กองสลากฯกับผลประโยชน์?

 

หลังจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีมติเห็นชอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาสลากขายเกินราคา 80 บาท/ใบ หรือปัญหาลอตเตอรี่แพง โดยกำหนด 3 แนวทาง คือ 1.โครงการสลาก 80 บาท ให้กับผู้ที่มีโควตาสลากเดิมให้เข้าร่วมโครงการ 2.ตรวจสอบผู้ขายสลากที่ขายจริง ไม่ขายช่วงหรือขายส่งให้ผู้อื่น และ 3.จำหน่ายสลากผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานสลากฯ ให้กับผู้มีสิทธิ์ในลอตเตอรี่ขายออนไลน์

จากมติดังกล่าวได้ทำให้ ผู้ค้าสลากรายย่อยและกลุ่มผู้ค้าสลากเสรี ที่ขึ้นทะเบียนกับจังหวัดและสำนักงานสลากฯในพื้นที่จังหวัดต่างๆรวมตัวกันบุกศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสลากฯเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการยกเลิกสิทธิซื้อและจองสลากฯ ขณะที่สำนักงานสลากฯ จ.นนทบุรีได้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ชุมนุมและประกาศว่า จะยังไม่มีการตัดโควตาผู้ค้าสลาก แต่มีเงื่อนไขให้ผู้ค้าสลากให้ข้อมูลสถานที่การจำหน่ายสลากเพื่อสามารถตรวจสอบยืนยันการขายสลากได้

ล่าสุด (27 ธ.ค.) สื่อสิ่งพิมพ์ได้มีการเสนอข่าว ตำรวจ กองบัญชาการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) เข้าจับกุม น.ส.ศกุนตลา นาคสนิท ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ในข้อหาฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ จากการออกอุบายอ้างว่ามีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก พร้อมชักชวนผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนซื้อสลาก มีผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมากจนมียอดเงินลงทุนกว่า 90 ล้านบาท

จากข่าวที่ผ่านๆมาและที่เพิ่งเกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า การได้โควตาจากกองสลากฯ มีผลประโยชน์ที่ทำให้ได้ผลกำไรดี จึงทำให้มีผู้หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่สำนักงานสลากฯมีมติเห็นชอบแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 แนวทาง โดยเฉพาะการตรวจสอบผู้ขายสลากที่ขายจริง “ไม่ขายช่วงหรือขายส่งให้ผู้อื่น” นั้น

ก็ถือว่า “ตั้งใจ” แก้ไขปัญหาลอตเตอรี่ “ขายเกินราคา” อย่างจริงจัง.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *