“ฉ้อโกง” ออนไลน์…!?

 

จากรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ถูกหลอกให้ลงทุนทางออนไลน์โดยการเล่นแชร์ออมเงิน เชิญผ่านแอปพลิเคชั่น อินสตาแกรม มีกลอุบาย “แค่ฝากเงิน ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ไม่มีความเสี่ยง ยิ่งออมมาก ยิ่งได้ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20%ต่อวัน” แล้วถูกโกงเงินไป 50,000 บาท ต่อมาเด็กหญิงคนดังกล่าวไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์

และจากกรณี “น้องก้อง”  เด็กนักเรียนชาย ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 ทาง อินสตาแกรม ที่มีผู้ติดตามมากถึง 60,000 คน ในราคา 5,000 บาท เพื่อใช้ในการเรียนออนไลน์ โดยได้จ่ายเงินให้ไปหมดแล้วแต่ผู้ขายกลับไม่ส่งของให้ ทำให้น้องก้องเกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ทั้งสองกรณีข้างต้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่ารันทดหดหู่ใจให้กับสังคมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดปัญหาถูกโกงเงินไปแล้วก็ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านทอง และเมื่อเกิดปัญหาสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ของตามที่ต้องการก็เกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต ซึ่งไม่น่าที่จะเกิดขึ้นในสังคมของเราที่มีน้ำใจช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก

เรื่องของการหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นทาง อินสตาแกรม หรือแม้แต่ เฟซบุ๊ก ที่เมื่อสั่งซื้อไปแล้วกลับไม่ได้สินค้า หรือหรือได้แต่ก็ด้อยคุณภาพ ที่เรียกกันว่า “ไม่ตรงปก”  การหลอกให้ออมเงิน หรือร่วมลงทุนเมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่ได้ถูกโกงและติดต่อไม่ได้ นับมีแต่วันจะสร้างปัญหาให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบทั้งหลายจึงควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ด้วยการดำเนินการจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาด

ประชาชนก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง “การหลอกให้ลงทุน” และ “การสั่งซื้อสินค้า” ที่ไม่มีแพลตฟอร์มอยู่ในประเทศ.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม, เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *