“ปารีณา” ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

7 เม.ย.65 ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา คดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “ผู้คัดค้าน” ขอให้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.ราชบุรี กว่า 50 ไร่ กับทรัพย์สิน 163 ล้านบาท ขาดคุณสมบัติที่จะได้ที่ดินปฏิรูป อันเป็นการฝ่าฝืนต่อจริยธรรมและขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม

ศาลพิเคราะห์ความว่า สถานะผู้คัดค้านมีรายได้จากการเป็น ส.ส. 4 สมัย ใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่ในรัฐสภา ไม่ใช่เกษตรกรอาชีพ มีกรรมสิทธิ์ที่ดินหลายแปลงของตัวเองหลายสิบแปลง การครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปโดยทราบว่าไม่มีคุณสมบัติและไม่มีเอกสารสิทธิ ส.ส.ย่อมไม่ควรปฏิบัติเสื่อมเสียเกียรติและมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ข้อ 17 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ แม้จะคืนที่ดินทั้งหมดแล้วก็ไม่ทำให้การฝ่าฝืนจริยธรรมฯที่เกิดขึ้นแล้วเป็นไม่เกิดขึ้นได้ ส่วนที่อ้างว่านำรายได้ไปเลี้ยงดูบิดา เห็นว่าการเลี้ยงดูบิดาต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และคนทั่วไปก็มีหน้าที่ไม่ต่างจากผู้คัดค้าน

ศาลพิพากษาว่า “ผู้คัดค้าน” ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งให้ “ผู้คัดค้าน” พ้นจากตำแหน่งนับจากวันที่ 26 มี.ค.64 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป ไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น และดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตาม รัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 235 วรรคสี่ และ พ.ร.บ.ประกอบ รธน. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 ม.81,87 และมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาล รธน.และองค์กรอิสระ ข้อ 3 ข้อ 17 ประกอบ ข้อ 27 วรรคสอง

กรณีศาลพิพากษาคดี “น.ส.ปารีณา” มีความผิดฐานฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานในคดีกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อไป

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลายจึงไม่ควรปฏิบัติเสื่อมเสียเกียรติที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน กฎหมาย, การเมือง, สังคม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *