“อาฟเตอร์ช็อก” หลังรัฐประหารในเมียนมา?

 

หลังจากการรัฐประหารตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. กองทัพเมียนมาได้กักขัง นางอองซาน ซูจี และประธานาธิบดี อู วิน มินต์  ขณะที่ นายวินเทน ผู้นำระดับสูงของ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมียนมาผู้เป็นมือขวาของนางซูจี วัย 79 ปี ที่เคยถูกจับควบคุมตัวเป็นเวลานานจากการรณรงค์ต่อต้านการปกครองของทหารถูกจับในย่างกุ้งตอนเที่ยงคืน

ยิ่งกว่านั้น ฝ่ายนิติบัญญัติ มากกว่า 130 คนถูกควบคุมตัว ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศยังได้รับคำสั่งให้ปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊กซึ่งเป็นวิธีการหลักในการสื่อสารของผู้คนราว 28 ล้านคนในเมียนมา เมื่อเฟซบุ๊กถูกระงับการใช้งาน ชาวเมียนมาจำนวนมากจึงย้ายไปใช้ Bridgefy ที่ช่วยให้สื่อสารกันได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังการรัฐประหาร ตามท้องถนนในย่างกุ้งเต็มไปด้วยเสียงจากประชาชนที่ทุบหม้อและบีบแตรรถเป็นคืนที่ 3 แสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหารทุก 20.00 น.ซึ่งไม่ผิดเคอร์ฟิว แฮชแท็กที่ต่อต้านการรัฐประหาร เช่น #HearTheVoiceofMyanmar และ #RespectOurVotes ในเมียนมา มีโพสต์มากกว่า 7 ล้านโพสต์ที่อ้างถึงแฮชแท็กเหล่านี้

ล่าสุด ที่เมืองเมียวดี ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก มีรายงานข่าวว่า มีชาวเมียนมารวมตัวชุมนุมประท้วงกันบนท้องถนน ตั้งแต่หน้าตลาดบุเรงนองไปจนถึงด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี นายอูวิน มินต์ และนักการเมืองทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ฝ่ายตำรวจมีการสลายการชุมนุมและได้จับกุมผู้ชุมนุม 6 คน

สถานการการณ์รัฐประหารในเมียนมาจะยุติอย่างไร โปรดติดตามกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *