ญัตติของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่กล่าวหานายกรัฐมนตรี…?

 

ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอย่างเป็นทางการของ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่ได้ระบุถึงพฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า

เป็นผู้ ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่เป็นธรรม ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง เป็นผู้นำประเทศที่ กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวาร และพวกพ้อง เข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม

บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ องค์กรในกระบวนการยุติธรรม เรียกได้ว่าเป็น ยุคยุติธรรมหมดตรง บังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาค ไม่เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย ไม่มีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง…

ข้อความในญัตติขออภิปรายข้างต้นนี้ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นเรื่องต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ข้อความในญัตติของฝ่ายค้าน มีข้อความเป็นเท็จ ขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา อย่างเช่น มีพฤติการณ์ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย… ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ… เป็นญัตติที่ต้องแก้ไข ซึ่งถ้าไม่ทบทวนจะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น

เรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า คงไม่มีการแก้ไขแล้ว จากการตรวจสอบมีปัญหาเฉพาะลายเซ็นผู้เสนอญัตติคนหนึ่งที่เซ็นไม่เหมือนกับลายเซ็นที่ให้ไว้ ส่วนข้อความเป็นเท็จหรือไม่นั้นขอให้ไปว่ากันตอนอภิปราย ไม่ทราบเช่นกันว่า ข้อความใดเป็นเท็จหรือไม่เท็จ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบที่เข้มขันที่สุด ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ผู้เสนอเป็นผู้พูดฝ่ายเดียว

ก็เป็นที่หวังว่า “ฝ่ายค้าน” จะอภิปรายด้วยข้อมูลที่เป็นจริง และ “ฝ่ายรัฐบาล” จะตอบโต้กันด้วยเหตุด้วยผล

ไม่ใช่ “ตีรวน” ด้วยการประท้วง แบบไร้สาระ สร้างความเอือมระอาน่าเบื่อหน่าย ให้กับประชาชน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *