ปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย?

 

เมื่อเร็วๆนี้ รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯเห็นความสำคัญของกระบวนการผลิตครูที่มีคุณภาพ เนื่องจากครูคือตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาของประเทศ จึงได้ขับเคลื่อนปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีมาตรฐาน 3 กลไก ได้แก่

1.กระบวนการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาครูที่มีประสิทธิภาพ 2.หลักสูตรการผลิตครูที่เป็นเลิศ โดยสถาบันผลิตครูต้องพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูตามสาขาและบริบทพื้นที่ที่มีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบนิเทศการศึกษา การสอนงานครูพี่เลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ และ 3.สถาบันผลิตครูต้องมีมีมาตรฐานกำหนดสมรรถนะและพัฒนามาตรฐานสถาบันการผลิตครู เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

“การผลิตและพัฒนาครูไทยในปัจจุบันมีปัญหาทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ แต่ละสถาบันมีมาตรฐานและกระบวนการผลิตครูที่แตกต่างและไม่เท่าเทียมกัน อีกทั้งมีจำนวนมาก ส่วนใหญ่มักเปิดหลักสูตรเพื่อผลิตบัณฑิตในสาขาที่มีความซ้ำซ้อนกัน ทำให้บัณฑิตครูมีจำนวนมากเกินกว่าความต้องการ จากรายงานผลการสอบบรรจุบุคคลเข้ารับราชการครู ปี 2563 พบว่า มีผู้สมัครและมีสิทธิ์สอบ 157,314 คน จากความต้องการ 18,987 คน และมีผู้สอบได้เพียง 10,376 คน” รศ.ดร.ประพันธ์ศิริกล่าว

การที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเห็นถึงความสำคัญของการผลิตครูที่มีคุณภาพ ให้มีมาตรฐาน 3 กลไกดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เข้าใจถึงปัญหาของการผลิตและพัฒนาครูไทยในปัจจุบันที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาของไทยวนเวียนกันไปมาแบบพายเรือในอ่าง

ปฏิรูปการศึกษากันในแต่ละครั้ง สุดท้ายก็ได้เพียงแค่มีการเพิ่มตำแหน่งและเงินเดือนครูให้สูงขึ้นเท่านั้น.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *