คดี “ครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.” ของ “ปารีณา”

 

จากกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ เพราะคืนพื้นที่ให้กับรัฐตามกฎหมาย ส.ป.ก.แล้ว เช่นเดียวกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกมาชี้แจงว่าที่ดิน ส.ป.ก.คืนรัฐแล้วไม่ผิด พร้อมยกตัวอย่างกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี คืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้วจบกัน ทำให้หลายฝ่ายได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายดำรง พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้า พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) เปิดเผยถึงเรื่องการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณา ว่า ยังไม่ยุติ น.ส.ปารีณาจะต้องโดนจับเพราะศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาไปแล้วว่า ใครบุกรุกที่ป่าสงวน ก่อนปี 2554 ถือว่ามีความผิด น.ส.ปารีณา แจ้งครอบครองพื้นที่ปี 2547 และแจ้งว่ามี ภ.บ.ท.5 ปี 2549 ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุกป่าต้องจับกุมดำเนินคดี

ขณะที่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมี พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อ ปี 2554 น.ส.ปารีณา ครอบครองเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ ปี 2545 การครอบครองเกิดขึ้นก่อนการตรา พ.ร.ฎ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงไม่ผิดฐานบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งนี้อำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก.คือการรวบรวมที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปนำมาจัดให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรตามกฎหมาย ดังนั้นเมื่อส่งมอบที่ดินคืน ในส่วนของ ส.ป.ก.จึงสิ้นสุดลง

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า นายวิษณุให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ถูกต้องครบถ้วน แต่อาจมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรง เพราะพูดถึงประเด็นคืนพื้นที่ ขณะนี้มี 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ คือ 1.พื้นที่ดังกล่าวเข้าไปดำเนินกิจกรรมจัดที่ดินตามกฎหมายใด 2.หากกระทำความผิดหรือสถานภาพกลับมาในพื้นที่เดิมคือพื้นที่ป่า ควรดำเนินคดีอย่างไร และ 3.เมื่อมีการดำเนินคดี หน่วยงานไหนต้องเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ

“พื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้แจ้งดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา จะไม่เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เพราะถือเป็นความผิดฐานเดิม การหารือในครั้งนี้เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตของ ส.ป.ก.” นายอรรถพลกล่าว

เรื่องของคดี “ครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.” เราก็คงต้องติดตามกันอีกต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *