คำสั่ง คสช. ที่ 1/2562 กับ ส.ว.สรรหา

 

จากกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเนติบริกร ให้สัมภาษณ์ถึง คำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงคำสั่ง ไม่ใช่กฎหมาย ไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะเป็นขั้นตอนภายใน ไม่เกี่ยวกับประชาชน แต่ถ้าการสรรหาใช้วิธีสมัครต้องประกาศให้ประชาชนรู้ว่าสมัครกับใครที่ไหนอย่างไร

“ดังนั้น การประกาศหรือไม่ประกาศ จึงไม่มีผล บัดนี้ได้ได้แจกจ่ายคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มีกรรมการสรรหา ส.ว. คนใดคัดเลือกตัวเองมาทำหน้าที่ อย่าง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาที่มีชื่อเป็นกรรมการสรรหา ส.ว.ได้ลาออกตั้งแต่ต้นก่อนจะประชุมครั้งแรกเสียอีก”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบสรรหา ส.ว. 1,300 ล้านบาท แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย กรรมการสรรหาไปเดินหา ส.ว.ตามห้องประชุม คสช. ครม. สนช. สปช. สปท. หนักไปกว่านั้น กรรมการ 9 คน ได้เป็น ส.ว.ถึง 5 คน บอกว่าไม่ได้เสนอชื่อตัวเอง ประเมินประชาชนต่ำเกินไป

ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ไปยื่นหนังสือ (14 มิ.ย.) ถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนเอาผิดคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้น 9 คน ที่ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก ส.ว. เพราะกรรมการ 5 คนได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว.ด้วย รวมถึงยังมีเครือญาติของคณะกรรมการอีกหลายคนได้รับการเสนอชื่อด้วย จึงอาจเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนและทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2561

จากการที่ได้มีการตรวจสอบ คำสั่ง คสช.ปี 2562 ใน ราชกิจจานุเบกษา เริ่มต้นด้วย คำสั่งที่ 3/2562 คำสั่งที่ 1 และ ที่ 2/2562 คืออะไร และ หายไปไหน ทำให้เกิดความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า คำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 เป็นคำสั่งที่ไม่สมบูรณ์และไม่มีผลทางกฎหมาย

ประเทศไทย เป็น “นิติรัฐ” และ “นิติธรรม” มิใช่หรือ?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Aladdin

หนัง ปี 2019 ของ วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส กำกับโดย กาย ริทชี่, นำแสดงโดย เมนา มาสซอด, นาโอมิ สกอตต์, วิลล์ สมิธ, มาร์วาน เคนซาริ, นาซิม เปดราด หนังจัดอยู่ในประเภท Family/Fantasy/Comedy/Musical/Romance

เป็นเรื่องราวของ อะลาดิน (มาสซอด) เด็กหนุ่มหัวขโมยข้างถนน ที่มีลิงฉลาดแสนรู้ตัวหนึ่งเป็นเพื่อน เขามีโอกาสได้พบกับ จัสมิน (สกอตต์) เจ้าหญิงที่ปลอมตัวไปเที่ยวในตลาดและถูกเจ้าของร้านจับได้ว่าขโมยขนมปังให้กับเด็ก เขาได้เข้าช่วยเหลือเจ้าหญิงให้พ้นจากข้อหาขโมยไปได้ หลังจากนั้นเขาได้ลักลอบเข้าไปในวังเพื่อนำสิ่งของไปคืนให้

เขาถูก จาฟาร์ (เคนซาริ) พ่อมดที่ปรึกษาของสุลต่าน ในตำแหน่งเสนาบดีที่ต้องการยึดอำนาจจับตัวได้ รวมทั้งบอกว่าผู้หญิงที่เขาพบนั้นเป็นเจ้าหญิง และสามารถทำให้เขาร่ำรวยได้ โดยมีเงื่อนไขให้ไปเอาตะเกียงวิเศษในถ้ำนำมาให้โดยต้องไม่แตะต้องทรัพย์สินทั้งหลายภายในถ้ำ เขาได้พบกับพรมวิเศษ และได้กลายเป็นนายของ จีนี่ (สมิธ) ยักษ์ในตะเกียงโดยบังเอิญ ซึ่งทำให้เขาได้รับพรวิเศษจากยักษ์จีนี่ 3 ข้อ

เป็นหนังรีเมกจากเทพนิยายคลาสสิก อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ ของดิสนีย์ เมื่อปี 1992 มาเป็นเวอร์ชันที่ใช้คนแสดง ด้วยทุนสร้าง 183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมนำเพลง A Whole New World ที่ได้รับรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยมมาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย

เป็นหนังครอบครัว/แฟนตาซี ที่ดูสนุก คุ้มค่า น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

คิง เพาเวอร์: ใหญ่เล็กกินเรียบ

 

หลังจากที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้เปิดขายซองให้เอกชนที่สนใจเข้ามาดำเนินการในโครงการร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) และโครงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ใน สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะเวลาสัมปทาน 10 ปี เพื่อทดแทนเอกชนเดิม (คิง เพาเวอร์) ที่สัมปทานจะหมดลงในวันที่ 27 ก.ย.63

โครงการนี้ มีเอกชนเข้ามาซื้อซองจำนวน 5 ราย แต่ปรากฏว่าเข้ายื่นซองคุณสมบัติทางเทคนิค เพียง 3 ราย ประกอบด้วย 1.กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 2.กลุ่ม บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 3.กลุ่ม บริษัท รอยัล ออคิด เชอราตัน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ปรากฏว่า กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นผู้เสนอราคาสูงสุด อันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 คือ กลุ่มบริษัท การบินกรุงเทพ (ประกอบด้วย บริษัท โฮเต็ล ลอตเต้ และ บริษัท บางกอกแอร์เวย์) ส่วนอันดับ 3 คือ กลุ่ม บริษัท รอยัล ออคิด เชอราตัน (ประกอบด้วย บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป และ ดิวตี้ฟรีชั้นนำจากประเทศอังกฤษ)

โดย กลุ่ม คิง เพาเวอร์ ได้มีการเสนอค่าตอบแทนเป็นรายปีที่ ทอท.ได้รับอยู่ประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งถือว่าได้มากเกินความคาดหมายอย่างมาก ส่วนการจ่ายผลตอบแทนรายได้ขั้นต่ำ หรือ 15% ของยอดขายนั้น หากผลตอบแทนทางใดสูงกว่ากันก็ให้เอกชนจ่ายผลตอบแทนทางด้านนั้นให้ ทอท.

นอกจากนี้ คิง เพาเวอร์ ยังได้ชนะการประมูลดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค 3 แห่ง คือ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่ ที่มีผู้ยื่นซอง 3 ราย (กลุ่มเดียวกันกับที่ยื่นซองสุวรรณภูมิ) โดยเสนอค่าตอบแทนสูงกว่าที่ ทอท.เคยได้รับอยู่เดิม และสูงกว่าที่ ทอท.คาดหมาย หลังจากที่ชนะการประมูลที่สุวรรณภูมิมาแล้ว

การที่ บริษัท คิง เพาเวอร์ ชนะการประมูลทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูมิภาคทั้ง 3 แห่ง รองประธานกรรมการบริษัท กล่าวว่า “บริษัทพร้อมดำเนินหน้าต่อ เพราะมีประสบการณ์ด้านนี้” ส่วนกรณีที่ว่า ดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาคไม่คุ้มค่าการลงทุน หรือ ไม่ดีนั้น “ไม่หนักใจอะไร เพราะเป็นธุรกิจที่บริษัททำอยู่”

การประมูลดิวตี้ฟรีของ สนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบินภูมิภาค (ทั้ง 3 แห่ง) จากเดิมที่รวมสัญญาเอาไว้ด้วยกัน เปลี่ยนเป็นแยกสัญญาออกจากกัน ทำให้ ทอท.ได้รับค่าตอบแทนมากเกินความคาดหมายนั้น

เราก็คงต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สั่งให้ทบทวนสัญญาเพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม.

โพสท์ใน เรื่องราว | ใส่ความเห็น

คำสัญญาของนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2

 

11 มิ.ย.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยมี นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และเหล่าตัวแทนพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธี ที่ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อเสร็จพิธี พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมภริยา และตัวแทนพรรคการเมืองเดินไปยังห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯกล่าวสำนึกในพระมหารกรุณาธิคุณ ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับเป็นเกียรติยศและเป็นสิริมงคลอย่างหาที่สุดมิได้…

“…ผมขอยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จะเพียรพยายามมุ่งมั่นทำงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกสาขาอาชีพ ทุกช่วงวัย ขับเคลื่อนประเทศในทุกด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม”

จากนั้นกล่าวต่อว่า จะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส ตาม พ.ร.บ.การเงินการคลัง และเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

สร้างสรรค์สังคมให้มีความรักความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาสเพื่อความอยู่ดีกินดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน พร้อมจะปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย…

คำกล่าว ของ พล.อ.ประยุทธ์ ข้างต้น ก็ถือว่าเป็น “สัญญาประชาคม” ที่ให้ไว้กับคนไทยทั้งประเทศ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

รัฐบาลผสม 19 พรรค?

 

ผลการประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามกติกาของ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้รับการโหวตจาก ส.ส. และ ส.ว. ในสภา จำนวน 747 เสียง ด้วยคะแนน 500 เสียง เอาชนะคู่แข่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯของ ขั้ว พรรคเพื่อไทย (พท.) 7 พรรคพันธมิตร ด้วยคะแนนเสียง 244 เสียง

พรรค พปชร.รวบรวมเสียง ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ รวม 19 พรรค 251 เสียง สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ คือ 1.พลังประชารัฐ 116 เสียง 2.ประชาธิปัตย์ 51 เสียง (นายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภา และ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ลาออก ) 3.ภูมิใจไทย 50 เสียง (นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ งดออกเสียง 1) 4.ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง 5.รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง 6.ชาติพัฒนา 3 เสียง 7.พลังท้องถิ่นไทย 3 เสียง 8.รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง 9.ประชาชนปฏิรูป 1 เสียง และ

10.พลังชาติไทย 1 เสียง 11.ประชาภิวัฒน์ 1 เสียง 12.ไทยศรีวิไลย์ 1 เสียง 13.พลังไทยรักไทย 1 เสียง 14.ครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง 15.ประชานิยม 1 เสียง 16.ประชาธรรมไทย 1 เสียง 17.พลเมืองไทย 1 เสียง 18.ประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง 19.พลังธรรมใหม่ 1 เสียง

เมื่อรวมกับเสียงของ ส.ว. 249 เสียง จากทั้งหมด 250 คน (งดออกเสียง 1 คน คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ที่เป็นรองประธานรัฐสภา) เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. และ ส.ว. เป็น 500 เสียง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมัยที่สอง ของประเทศไทย

การที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และเป็นรัฐบาลผสมที่มากถึง 19 พรรค  ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม จากสาเหตุของการขาดเอกภาพ และความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ต่างๆของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถึงจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรก็ตาม

ถ้าหากว่ามีการบริหารจัดการที่ดี รัฐบาลก็อาจจะมีศักยภาพอยู่จนครบเทอมก็ได้.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

เสียงวิพากษ์ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

 

หลังการประชุมร่วมรัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า การโหวตเลือกนายกฯของ ส.ว. ครบทุกคน ชนิดไม่มีใครแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูงที่เป็นผู้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ข่าวลือที่บอกว่า ส.ว.สั่ง ซ้ายหัน ขวาหันได้นั้น จะเป็นจริงหรือไม่?

“ได้ข่าวว่าผู้มีอำนาจกำชับต้องเลือก พล.อ.ประยุทธ์ สถานเดียว หากไม่เลือกมีโอกาสหลุดจากตำแหน่ง ผมถึงกล้าอภิปรายกลางสภาฯ ถ้ามี ส.ว.คนใดงดออกเสียง หรือไม่โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินไปกราบเท้าทันที ซึ่งก็ไม่มีใครโหวตสวนเลย ผิดหวังที่ไม่ได้ไปกราบเท้าใครเลย ดังนั้นที่สังคมคลางแคลงว่า ส.ว.จะต้องเป็นกลางนั้น เชื่อว่าประชาชนเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร” นายจิรายุกล่าว

ขณะที่ สหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ออกแถลงการณ์ แสดงจุดยืนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี ผ่านเฟซบุ๊กของ สนท. ว่า เศร้าใจที่รัฐสภาลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกอีกครั้ง ด้วยเสียง 500 ต่อ 244 คะแนน มีความไม่สง่างาม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีพฤติการณ์ล้มล้างรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตยจากรัฐประหาร ใช้อำนาจละเมิดสิทธิปิดกั้นเสรีภาพ ปล่อยปละให้มีการคุกคาม นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เสียใจที่ ส.ว.มิได้ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยสากลโดยการงดออกเสียง และขอประณามพรรคการเมืองที่เคยให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจแต่กลับลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการหักหลังไม่ให้เกียรติประชาชน

สนท.จะยังร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ยินดีร่วมมือเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสกัดกั้นมิให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกสืบทอดอำนาจได้สำเร็จ

การวิพากษ์วิจารณ์ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ที่บัญญัติไว้ในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะสืบทอดอำนาจหรือไม่อย่างไรนั้น เราก็คงจะต้องเฝ้าติดตามดูกันต่อไป ตามคำพูดที่ว่า

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

รัฐบาล 500 เสียง

 

ผลการประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี (5 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวน้า คสช. และ นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้รับการโหวตจาก ส.ส. และ ส.ว. ในสภา จำนวน 747 เสียง ด้วยคะแนน 500 เสียง เอาชนะคู่แข่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แคนดิเดตนายกฯของ ขั้ว พรรคเพื่อไทย (พท.) 7 พรรคพันธมิตร ด้วยคะแนนเสียง 244 เสียง

500 เสียง จากการโหวต ที่ได้รับมาจาก ส.ส. พรรค พปชร.และ พรรคการเมืองต่างๆที่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล รวมทั้งจาก ส.ว. 250 คน (งดออกเสียง 3 คน คือ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา และ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย) ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย  (คนที่ 29 สมัยที่สอง ของประเทศไทย)

เกี่ยวกับผลของการโหวตนี้ นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้รับเลือกด้วยคะแนน 500 เสียง ขณะที่ นายธนาธรได้ 244 เสียง เท่ากับ มีเสียง ส.ว. 250 เสียง และ ส.ส. 250 เสียง ถ้าตั้งรัฐบาลโดยใช้ฐาน ส.ส.จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมาก พล.อ.ประยุทธ์ หรือผู้จัดการรัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำพรรคการเมืองอื่นเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะจะทำงานยากมาก

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีประชาชนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ชนะโหวต หากปราศจากเสียงของ ส.ว. ว่า นี่คือกฎหมาย เป็นเรื่องที่กำหนดอยู่ใน บทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ซึ่งได้ผ่านประชามติและประชาชนเห็นด้วยว่า ใน 5 ปีแรก ต้องให้ ส.ว.มีส่วนเลือกนายกฯ ส่วนที่ ส.ว. 249 คน เทเสียงโหวตให้ ก็ไม่มีอะไรจะมอง เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ว่าใครจะติฉินนินทาว่าร้ายอย่างไรก็เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนด

จากผลของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีข้างต้น ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมือง สื่อสิ่งพิมพ์ และประชาชนจะกล่าวติฉินนินทากันอย่างไร แต่เราก็คงจะต้องยอมรับกติกาว่า เป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนด เอาไว้ และต้องขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ (คนเดิม) ที่ได้กลับมา

เพื่อ “ปราบโกง” และ “ปฏิรูปประเทศไทย” ตามที่ได้ประกาศเอาไว้.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

โครงการ “จิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน”

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงได้นำเสนอโครงการ จิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน ต่อ ศูนย์อำนวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี 2.เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยจากระบบไฟฟ้าอาคารและสิ่งก่อสร้าง 3.เพื่อป้องกันความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินของวัดพระอารามหลวง มัสยิด โบสถ์คริสต์ และโบราณสถานที่สำคัญของประเทศ 4.เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับบุคลากรในสถานที่ดังกล่าวในด้านการบำรุงรักษา การป้องกันและระงับอัคคีภัย และ 4.เพื่อให้จิตอาสาและประชาชนทั่วไปที่มีความรู้ดานระบบไฟฟ้าได้ร่วม “ทำความดีด้วยใจ”

เนื่องจากกระทรวงมีวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก ทั้งในสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด และกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงเครือข่ายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำโรงงานต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงของการบูรณะซ่อมแซม จิตอาสาฯจะช่วยดูแบบ แผนงานและแนะนำวิธีปฏิบัติที่ดี โดยโครงการนี้ตั้งเป้าจะดำเนินโครงการให้ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 69 แห่ง รวมทั้งสิ้น 5,313 แห่ง จนถึงเดือน ก.ค. 2563 รวมระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน 3 วัน

โครงการ จิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่นำเสนอต่อศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พ.ศ.2562 ดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าเป็นโครงการที่น่าชื่นชมและยกย่องเป็นอย่างยิ่ง

เพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากระบบไฟฟ้ากับสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศ.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

Shazam!

หนัง ปี 2019 ของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กำกับโดย เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก, นำแสดงโดย แซ็คคารี เลวี, แอชเชอร์ แองเจล, จิมอน ฮอนซู, มาร์ก สตรอง, แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์  หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/ตลก/แฟนตาซี

เป็นเรื่องราวของ บิลลี่ แบ็ตสัน (แองเจล) เด็กชายวัย 14 ปี ที่ได้พลัดหลงจากแม่ โดยได้ถูกรับมาเลี้ยงอยู่ที่บ้านอุปถัมภ์ ที่พยายามตามหาแม่ แต่เผอิญไปได้รับพลังพิเศษจากพ่อมดผู้หนึ่ง (ฮอนซู) โดยเพียงแค่เอ่ยคำว่า ชาแซม! เท่านั้น เขาก็จะกลายเป็น ชาแซม (เลวี) ซูเปอร์ฮีโร่ในร่างของชายหนุ่มผู้ล่ำสันในทันที

จากเด็กที่กลายเป็นผู้ใหญ่ในทันที ทำให้เขาต้องเรียนรู้ถึงความคิดแบบผู้ใหญ่ถึงสิ่งต่างๆ รวมทั้งการใช้พลังวิเศษที่ได้รับมากับ เฟร็ดดี้ (เกรเซอร์) เพื่อนที่คลั่งไคล้ในซูเปอร์ฮีโร่ให้การช่วยเหลือ ในการพิทักษ์ความสุขและความถูกต้องในสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องปกปิดตัวเองไม่ให้ใครได้รับรู้ถึงพลังนั้นด้วย

เขาต้องเผชิญกับ ดร.แธดีอุส ชิวานา (สตรอง) ผู้ร้ายที่มีพลังร้ายกาจเช่นเดียวกับเขาแต่เป็นไปในทางด้านร้ายในรูปของปีศาจที่มีบริวารเป็นสัตว์ร้ายต่างๆอย่างมากมาย แต่เขาก็ได้รับพลังการช่วยเหลือจากเหล่าบรรดาเด็กกำพร้าทั้งหลายที่อาศัยในบ้านอุปถัมภ์ด้วยเช่นกัน

เป็นหนังแอ็กชัน/แฟนตาซี แนวซูเปอร์ฮีโร่ของค่ายดีซีคอมิกส์ ที่ดูสนุกเพลินๆเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ราคาของ ส.ส.งูเห่าในพรรคการเมือง?

 

หลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวถึงผลการเลือกประธานสภาฯที่เสียงฝ่ายประชาธิปไตยหายไป 7 เสียง โดยยอมรับว่า ได้รับการติดต่อจากบางคนเพื่อเสนอผลประโยชน์ให้สูงถึง 20 ล้านบาท แลกกับการเป็นงูเห่าให้โหวตสวนมติพรรค โดยแบ่งออกเป็น 6-7-7

ก้อนแรกสำหรับการโหวตเลือกประธานสภาฯ ก้อนที่สองคือโหวตเลือกนายกฯ และส่วนสุดท้ายให้ถือเป็นโบนัสเหมือนให้เปล่า ซึ่งจ่ายทั้งหมดให้ครั้งสุดท้ายหากกล้าโหวตสวน ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจนกระทั่งคืนวันสุดท้ายก่อนวันโหวตเลือกประธานสภาฯ แต่พอถามพรรคพวกบางคนกลายเป็นได้น้อยกว่าเขา ยังแอบน้อยใจเล็กๆเพราะบางคนมีการเสนอตัวเลขเริ่มต้นให้ถึง 50 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ได้เปิดเผยถึงการเสนอผลประโยชน์ให้สูงถึง 30 ล้านบาท โดยแบ่งเงินออกเป็น 5-5-10 เงิน 5 ล้านบาทแรกเป็นค่าประกาศให้ชัดเจนว่าจะอยู่ขั้วการเมืองใด 5 ล้านที่สองเลือกประธานสภาฯ 10 ล้านที่สาม เลือกนายกรัฐมนตรี และอีก 10 ล้านไม่บอกว่าให้ทำอะไร

เรื่องของการเสนอผลประโยชน์ทางด้านการเงินให้กับ ส.ส.ในพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ทราบว่าจะเป็นความผิดในการติดสินบน หรือเป็นการเสนอผลประโยชน์ให้กับ ส.ส. หรือไม่? แต่การรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน น่าจะเป็นความผิดตาม กฎหมายอาญา มาตรา 149 ที่บัญญัติว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ เรียก รับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สิน เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่

การเสนอผลประโยชน์ให้กับ ส.ส.งูเห่า เพื่อแหกมติพรรคเป็นจำนวนมากดังกล่าวข้างต้น ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกันกับการซื้อ-ขายตำแหน่งของข้าราชการ ที่คงต้องไปหา “ใบเสร็จ” มาแสดง ตามที่ได้เคยเป็นข่าวทุกครั้งในการแต่งตั้ง โยกย้าย การตรวจสอบและลงโทษถึงการทุจริต ติดสินบน อย่างจริงจังของหน่วยงานที่รับผิดชอบ น่าจะช่วยทำให้ การบริหารบ้านเมือง

“โปร่งใส มีคุณภาพ” ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ  ปี ‘60 (ฉบับปราบโกง).

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น