“ข้อกำหนด” ที่ขัดรัฐธรรมนูญ?

 

จากกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งห้าม จำเลย (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.) ดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 เป็นการชั่วคราวตามที่ภาคีนักกฎหมายและตัวแทนสื่อมวลชนออนไลน์ 12 ราย ยื่นฟ้อง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อกำหนด ข้อ 1 ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เป็นการลิดรอนเสรีภาพของโจทก์และประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติคุ้มครองไว้  (ม.34, 35 วรรคหนึ่ง และ ม.26) และ ข้อ 2 ที่ให้อำนาจระงับให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) ให้อำนาจ นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดให้ดำเนินการระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ต เป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ ละเมิดกฎหมายจนเป็นนิสัย ปล่อยให้ประชาชนสู้กับโควิด-19 ด้วยการจัดซื้อวัคซีนเอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แทนที่จะสำนึกผิด กลับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดปากประชาชนไม่ให้วิจารณ์

“พรรคเพื่อไทยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้าว่าจะดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ต่อศาลคดีอาญาทุจริต และหารือฝ่ายกฎหมายยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ ก่อนที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องขึ้นศาลคดีอาญาทุจริตและยื่นถอดถอน จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบ หากเป็นรัฐบาลที่มีสำนึกประชาธิปไตย เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ต้องลาออก” นายสุทินกล่าว

ประเทศเรามีรัฐธรรมนูญใช้เป็นหลักในการปกครองแต่ทำไมยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออก “ข้อกำหนด” มาบังคับกันอีก.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, สังคม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *