นโยบายให้เลิกใช้ถุงพลาสติก?

 

จากนโยบายของรัฐบาลที่ให้เลิกใช้ถุงพลาสติกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับบริษัท ห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ นำร่องด้วยการงดแจกถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่  1 ม.ค. ที่ผ่านมา

การงดแจกถุงพลาสติกของร้านค้าได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย กันว่า เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจที่ได้ลดต้นทุน นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าบางรายก็ได้ฉวยโอกาสเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าทดแทนในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้

การงดแจกถุงพลาสติก ทำไมถึงไม่มีทางเลือกให้กับผู้บริโภค อย่างเช่น สหรัฐฯ หรือ ฟิลิปปินส์ ที่มีถุงกระดาษ ‘รีไซเคิล’ ให้บริการ หรือ ใช้ถุงที่ผลิตจาก ไบโอพลาสติก ที่ประเทศเรากำลังผลักดันโดยการแปรรูปมันสำปะหลัง หากส่งเสริมก็จะช่วยเพิ่มราคามันสำปะหลังได้เป็นอย่างดี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการสอบสวนเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน และให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.สั่งให้ผู้ประกอบการทั้ง 75 บริษัท จัดหาภาชนะที่ใช้ทดแทนถุงพลาสติกโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ถ้าทำไม่ได้ให้ลดราคาสินค้าลงตามสัดส่วนต้นทุนพลาสติกที่ได้ประโยชน์

2.หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามข้อ 1 ให้ใช้อำนาจตาม มาตรา 39 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และ 3.เสนอความเห็นต่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดนโยบายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ หาก สคบ.นิ่งเฉย สมาคมฯจะฟ้องร้อง สคบ.ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

การรณรงค์ให้เลิกใช้ถุงพลาสติก คนไทยทั้งหลายทราบกันดีว่า เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยาก ตามกระแสที่เกิดขึ้นกันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ แต่

การรณรงค์ก็ควรที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้วย.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *