ส.ว. ‘ครอบงำ’ พรรคการเมือง?

 

30 เม.ย.63 นายเกรียงไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย และอดีต ส.ว.ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ส่งคำร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีกระแสข่าว “เสธ.อ้น” พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชา ส.ว.อยู่เบื้องหลังการเดินเกมให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค แทน นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง

กรณีดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นำไปสู่การยุบพรรคได้ จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.กนิษฐ์ ที่ยอมรับรับว่าเข้าไปช่วยงานการเมือง พล.อ.ประวิตร นั้น มีข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 และ 114 กรณีที่ระบุให้ ส.ว.ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ หรือไม่อยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง รวมทั้งฝ่าฝืน พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 28,29,46 และ 90 (2) กรณีพรรคการเมืองยินยอมให้คนนอกที่มิใช่สมาชิกครอบงำ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และในฐานะนายทะเบียนพรรค กล่าวว่า พปชร.ไม่มีพฤติกรรมให้ใครมาครอบงำพรรค เป็นเรื่องที่คนร้องกล่าวอ้างต่อสาธารณชน “ดูแลกระทำกับนายของเขา” ซึ่งไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลอะไรกับพรรค

ขณะที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่าได้ทราบจากการอ่านข่าวเท่านั้น “มีการเอ่ยชื่อย่อ ไม่ได้เอ่ยชื่อจริง” จึงไม่สามารถบอกได้ว่า ส.ว.ตามชื่อย่อเป็นใคร และ ส.ว.จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจริงหรือไม่

เรื่องของ ส.ว.ที่เข้าไป ‘ครอบงำ’ พรรคการเมืองนี้ จะเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้ ส.ว. ต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ไปมีอิทธิพลกับพรรคการเมืองหรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *