ตรวจพบ “โอมิครอน” ในไทย 63 ราย

 

20 ธ.ค.64 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงถึงสถานการณ์โรค โควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” ว่า ขณะนี้มีรายงานการพบสายพันธุ์นี้แล้วใน 89 ประเทศ “จริงๆ อาจมีมากกว่านี้ เนื่องจากบางประเทศไม่มีขีดความสามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้”

“ยังยืนยันการตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอนด้วยสูตรของกรมวิทยาศสตร์การแพทย์ ตรวจเบื้องต้น 5 ตำแหน่ง ยังคงสามารถตรวจหาโอมิครอนและสายพันธุ์ย่อยได้ ไม่ต้องวิตกกังวล” “สำหรับการแพร่กระจายของโรคที่ผู้ติดเชื้อ 1 คนจะทำให้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันมาก่อนติดเชื้อกี่คนนั้น จากการศึกษาจากต่างประเทศพบว่า สายพันธุ์อูฮั่นอยู่ที่ 2.5 เดลตาอยู่ที่ 6.5 ส่วนโอมิครอนเพิ่มขึ้นเป็น 8.64 ถือว่าเร็วกว่าเดลตา” สำหรับสถานการณ์โอมิครอนในประเทศไทย จากการตรวจสายพันธุ์ระหว่างวันที่ 11-19 ธ.ค. จำนวน 1,595 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่ยังเป็นเดลตา 1,541 ราย คิดเป็น 6.61% อัลฟา 1 ตัวอย่าง คิดเป็น 0.06% เบตา 1 ตัวอย่าง คิดเป็น 0.06% และ โอมิครอน 52 ตัวอย่าง คิดเป็น 3.26%

“สรุปพบการติดเชื้อโอมิครอนค่อนข้างเร็วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกรายยังเชื่อมโยงการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สัดส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศทุกระบบที่ติดเชื้อ พบว่าเป็นโอมิครอน 1 ใน 4 หรือ ร้อยละ 25 จึงต้องมีการพิจารณาปรับมาตรการ Test & Go ถ้าไม่มีอาการป่วย ไม่เข้าโรงพยาบาล อาจหลุด และติดเชื้อในประเทศได้” นพ.ศุภกิจกล่าว

การพิจารณาปรับมาตรการ Test & Go ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยทำให้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 สายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่น่าจะพิจารณาเป็นการการเร่งด่วนในขณะนี้ก็คือ

การสั่งห้ามไม่ให้คนไทยมุสลิมเดินทางไปแสวงบุญที่ซาอุดิอาระเบีย.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *