“รัฐบาลรัฐประหาร” กับ “รัฐบาลเลือกตั้ง”

 

หลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2475 โดยกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร” ยึดอำนาจการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ ระบอบประชาธิปไตย โดยมี พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ถือกันว่าเป็น “รัฐบาล” ชุดแรกของประเทศไทย

รัฐบาลชุดแรกบริหารราชการแผ่นดินตามระบอบใหม่ได้ไม่นาน ก็ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสภาระหว่าง “รัฐบาล” กับ “คณะราษฎร” ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร โดย พระยาพหลพยุหเสนา และได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี

จากนั้น “ฝ่ายทหาร” กับ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ก็ได้เข้ามาเป็น “รัฐบาลรัฐประหาร” กับ “รัฐบาลเลือกตั้ง” กันไปมา ฝ่ายทหาร ก็เช่น จอมพล ป., พล.ร.ต.ถวัลย์, จอมพลถนอม, จอมพลสฤษดิ์, พล.อ.เกรียงศักดิ์ พล.อ.เปรม ฝ่ายการเมือง เช่น นายทวี บุณยเกตุ, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, นายปรีดี พนมยงค์, นายพจน์ สารสิน, นายสัญญา ธรรมศักดิ์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เมื่อมีรัฐประหารก็ได้มีการฉีก ร่าง ประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่กันมาโดยตลอด เริ่มจาก พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 มาจนถึง ฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560  ซึ่งทำให้ประเทศของเรามีรัฐธรรมนูญใช้กันมากถึง 20 ฉบับ

เมื่อรัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะถูกร่างขึ้นมาโดยคณะรัฐประหาร มีการกำหนดเงื่อนไขกติกาต่างๆขึ้นใหม่ตามลักษณะที่ต้องการ ที่ผ่านมามีเพียง รัฐธรรมนูญ ปี 2540 (ฉบับที่ 16) เท่านั้น ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”  เพราะมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการรัฐประหาร ก็ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป ซึ่งทำให้เรามีรัฐธรรมนูญใช้เพิ่มอีก 4 ฉบับ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ.2560 ฉบับปัจจุบัน (ฉบับที่ 20) นี้ เป็นผลพวงจากการรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการพูดกันมากว่า เป็นธรรมนูญที่ ออกแบบมาเพื่อพวกเรา หรือ ฉบับสืบทอดอำนาจ ของ คสช.

“ทหาร” เข้ามาเป็น “รัฐบาลรัฐประหาร” ได้ก็เพราะใช้ “อำนาจ” จากอาวุธ สำหรับ “นักการเมือง” เข้ามาเป็น “รัฐบาลเลือกตั้ง” ก็ด้วย “อำนาจ” จากประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

การเมืองไทยที่ล้มลุกคลุกคลานกันอยู่ทุกวันนี้ เกิดจาก “ทหาร” หรือว่า “นักการเมือง”ไม่มีคุณภาพกันแน่?

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *