“โยนกลอง” เรื่องปกติในระบบราชการ?

 

จากกรณีปัญหา “หมูแพง”  ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองฝ่ายค้านว่าเกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาห์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ ภาคีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย มีหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เรื่องข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ และการควบคุมโรคในสุกร หลังจากได้พบเชื้อ ASF ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรคและได้รายงานการตรวจพบเชื้อต่อกรมปศุสัตว์ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ยังไม่เคยได้รับหนังสือดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ล่าสุด (11 ม.ค.) อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกมายอมรับแล้วโดยกล่าวว่า พบโรค ASF ที่เป็นสาเหตุทำให้หมูแพง พร้อมได้สั่งการจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยงที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่นใน จ.ราชบุรี และ จ.นครปฐม จากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างจากทั้งหมด 309 ตัวอย่าง พบผลเป็นลบ 308 ตัวอย่าง และผลเป็นบวก 1 ตัวอย่าง

“กรมปศุสัตว์เห็นควรประกาศประเทศไทยพบโรค ASF และรายงานไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก เพื่อแจ้งเตือนไปยังประเทศสมาชิกทราบต่อไป และขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของกรมปศุสัตว์โดยเคร่งครัด เพื่อควบคุมโรคให้สงบได้โดยเร็ว” นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าว

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ อนุมัติงบประมาณ จำนวน 574.11 ล้านบาท  ป้องกันโรค SAF ในสุกร ชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-15 ต.ค.64  ตาม ม.13 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

การแก้ปัญหาต่างๆให้กับประเทศชาติและประชาชนนั้น รัฐบาลต้องรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและทันต่อสถานการณ์

ไม่ปกปิด “ข้อมูล” รวมทั้ง “โยนกลอง” กันไปมา.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *