สถานการณ์ชุมนุมต้านรัฐประหารในเมียนมา “ถ้าไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างไทย”

 

7 มี.ค.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารตามเมืองต่างๆในเมียนมาว่า ชาวเมียนมานับหมื่นยังคงออกมาชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารตามเมืองต่างๆถูกทหารและตำรวจปราบปรามอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้บุกจับแกนนำและผู้ต้องสงสัยร่วมการชุมนุมในนครย่างกุ้ง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรวมตามเมืองต่างๆอยู่ที่ 55 ศพ

ส่วนที่เมืองมะเกว ทางภาคกลาง มีรายงานว่า หัวหน้าสาขาพรรค เอ็นแอลดี ที่ชนะการเลือกตั้ง วัย 53 ปี พร้อมญาติวัย 17 ปี ถูกสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายทหาร ยูเอสดีพี ใช้มีดพร้าฟันจนเสียชีวิตทั้งคู่  ทีแรกตำรวจและทหารไม่ยอมจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย เพียงแค่มาเก็บเฉพาะศพผู้เสียชีวิต จนถูกชาวบ้านเข้าล้อมกดดันไม่ให้ออกจากพื้นที่ จึงได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไป 11 คน

และจากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขอลี้ภัยไปอินเดีย เนื่องจากไม่ต้องการทำตามคำสั่งของรัฐบาลทหาร รัฐบาลเมียนมาได้ส่งสารไปถึงรัฐบาลอินเดีย เรียกร้องให้มีการส่งตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย ที่พาครอบครัวหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังอินเดียกลับมายังเมียนมา เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ขณะที่ทางการท้องถิ่นอินเดียกล่าวว่าอยู่ระหว่างการตัดสินใจของกระทรวงมหาดไทยอินเดียว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร

การชุมนุมประท้วงต่อต้านการทำรัฐประหารของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สูงสุด ในเมียนมา ผู้ชุมนุมได้ออกประท้วงเพื่อระบอบประชาธิปไตยที่ต้องเดิมพันกันด้วยชีวิต ได้มีการ แฮชแท็ก เซฟเมียนมา มาพร้อมกับคำพูดชวนให้คิดที่กล่าวว่า “ถ้าไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างไทย” ให้ชาวโลกทั้งหลายได้รับรู้

“อยู่อย่างไทย” คือ อยู่ภายใต้รัฐบาลที่มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์จากการปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ใช่หรือไม่?.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *