สถานการณ์ของโรค “ฝีดาษลิง”

 

29 พ.ค.65 ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กรมควบคุมโรค รายงานถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” ฉบับที่ 4 ว่า สถานการณ์ทั่วโลก ตั้งแต่ วันที่ 7 พ.ค. ที่มีการรายงานผู้ป่วยรายแรกในไม่ใช่พื้นที่โรคประจำถิ่นของโรค จนถึงวันที่ 28 พ.ค.65 มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 484 ราย (เพิ่ม 53 ราย) เป็นผู้ป่วยยืนยัน 401 ราย (เพิ่ม 69 ราย) และผู้ป่วยสงสัย 83 ราย (ลด 16 ราย) ใน 27 ประเทศทั่วโลก มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน อังกฤษ โปรตุเกส แคนาดา และเยอรมนี

สำหรับ สถานการณ์ในไทย (28 พ.ย.) ยังไม่พบรายงานผู้ป่วย จากการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงของการติดต่อ มีโอกาสพบผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการรายงานพบผู้ป่วย เช่น แอฟริกากลาง สเปน อังกฤษ เป็นต้น ข้อสังเกตของโรคฝีดาษลิงที่พบทั่วโลก พบว่าส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อเป็นเพศชายวัยเจริญพันธุ์ แต่ก็เริ่มมีรายงานว่ามีผู้ป่วยเพศหญิงเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ นพ.สุประกิต จิรารัตน์วัฒนา นายแพทย์ปฏิบัติการ สถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า โรคฝีดาษลิง เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากไวรัสตระกูลเดียวกันกับ เริม อีสุกอีใส และ งูสวัด เริ่มจากเป็นตุ่มใสที่แตกง่าย ในบริเวณที่เดิมๆ ต่างจาก ฝีดาษลิง ที่จะมีไข้มาก่อน และต่อมน้ำเหลืองโต ประมาณ 1-3 วัน จากนั้นผื่นจึงเริ่มขึ้นและจะเป็นทั้งใบหน้า แขนขา หรือทั้งตัว สามารถแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจ โดยการไอจามในช่วงที่มีอาการ และสามารถติดได้จาการรับประทานเนื้อสัตว์นำเข้าที่มีเชื้อฝีดาษที่ไม่ได้ปรุงสุก

“ไทยไม่เคยปรากฏโรคฝีดาษลิงมาก่อน ตระกูลฝีดาษ มีทั้ง ฝีดาษวัว ฝีดาษคน หรือไข้ทรพิษ และ ฝีดาษลิง อาการจะคล้ายกัน ตัวรุนแรงสุด คือ ฝีดาษคน เคยระบาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2460 และ เมื่อปี 2489 ระบาดในไทยจนนำไปสู่การปลูกฝีทั่วประเทศ และกำจัดได้ในที่สุดปี 2523 จนนำไปสู่การยกเลิกปลูกฝีดาษ”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ที่นอกจากจะคร่าชีวิตของผู้คนไปเป็นจำนวนมากแล้ว ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นกันไปทั่วทั้งโลก

ก็หวังว่า “ฝีดาษลิง” คงจะไม่ร้ายแรงดังเช่น “โควิด-19” ที่เกิดขึ้น.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม, เรื่องราว, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *