วิถีการเมืองไทย?

 

หลังจากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 ที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายท้วงติงกันอย่างหนัก แต่สุดท้าย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ไม่มีใครกล้าแตกแถว มีการโหวตวาระแรกผ่านฉลุยไปอย่างขาดลอย ด้วยคะแนนเห็นชอบ 269 ต่อ เสียง 201 ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเป็นการปิดฉาก “ลิเกโรงใหญ่” ของการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ปี 2565

และที่เซอร์ไพรส์ตามมาก็คือ มีการเปิดตัว นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิก พรรคเพื่อไทย (พท.) ย้ายขั้วเข้าซบ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเข้ามานั่งเป็น กมธ.งบประมาณด้วย โดยนายเรืองไกรให้สัมภาษณ์ว่า พปชร.ชักชวนมาให้มาช่วยดูการจัดทำงบประมาณ จึงตอบรับเพราะเห็นว่า ถ้าอยู่เสียงข้างมากจะทำงานแล้วเกิดประโยชน์มากกว่าอยู่เสียงข้างน้อยที่ทำอะไรได้ไม่มาก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีหรือเรื่องเงิน

ขณะที่ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และอดีตเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส พร้อม นายบำรุง รัตนะ อดีต ส.ก.เขตวังทองหลาง 4 สมัย และ นายประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก.เขตบางกะปิให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เพราะเป็นทางออกเดียวที่จะได้ทำงานรับใช้ประชาชนในพื้นที่ หลัง พท.มีมติส่งทีมงานจากพื้นที่อื่นเป็นว่าที่ผู้สมัครท้องถิ่นแทน

การปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในประเทศเรา ที่ผ่านมามักจะอยู่กันไม่ครบวาระจะมีการยุบสภาและมีรัฐประหารสลับกันมาเป็นระยะโดยตลอด รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารโดยมากจะอยู่ครบวาระหรืออยู่นานกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง วิถีการเมืองไทย จึงล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด

ก็เพราะ ส.ส.ทั้งหลายต้องการแต่จะเข้าร่วมพรรครัฐบาล.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *