แก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบ “ผักชีโรยหน้า”?

 

18 ต.ค.64 นายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “เพิ่มมุมคิด เติมมุมมอง ก้าวข้ามวิกฤติโควิด-19” วันสถาปนา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ครบรอบ 60 ปี ว่า วิกฤติโควิดครั้งนี้สร้างแผลเป็นให้เศรษฐกิจไทยและสะท้อนจุดอ่อนของประเทศมากมาย เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรง ระบบการช่วยเหลือสังคมที่อ่อนแอไม่ทั่วถึง และความสามารถการบริหารจัดการของรัฐที่ควรทำได้ดีกว่านี้

ทั้งนี้กระทรวงการคลัง และ สศค. จะต้องช่วยดูแลปัญหาเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่ทำแบบผักชีโรยหน้า โดยมีเรื่องสำคัญได้แก่ ปัญหาคนตกงานให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง โดยเปิดให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมเสนอสร้างงานในชุมชน ไม่ใช่มีแต่นโยบายจากส่วนกลางและออกมาตรการแบ่งเป็นโซนสีตามความเดือดร้อนหรือให้มหาดไทยนำกองทุนหมู่บ้านเข้ามาช่วย เพราะการแจกเงินไม่ใช่สูตรสำเร็จ แจกไปเหมือนยิงปืนได้นกตัวเดียว แต่รัฐควรจะยิงให้ได้นก 2 ตัว ดังนั้นการแจกเงินต้องมีเงื่อนไขให้เกิดแรงจูงใจพัฒนาทักษะ ถ้าแจกแค่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ได้สร้างโอกาสเติบโตในอนาคต ต่อไปเส้นของ จีดีพี จะตกลงมาเรื่อยๆ

“ส่วนปัญหาหนี้สาธารณะ เป็นเรื่องที่รัฐควรทำได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่กู้จนทะลุเพดานแล้วก็ขอขยาย การกู้จะต้องบอกว่ามีวิธีใช้หนี้อย่างไร ใช้หมดเมื่อไร เพราะทำแบบนี้มีแต่จะทำให้ พ.รบ.วินัยการเงินการคลัง ขาดประสิทธิภาพ และหมดความน่าเชื่อถือไป ขณะที่การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์นั้นก็เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐไม่ควรช่วยแค่ปรับโครงสร้างหนี้ พักหนี้ แต่ช่วยลูกหนี้ให้มีความสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้…”

ความคิดเห็นของ นายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่พูดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างตรงไปตรงมา ก็ถือว่าเป็นเรื่องเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม การแก้ปัญหาด้วยการกู้เงิน และแจกเงินที่ไม่ได้มีเงื่อนไขให้เกิดแรงจูงใจพัฒนาทักษะนั้น

ขัดหลักการ “ให้เบ็ด ไม่ให้ปลา” กับประชาชน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *