ค่าเงินบาทอ่อนค่า: ดีหรือไม่ดี?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทยเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. อ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอ่อนค่าลงประมาณ 2.5% อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าเกิดจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งจากความกังวลของสงครามยูเครน-รัสเซีย การชะลอลงของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเร็วและแรงกว่าคาดของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ธปท.จะเข้าไปดูแลค่าเงินบาทช่วงที่เกิดความผันผวนที่มากเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย เพื่อไม่ให้กระทบการทำธุรกิจของผู้ประกอบการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนที่ ธปท.เป็นห่วง และติดตามผลกระทบจากการอ่อนค่า คือ ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งราคาพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้าและการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในประเทศ”

เรื่องของค่าเงินบาทอ่อนค่านี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้สามารถแข่งขันได้ดี แต่อาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ผลกระทบที่มีต่อราคาน้ำมัน ซึ่งราคาน้ำมันเป็นไปตามราคาในตลาดโลก

เรื่องของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยตามที่ รมว.คลัง กล่าว เพราะผู้ส่งออกทั้งหลายนั้น มักจะมีการเรียกร้อง และกดดันให้รัฐ ตลอดจน ธปท. เข้าแทรกแซงให้เงินบาทอ่อนค่ากันอยู่เสมอ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นของแพง หรือน้ำมันขึ้นราคา

ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *