ให้ทหาร “ปลูกผักชี” และ ใช้ “รถทหาร” ช่วยขนส่ง?

 

จากรณีปัญหาผักชีราคาแพง รวมทั้งราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นสูง กลุ่มสหพันธ์รถบรรทุกแห่งประเทศไทย ออกมาขู่ประท้วงหยุดวิ่ง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งให้มีการปลูกผักชีในค่ายทหาร และสั่งให้กองทัพเตรียมใช้รถทหารมาช่วยขนส่งแทนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันดีเซลแพงนั้น

ในขั้นต้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก กรมการขนส่งทหารบก กองทัพภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลยานยนต์ทางทหารที่สามารถนำมาใช้ในการขนส่งสินค้ารองรับตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและแนวทางปฏิบัติการนำรถยนต์บรรทุกขนาดต่างๆพร้อมกำลังพลเข้ารับภารกิจ

จากข้อมูลในเบื้องต้น กองทัพบกมีรถยนต์ทหารที่เหมาะสมกับภารกิจด้านขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน แยกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรทุก 1,4 และ 8 ตันตามลำดับ ซึ่งได้แจ้งให้หน่วยทหารดำเนินการตรวจสภาพยานยนต์และพลขับ รวมทั้งหน่วยสนับสนุนต่างๆเพื่อให้เกิดความพร้อมตามนโยบายของรัฐบาล

ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมากจากหลายภาคส่วนว่า ไม่เหมาะสมที่จะให้ทหารมาปลูกผักชีแข่งกับพ่อค้าและแม่ค้า และการนำเอารถทหารมาแข่งขันกับชาวบ้าน ซึ่งนักการเมืองฝ่ายค้านประกาศเตรียมที่จะร้องกับ ป.ป.ช.ว่า หากทำจริงน่าจะผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงว่า แค่สั่งให้ทหารปลูกผักชี พูดไม่ครบถึงผักชนิดอื่นก็โดนแล้ว “ทหารเขาปลูกไว้กิน ใครจะซื้อก็ซื้อ บางทีก็แจกด้วยซ้ำไป” เรื่องรถขนส่งก็ก็เช่นกัน “ถ้าเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ ขาด แคลนสินค้าขนส่งมาขอ ทหารก็ต้องช่วย ไม่ได้เปิดการขนส่งแข่งกับใคร” ถ้ามันเดือดร้อนขึ้นมาไม่มีรถวิ่งเลยแล้วจะทำอย่างไร?

ประเด็นของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในเรื่องของผักชีแพงและราคาน้ำมันดีเซลราคาพุ่งขึ้นสูงนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชน ซึ่งถ้าหากว่าในปัจจุบันเป็นรัฐบาลพลเรือน

การใช้ทหารเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นจะทำได้หรือ?.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *