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติ ก็ได้ผลักดันให้ราคาของปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีราคาสูงขึ้นตาม ทำให้เกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อนจากการที่ปุ๋ยเคมีในประเทศมีราคาแพง ตามไปด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าว ล่าสุด (12 มิ.ย.) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพง และปุ๋ยขาดแคลน จึงได้เข้าพบหารือกับ นายนิโคไล เซอร์เยฟ ที่ปรึกษาสำนักงานผู้แทนการค้ารัสเซีย ประจำประเทศไทย และนายวิตาลี คิสเซเรฟ ประธานหอการค้าไทย-รัสเซีย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากรัสเซียเพิ่มขึ้นในราคามิตรภาพ

“รูปแบบของการนำเข้าจะใช้โมเดลการนำเข้าปุ๋ยโดยสถาบันเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. และจำหน่ายสู่เกษตรกรโดยตรง หรือจะเป็นแบบซาอุดีอาระเบียโมเดล คือ ภาครัฐตกลงกันเรื่องราคามิตรภาพ และมอบหมายเอกชนผู้ส่งออกนำเข้าของ 2 ประเทศไปเจรจากัน” นายอลงกรณ์กล่าว

การเจรจาขอซื้อปุ๋ยเคมีจาก รัสเซีย หรือ ซาอุดีอาระเบีย เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยแพง และปุ๋ยเคมีขาดตลาดให้กับเกษตรกรไทยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่คำนึงถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ที่ไม่คาดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นกับประเทศของเราที่ได้รับสมญานามว่าเป็น “ครัวของโลก”  ความมั่นคงทางด้านอาหารของไทยจะยั่งยืนและแข็งแกร่งไม่ได้

ถ้าหากต้องพึ่งพาการซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศ.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ไปจนถึงตี 2 ?

 

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ในไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต แนวโน้มลดลง และหลังจาก 1 มิ.ย. ที่ผ่อนคลายให้เปิด ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง ยังไม่พบแนวโน้มของการติดเชื้อจากสถานบันเทิงมากขึ้น ยังคงต้องติดตามอีก 1-2 สัปดาห์ จึงจะบอกได้ว่าการเปิดสถานบันเทิงมีผลกระทบต่อจำนวนผู้ติดเชื้อหรือไม่

ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯมีนโยบายชัดเจนให้พยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด การผ่อนคลายเปิด สถานบันเทิง ผับ บาร์ ไปถึงเวลาตี 2 นั้น โรดแมปที่วางไว้คือในรอบ 10 วัน จะมีการประชุมเพื่อประเมินและพิจารณาขยายเพิ่ม

“กรมควบคุมโรคจะพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการที่กำหนดเรื่อง โซนนิ่ง เวลาเปิดปิด หรือเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยยึดกฎหมายเดิมที่เคยบังคับใช้ไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เรื่องนี้จะนำกลับมาพิจารณาในที่ประชุม ศปก.ศบค.ในสัปดาห์หน้า”

จากการเรียกร้องให้ขยายเวลาเปิดสถานบริการไปจนถึงตี 2 ล่าสุด (11 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง ร่วมกับ สน.ปทุมวัน เข้าตรวจค้น แวมไพร์ผับ เขตปทุมวัน หลังรับแจ้งเบาะแสว่า ผับแห่งนี้เปิดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น. เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมั่วสุมเสพยาเสพติดและกระทำความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาผ่อนคลายให้เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ไปจนถึงตี 2 จะมีการประชุมเพื่อประเมินและพิจารณาขยายเพิ่มจาก สปก.ศบค. ในสัปดาห์หน้า แต่สถานบันเทิง ผับ บาร์ บางแห่ง ก็ได้มีการเปิดให้เข้าใช้บริการไปจนถึงตี 4

เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดกันเรียบร้อยแล้ว.

โพสท์ใน สังคม, เรื่องราว, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ชัชชาติ” กับการแก้ไข “ปัญหาจราจร” ใน กทม.

 

8 มิ.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. “คนใหม่”  และ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ พร้อม นายประพาส เหลืองศิรินภา ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. เข้าร่วมหารือกับ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผบก.จร. ถึงเรื่องการจัดการจราจรในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02)

นายชัชชาติ เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากการหารือมีข้อสรุปที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ กทม.ร่วมกัน ทั้งหมด 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.ร่วมมือกันอย่างเข้มข้นกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. กระทรวงคมนาคม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถไฟฟ้า 2.ตั้งหน่วยบัญชาการศูนย์ร่วม ซึ่งมีอยู่แล้วแต่ยังไม่เข้มแข็ง โดยจะจัดตั้ง ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรกลาง หรือ Command Center มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปนั่งควบคุมเพื่อประสานงานในการแก้ไขปัญหา

3.ปัจจุบัน กทม.มีกล้อง CCTV 50,000 ตัว แต่ใช้ด้านการจราจรเพียง 1,000 ตัว เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า ดังนั้นจึงจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อปรับปรุงระบบบริหารการจัดการให้มีประสิทธิภาพภายใน 1 ปี รวมทั้งจะนำเทคโนโลยีมาออกใบสั่ง เพื่อนำรายได้จากค่าปรับมาใช้ลงทุนระบบจราจรโดยไม่ต้องใช้งบภาครัฐ

4.ความปลอดภัยทางด้าน ทางข้าม ทางม้าลาย ในด้านกายภาพ กทม.รับผิดชอบ จะมีการร่วมกันพิจารณาจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จำกัดความเร็วบนถนน และ 5.รถจักรยานยนต์ที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้น จะพิจารณาทำเลนสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยพิจารณาถนนที่มีความกว้าง รวมทั้งจัดทำจุดจอดที่บริเวณสี่แยกเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ข้อสรุปทั้ง 5 ข้อ ข้างต้น น่าจะช่วยทำให้การจราจรในพื้นที่ กทม.นั้นดีขึ้น โดยเฉพาะการตั้ง ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรกลาง (Command Center) ที่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ การใช้กล้อง CCTV มาใช้ด้านจราจร และการออกใบสั่งด้วยเทคโนโลยีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรให้มากขึ้น

สำหรับการจำกัดความเร็วของรถยนต์ในเขตเมืองก็ควรที่จะจำกัดให้อยู่ที่ไม่เกิน 60 กม./ชม. จากปัจจุบันที่ให้สูงถึง 80 กม./ชม. ความเร็วของรถในตรอก/ซอย ก็น่าจะให้อยู่ที่ไม่เกิน 30-40 กม./ชม. (เพื่อให้ผู้ขับรถคุ้นชินกับการจำกัดความเร็วตามพื้นที่ต่างๆให้มากขึ้น) น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุที่รุนแรงถึงชีวิตให้น้อยลงได้

ก็เป็นที่หวังว่า “ปัญหาจราจร” ในเรื่องต่างๆใน กทม.น่าจะดีขึ้นในเร็วๆนี้.

โพสท์ใน ข่าวสาร, สังคม, เทคโนโลยี, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

หวย 2 ตัว 3 ตัว บนดิน?

 

7 มิ.ย.65 นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา กล่าวถึงการเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. เป็นต้นมาเป็นเวลา 4 วันครึ่ง ขายหมดกว่า 5.1 ล้านฉบับ ว่า จากเสียงตอบรับของประชาชน ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร การจำหน่ายสลากดิจิทัลมีแนวโน้มจะขยายโควตาเพิ่มเพื่อให้เกิดสมดุลในตลาดในอนาคต เชื่อว่าราคาสลากฯจะลดลงเหลือ 80 บาท เพื่อผู้ที่ซื้อสลากได้รับความยุติธรรมไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนแต่ก่อน

ขณะที่ นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมการการศึกษาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคาที่กำหนด เปิดเผยว่า โครงการสลากดิจิทัลเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำนักงานสลากฯนำมาแก้ไขปัญหา มาตรการระยะกลางถึงระยะยาว ภายในปีนี้จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ จำหน่ายสลากฯ 6 หลัก คล้ายสลากในปัจจุบัน และ สลากตัวเลข 3 หลัก คล้ายกับ หวยใต้ดิน 2 ตัว 3 ตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเซ็นสัญญากับ ม.ขอนแก่น ก่อนรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

การที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีมาตรการที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะสลากเลข 2 ตัว 3 ตัว ที่คล้ายกับหวยใต้ดิน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่รัฐบาล พรรคไทยรักไทย เคยแก้ปัญหาหวยใต้ดินด้วยการเอาขึ้นมาอยู่บนดินเป็นสลากเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ซึ่งสามารถแก้ปัญหาหวยแพง หวยใต้ดินได้สำเร็จมาแล้ว การนำมาออกเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา และหวยใต้ดินได้แล้ว ยังจะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้นำมาใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี

เรื่องของ “วาทกรรม” ที่ว่าจะเป็นการ “มอมเมาประชาชน” ให้มีการมีเล่นหวยกันมากขึ้น ก็คงไม่ต้องไปคำนึงถึงให้มากนัก เพราะประชาชนคนไทยนิยมชมชอบการเสี่ยงโชคกันอยู่แล้ว การกำหนดอายุของผู้ที่จะซื้อสลากต้องเกิน 20 ปีขึ้นไปนั้น น่าจะควบคุม “เด็กและเยาวชน”

ไม่ให้ซื้อ “สลากฯ” หรือ “หวยใต้ดิน”  ได้ดีกว่าที่ขายตามแผงหรือจากเจ้ามือหวยโดยตรง.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ลอตเตอรี่ “ขายเกินราคา” สูญพันธุ์?

 

5 มิ.ย.65 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. (เป็นวันที่ 4) ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชน ณ เวลา 17.00 น.ยอดจำหน่ายสลากอยู่ที่ 4,951,352 ใบ จำนวนผู้ซื้ออยู่ที่ 1,185,207 ราย จากจำนวนสลากที่ขาย 5.27 ล้านใบ ทำให้มีสลากเหลืออยู่ราว 320,000 ใบ ประชาชนยังสามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาท

ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ติดตามความคืบหน้าของการขายสลากดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง “รู้สึกพอใจที่ประชาชนให้การตอบรับอย่างดี และโครงการสามารถแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา 80 บาท ได้อย่างเป็นรูปธรรม” รวมทั้งฝากเตือนพี่น้องประชาชนอย่าซื้อสลากดิจิทัลเกินกำลังด้วย

หลังจากสำนักงานสลากฯเปิดขายสลากดิจิทัลในราคา 80 บาท จากการสำรวจของสื่อมวลชนตามสถานที่ต่างๆในหลายพื้นที่ พบว่าบรรยากาศของการขายเป็นไปอย่างเงียบเหงา จากที่ขาย 100-110 บาท เพราะประชาชนต้องการซื้อสลากตามราคาหน้าสลากที่จำหน่าย คือ 80 บาท แม่ค้าเร่รายหนึ่งกล่าวว่า ที่ต้องขายแพงก็เพราะไปรับจากผู้ค้าส่งใบละ 90-92 บาท ถ้าขายต่ำกว่านั้นก็ขาดทุน

การขายลอตเตอรี่ “เกินราคา” ประเภท “เดินเร่ขาย” หรือ “ปั่นจักรยานขาย” คงจะต้องสูญพันธุ์ไป เพราะ “ค่าจ้าง ค่าแรงแพง” เมื่อไม่มีใครซื้อ ก็คงเร่ขายไม่ได้ แต่แผงขายลอตเตอรี่ ตาม โครงการสลาก 80 บาท (กำไร 9.60 บาท/ฉบับ) จะยังสามารถขายอยู่ได้ต่อไป เพราะยังมีลูกค้าบางส่วนที่เข้าซื้อทางออนไลน์ไม่เป็น แต่ยังคงต้องการซื้อตามราคาหน้าสลากอยู่

ขอขอบคุณรัฐบาล “บิ๊กตู่” ที่สามารถแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ได้อย่างเป็นรูปธรรม.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“GLO” จำหน่าย “Digital Lottery”

 

30 พ.ค.65 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่อง วิธีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ สลากดิจิทัล (Digital Lottery) เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ตามราคาที่กฎหมายกำหนด ประกาศให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 65 เป็นต้นไป

นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงประกาศดังกล่าวว่า ได้มีการระบุถึงรายละเอียดการเปิดให้ซื้อขายสลากดิจิทัลบนแพลตฟอร์มในแต่ละงวด จะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. และในวันออกรางวัลจะเปิดให้ซื้อขายตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น. โดยตัวแทนจำหน่ายสลากดิจิทัลต้องเป็นผู้ลงทะเบียนแอปพลิเคชันถุงเงินและเป๋าตัง ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.65 เป็นต้นไป

“สำหรับผู้ซื้อต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและทำการพิสูจน์ตัวตนตามที่แอปพลิเคชันกำหนดไว้ การค้นหาสลากทำได้ 2 วิธี คือ ค้นหาด้วยตัวเลขที่ต้องการ และการค้นหาจากร้านค้าที่จำหน่าย เมื่อเลือกสลากที่ต้องการซื้อเรียบร้อยแล้ว จะต้องชำระเงินค่าสลากในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อชำระแล้วกรรมสิทธิ์ในสลากจะเป็นของผู้ซื้อทันที”

ขณะที่ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การเปิดขายสลากดิจิทัลงวดแรก 5 ล้านใบ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาสลากราคาแพง แต่อาจจะยังไม่เห็นผลอย่างมีนัยให้ราคาลดลงมาได้ แต่เชื่อว่าในอนาคตปริมาณสลากดิจิทัลจะต้องมีเพิ่มขึ้น ซึ่งคณะกรรมการมีความเห็นว่า ควรจะมีขายในแพลตฟอร์มเพิ่มเป็น 30-40 ล้านใบ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอชี้นำตลาดให้ราคาโดยรวมลดลงมาเหลือ 80 บาท

ก็เป็นที่หวังว่า “สลากดิจิทัล” จะแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาให้กับประชาชนได้ในเร็วๆนี้.

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น