“ฉายา” รัฐสภาไทย

 

24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร ได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็น ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คณะราษฎรได้เข้าเฝ้าฯพร้อมถวายร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในวันรุ่งขึ้น โดยทรงพระอักษรกำกับต่อท้ายว่า “ชั่วคราว” ด้วยไม่พ้องกับพระประสงค์ของพระองค์

ตั้งแต่ พ.ศ.2475 ประเทศไทยได้มีการฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง มีการร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ ฉบับปัจจุบันคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ร่างและให้ทำประชามติ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เรื่องสำคัญ เรื่องเด่นอื่นๆ รวมทั้งเรื่องแปลกใหม่ในรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติขึ้นอย่างมากมาย อาทิ เช่น ป้องกันคนโกงไม่ให้เข้ามาทำงานการเมือง วางขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปตำรวจอย่างเร่งด่วน ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้เสร็จภายใน 5 ปี การเลือกตั้งให้ทุกคะแนนมีความสำคัญ จัดให้มี ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม เป็นต้น

รัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา ประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและดำเนินกิจการของรัฐสภาในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 350 คน มาจากบัญชีรายชื่อ 150 คน วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลผู้มีความรู้ ประสบการณ์ แต่ ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์แต่งตั้งตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำในการสรรหาและแต่งตั้ง

รัฐสภาไทย ได้มี “ฉายา” ที่นักการเมืองและประชาชนใช้เรียกกันมากมายหลายชื่อ อย่างเช่น “สภาผัวเมีย” “สภาเครือญาติ” “สภาทาส” และ “สภาเผด็จการ”

การจะใช้ “ฉายา”ใดก็แล้วแต่บริบทที่อยากจะใช้กัน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *