ชาวบ้านไม่ต้องการ “ถุงยังชีพ”…?

 

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ รายงานข่าว กรณี อบต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นำถุงยังชีพ จำนวน 322 ชุด แจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่เดือดร้อนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  โควิด-19 โดยมีชาวบ้านที่ไม่ประสงค์จะรับถุงยังชีพของ อบต.โรงช้างเป็นจำนวนมาก เพราะไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มีชาวบ้านรับไปเพียงแค่ 66 ราย เท่านั้น

ตัวแทนชาวบ้านได้สอบถาม นายนิสิต ดียิ่ง นายก อบต.โรงช้างว่า ทำไมจัดของใส่ถุงยังชีพมาให้ ที่ไม่เป็นไปตามความต้องการ ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินเยียวยาไปใช้จ่ายในครอบครัวมากกว่า อบต.ใกล้เคียง เช่น อบต.ต้นโพธิ์ อบต.โพกรวม อบต.จักรสีห์ ต่างได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาท/ครัวเรือน

ขณะที่ นายนิสิต ได้กล่าวชี้แจงว่า เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 3 ครั้ง/ปีงบประมาณ แต่ละครั้งอยู่ในวงเงินไม่เงิน 3,000 บาท/ครัวเรือน ขึ้นอยู่กับสภาพการเงินของแต่ละท้องถิ่น ส่วนจะช่วยเหลือเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค หรือเงินสดนั้น จะมีคณะกรรมการประชุมหาข้อสรุป “วันนี้เป็นการช่วยเหลือครั้งแรก ส่วนการช่วยเหลือครั้งต่อไปต้องรอข้อมูลจากทาง อ.พรหมบุรี ที่มีผู้ไปลงทะเบียนขอความช่วยเหลืออีกครั้ง และไม่ได้รับทุกคน”

กรณีชาวบ้านไม่ต้องการถุงยังชีพตามข่าวข้างต้นนี้ ก็ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่หน่วยงานต่างๆของภาครัฐควรจะพิจารณากันให้มากขึ้นกว่าเดิมว่า เป็นไปตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ การแจกถุงยังชีพอาจจะเหมาะสมในกรณีของอุบัติภัยต่างๆ

แต่การแจกเงิน “ตามความจำเป็นของแต่ละครอบครัว” ก็น่าจะเหมาะสมกว่า.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *