“ตีหม้อเคาะกะละมัง” ไล่รัฐประหาร

 

หลังการรัฐประหารในเมียนมา (1 ก.พ.) การชุมนุมประท้วงต่อต้านก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท้าทายคำสั่งห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน และมีการยกระดับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวว่า ตำรวจได้มีการใช้กระสุนยางยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างการชุมนุมประท้วงในกรุงเนปิดอว์ รวมทั้งมีการใช้กระสุนจริง (มีนักศึกษาเสียชีวิต) หลังจากใช้ปืนฉีดน้ำเพื่อสลายผู้ประท้วงที่เรียกร้องการคืนอำนาจสู่รัฐบาลพลเรือน

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารได้กล่าวสุนทรพจน์เผนแพร่ทางโทรทัศน์ (8 ก.พ.) แถลงว่า การยึดอำนาจเป็นสิ่งที่ชอบธรรมเพราะมีการโกงการเลือกตั้ง พร้อมระบุจะสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง และมีระเบียบวินัยที่ต่างจากยุคก่อนหน้าของการปกครองโดยทหารที่ทำให้เมียนมาต้องโดดเดี่ยวและยากจน จะมีการเลือกตั้งและจะมอบอำนาจให้กับผู้ที่ชนะการเลือกตั้งตามประชาธิปไตย โดยไม่กำหนดกรอบเวลา แต่ได้กล่าวว่าภาวะฉุกเฉินจะคงอยู่ต่อไป 1 ปี และเตือนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และไม่ได้ขู่ผู้ประท้วงโดยตรงก็ตาม

รัฐบาลจากนานาชาติได้ประณามการรัฐประหารอย่างกว้างขวาง นิวซีแลนด์ แถลงว่าจะระงับการติดต่อทางการเมืองและการทหารระดับสูงกับเมียนมาทั้งหมด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวนาง ซูจี และผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่นทั้งหมด

ล่าสุด (11 ก.พ.) นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีให้รัฐบาลสหรัฐฯดำเนินการคว่ำบาตรแกนนำการรัฐประหาร เน้นไปที่ผู้นำกองทัพ สมาชิกครอบครัว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกล่าวว่าจะใช้มาตรการควบคุมการส่งออกไปยังเมียนมา และระงับทรัพย์สินต่างๆในสหรัฐฯ แต่ยังคงให้การสนับสนุนด้านสาธารณสุข และอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเมียนมาโดยตรง

สถานการณ์การชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมา เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *