สถานการณ์ของค่าเงินบาท…?

 

14 ม.ค.63 นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจากการที่ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวสูงกว่ารายจ่ายจากการนำเข้า ทั้งนี้ในปี 2562 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 7-8% ตั้งแต่ช่วงปลายปี 62 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแล้วประมาณ 1%

ธปท.มีความเป็นกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาท และปีที่ผ่านมา ธปท.ได้มีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน ด้วยการเข้าไปซื้อเงินดอลลาร์ และขายเงินบาท ซึ่งส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2558-2562) เงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นเกือบ 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 240,000 ล้านบาท (30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งถือเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากการขายสินค้าและบริการกับต่างประเทศ

“ในปีนี้ ธปท.ยังคงมีแนวทางที่จะเข้าดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ค่าเงินแข็งเร็วเกินไป ยกเว้นในกรณีที่พบว่ามีการเก็งกำไรค่าเงินบาทจากต่างประเทศ ธปท.จะออกมาตรการเพิ่มเติมออกมาเพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน เพราะตามปกติหากต่างชาติไม่เริ่มเก็งกำไรค่าเงินบาท คนไทยจะไม่เก็งกำไร แต่หากต่างชาติเริ่มคนไทยจะร่วมด้วย ดังนั้นหากเราป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเก็งกำไรได้ในส่วนของคนไทยก็ไม่ต้องเป็นห่วง” นายเมธีกล่าว

เรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่านี้มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ หากมองในแง่ของภาคเอกชนบางกลุ่มจะได้ประโยชน์ เพราะต้นทุนนำเข้าเครื่องมือและเครื่องจักรถูกลง ธุรกิจและประชาชนที่เป็นหนี้ต่างประเทศจะมีหนี้ลดลง ราคาน้ำมันไม่สูงขึ้น แต่ถ้ามองในแง่ของผู้ส่งออกจะทำให้รายได้เป็นเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกลดลง

ต้นเหตุของเงินบาทแข็งค่าคือ การเกินดุลการค้าต่อเนื่อง และการออกไปลงทุนต่างประเทศของคนไทยยังมีน้อยมาก.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *