การชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมามีเพิ่มมากขึ้น

 

17 ก.พ.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวถึงการชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมามีเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้แต่มีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยผู้ประท้วงในย่างกุ้งได้เปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการนำรถยนต์มาจอดขวางถนนเพื่อกั้นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของกองทัพโดยอ้างว่าเครื่องยนต์มีปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาจนมีการเรียกร้องให้ยุติวิธีการดังกล่าว

ขณะที่ในกรุงเนปิดอว์มีผู้คนหลายพันคนยังคงเดินขบวนไปตามถนนเรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี และประธานาธิบดี วิน มินต์ รวมทั้งผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆเช่นเดียวกับในมัณฑะเลย์ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้เตือนว่า กองกำลังเมียนมาที่ถูกนำไปยังเมืองย่างกุ้งและที่อื่นๆอาจเป็นสัญญาณถึงความรุนแรงครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น

ด้าน นายบอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ทวีตประณามการตั้งข้อหาที่ 2 ในการละเมิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งใช้ข้อหานี้ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนข้อบังคบควบคุมโรคช่วงการระบาดของ โควิด-19 ที่มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี เพิ่มเติมจากข้อหาครอบครองเครื่องรับ-ส่งวิทยุอย่างผิดกฎหมาย ระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ นายสเตฟาน ดูจาร์วิก โฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า โลกประณามการรัฐประหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี และผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

ขณะที่ จีนไม่ได้มีการประณามการยึดอำนาจ ผู้ประท้วงบางคนกล่าวหาจีนว่า เป็นผู้ขายอาวุธหลักให้กับเมียนมา รวมทั้งลงทุนมากมายในประเทศ และเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหาร โดย นายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนได้โต้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาไม่ใช่สิ่งที่จีนต้องการเห็นอย่างแน่นอนและปฏิเสธว่า

จีนไม่ได้ช่วยเมียนมาในการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *