“4 สาวไทย” ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

 

จากกรณีที่มีการโพสต์รูปภาพลงสื่อสังคมในโลกออนไลน์ของกลุ่มสาวไทย ลักลอบข้ามแม่น้ำจากฝั่งเมียนมาเข้ามาไทย (24 พ.ย.) โดยไม่ผ่านด่านและไม่มีการกักตัว 14 วัน สร้างความตื่นตกใจแก่ประประชาชน ยิ่งกว่านั้นยังออกท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆห้างสรรพสินค้าใน อ.แม่สอด จ.ตาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (บก.ตม. เชียงราย) ได้ประสานงานฝ่ายปกครองแม่สาย ด่านควบคุมโรคติดต่อ ด่านพรมแดนแม่สาย และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ออกติดตามหากลุ่มสาวไทยดังกล่าว จนกระทั่งพบตัว น.ส.นงนุช อายุ 28 ปี และ น.ส.นิราวรรณ์ อายุ 29 ปี ขณะเดินทางโดยรถทัวร์จาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย จะไปกรุงเทพฯ และตั้งใจจะไปทำงานที่พัทยา

จากการสอบสวนเบื้องต้น หญิงสาวทั้ง 2 ให้การว่า มีเพื่อนอีก 2 คน พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย  เจ้าหน้าที่จึงตามไปนำตัวไปสอบสวน ทราบชื่อคือ น.ส.กนกพร อายุ 31 ปี และ นายภัทรภรณ์ อายุ 28 ปี วัดอุณหภูมิแล้วไม่พบไข้ และจากการสอบปากคำทั้ง 4 คน ให้การว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ได้แอบลักลอบเดินข้ามพรมแดน (แม่น้ำเมย) โดยมีชายชาวเมียนมา มารับและนำทางไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ จ.เมียวดี และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี และกลัวว่าจะติดเชื้อ โควิด-19 จึงขอเลิกงาน และแอบลักลอบข้ามแม่น้ำเมยกลับเข้ามา โดยเสียเงินค่าจ้างให้ชาวเมียนมา คนละ 5,500 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้ง 4 คนว่า “ไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลาตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา” (ตาม มาตรา 11 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ) ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพ และยินยอมให้เปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด

ในขณะที่ พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ที่น่าเป็นห่วงคือพื้นที่ชายแดนแนวติดต่อกับชายแดนเมียนมา เช่น จ.ตาก จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย โดยจุดหลักๆคือ แม่สอดและแม่สาย มีคนไทยไปทำงานในเมียนมาเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอฝากไว้ในฐานะที่เป็นคนไทยสามารถเดินทางกลับเข้ามาในช่องทางจุดผ่านแดนถาวรได้อย่างถูกต้อง เพียงแต่ขอให้เข้ากักตัวในสถานที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้ ไม่ต้องลักลอบเข้าเมือง

การลักลอบเข้าเมืองทั้งของคนไทยและคนต่างชาติในช่วงที่ผ่านๆมา น่าจะมีเป็นจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

หากพบเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีละเว้น.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน กฎหมาย, สังคม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *