ปัญหา “การหลอกขายสินค้า” ทางออนไลน์

 

6 ต.ค.64 นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงแนวทางการปราบปรามมิจฉาชีพทางออนไลน์ ที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายพันรายที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางออนไลน์มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท หลังจากหารือร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) โดยได้กล่าวเตือนว่า การกระทำความผิดบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั้น สามารถสืบสาวถึงตัวผู้กระทำผิดได้ แม้จะอยู่นอกประเทศก็สามารถระบุตัวประสานให้ตำรวจสากลจัดการได้

“ที่ประชุมได้ร่วมหารือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก กูเกิ้ล ไลน์ ช็อปปี้ Tiktok เจดีเซ็นทรัล และ ลาซาด้า เพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ จากการเก็บสถิติการร้องเรียนผ่านการซื้อสินค้าทางออนไลน์ พบบน เฟซบุ๊ก มากที่สุด 82.4% มีจำนวนการร้องเรียน 19,296 ครั้ง ตามด้วยเว็บไซต์ต่างๆ 4.6% และ อินสตาแกรม 4.3%” นายชัยวุฒิกล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า ผู้กระทำผิดกรณีฉ้อโกงตาม ป.อาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งยังผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาทด้วย หากเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนก็จะมีความผิดเพิ่มเติม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

การแถลงข่าวของ รมว.ดีอีเอส ร่วมกับ ผบช.สอท.ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ที่ให้ความสำคัญกับการกระทำผิดบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยการหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ด้วยการจะปราบปรามอย่างจริงจังและเด็ดขาด

ผู้ที่ที่เสียหายจาก “การหลอกขายสินค้า” ร้องเรียนได้ที่ สายด่วนดีอีเอส 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *