วาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี?

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาไทย พ.ศ.2560 มีบทบัญญัติถึงการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ใน มาตรา 158 วรรคสี่ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นตำแหน่ง และ มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว (1)-(6) และ นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ด้วย

วาระของการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 158 ก็ถือว่าเป็นไปตามหลักสากลของการปกครองในระบอบประชาธิปของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้หลงยึดติดในตำแหน่งและอำนาจมากจนเกินไป จากวาระของการดำรงตำแหน่ง 1 สมัย เป็นระยะเวลา 4 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อได้อีก 1 สมัย รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี

การดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 8 ปี ก็ถือว่าเหมาะสมที่จะแสดงถึงความสามารถในการบริหาร การพัฒนาประเทศให้กับประชาชนในประเทศและสังคมโลกได้รับรู้เป็นที่ประจักษ์ การอยู่นานเกินไปอาจทำให้ประเทศชาติเสียหาย รวมทั้งขาดโอกาสในระยะยาวกับแนวความคิดใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาประเทศ

การดำรงตำแหน่งที่นานเกินไปนอกจากจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของสุขภาพที่ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย ดังเช่นข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สะดุดพื้นเวทียกระดับโพเดียม หวิดคะมำ ก่อนขึ้นแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะ “บิ๊กตู่” อายุ 67 ปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในวัยถดถอยแล้ว

อย่าไปยึดติดในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ที่ขัดรัฐธรรมนูญเลย.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *