“ป.ป.ท.” กับ “ปปง.”

 

ป.ป.ท.” หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ นี้ มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกระดับ รับเรื่องร้องเรียนเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในโครงการต่างๆของภาครัฐ ไต่สวนและวินิจฉัย “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น และสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริต

การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของบุคลากรในภาคราชการเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง ถึงแม้ว่าจะมี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  แต่ ป.ป.ช. ก็มีเรื่องในความรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังเป็น “องค์กรอิสระ” ที่รัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้มีมติ (5 มิ.ย.44) ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรฝ่ายบริหาร” เพื่อทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ขึ้น

สำหรับ “ปปง.” หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นส่วนราชการที่ “ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี”  มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฟอกเงิน

ปปง. เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มี เลขาธิการ ปปง. เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการทุจริตได้ที่เว็บไซต์ของ ปปง. หรือ สายด่วน 1710

ประเทศของเรามีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมากมายหลายหน่วยงาน มีการใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชนไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

แต่ทำไม “การทุจริตโกงกิน” จึง “ไม่ลดลง” กันไปบ้างเลยก็ไม่รู้?

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, ข่าวสาร, เรื่องราว คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *