“ชัชชาติ” กับการแก้ไข “ปัญหาจราจร” ใน กทม.

 

8 มิ.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. “คนใหม่”  และ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ พร้อม นายประพาส เหลืองศิรินภา ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. เข้าร่วมหารือกับ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผบก.จร. ถึงเรื่องการจัดการจราจรในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02)

นายชัชชาติ เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากการหารือมีข้อสรุปที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ กทม.ร่วมกัน ทั้งหมด 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.ร่วมมือกันอย่างเข้มข้นกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. กระทรวงคมนาคม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถไฟฟ้า 2.ตั้งหน่วยบัญชาการศูนย์ร่วม ซึ่งมีอยู่แล้วแต่ยังไม่เข้มแข็ง โดยจะจัดตั้ง ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรกลาง หรือ Command Center มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปนั่งควบคุมเพื่อประสานงานในการแก้ไขปัญหา

3.ปัจจุบัน กทม.มีกล้อง CCTV 50,000 ตัว แต่ใช้ด้านการจราจรเพียง 1,000 ตัว เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า ดังนั้นจึงจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อปรับปรุงระบบบริหารการจัดการให้มีประสิทธิภาพภายใน 1 ปี รวมทั้งจะนำเทคโนโลยีมาออกใบสั่ง เพื่อนำรายได้จากค่าปรับมาใช้ลงทุนระบบจราจรโดยไม่ต้องใช้งบภาครัฐ

4.ความปลอดภัยทางด้าน ทางข้าม ทางม้าลาย ในด้านกายภาพ กทม.รับผิดชอบ จะมีการร่วมกันพิจารณาจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จำกัดความเร็วบนถนน และ 5.รถจักรยานยนต์ที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้น จะพิจารณาทำเลนสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยพิจารณาถนนที่มีความกว้าง รวมทั้งจัดทำจุดจอดที่บริเวณสี่แยกเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ข้อสรุปทั้ง 5 ข้อ ข้างต้น น่าจะช่วยทำให้การจราจรในพื้นที่ กทม.นั้นดีขึ้น โดยเฉพาะการตั้ง ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรกลาง (Command Center) ที่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ การใช้กล้อง CCTV มาใช้ด้านจราจร และการออกใบสั่งด้วยเทคโนโลยีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรให้มากขึ้น

สำหรับการจำกัดความเร็วของรถยนต์ในเขตเมืองก็ควรที่จะจำกัดให้อยู่ที่ไม่เกิน 60 กม./ชม. จากปัจจุบันที่ให้สูงถึง 80 กม./ชม. ความเร็วของรถในตรอก/ซอย ก็น่าจะให้อยู่ที่ไม่เกิน 30-40 กม./ชม. (เพื่อให้ผู้ขับรถคุ้นชินกับการจำกัดความเร็วตามพื้นที่ต่างๆให้มากขึ้น) น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุที่รุนแรงถึงชีวิตให้น้อยลงได้

ก็เป็นที่หวังว่า “ปัญหาจราจร” ในเรื่องต่างๆใน กทม.น่าจะดีขึ้นในเร็วๆนี้.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร, สังคม, เทคโนโลยี, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *