นายกฯดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้

 

จากกรณีพรรคฝ่ายค้านยก มาตรา 158 วรรคสี่ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นตำแหน่ง และ มาตรา 170 ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว (1)-(6) และ นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ด้วย

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่เป็นมาตั้งวันที่ 24 ส.ค.57 จะครบวาระ 8 ปี ในปี 2565 หรือจะเริ่มตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ คือ วันที่ 6 เม.ย.60 วาระของการดำรงตำแหน่ง มาตรา 264 ระบุว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

ประเด็นนี้ นายเจษฎ์ โทณะวนิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีสิทธ์อยู่ต่อได้ถึงเดือน สิงหาคม 2565 ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่ รธน. มาตรา 158 เนื่องจากอายุการดำรงตำแหน่งเริ่มขึ้นเมื่อ รธน.ปี 60 มีผลบังคับใช้

ส่วน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคหารือฝ่ายกฎหมายพรรคแล้วว่าจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความตอนนี้ เพราะเรื่องยังไม่เกิดต้องรอให้ครบวาระ 8 ปีไปก่อน ถ้ายังไม่ออกจากตำแหน่งนายกฯพรรคยื่นตีความแน่

ตามที่รัฐธรรมนูญ ปี 60 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มิได้ ก็ด้วยเจตนารมณ์

เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจและใช้อำนาจไปในทางที่ฉ้อฉลและทุจริต.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *