บุกรุกพื้นที่ป่า หรือ พื้นที่ ส.ป.ก.?

 

หลังจากคณะทำงานเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 46 ไร่ แต่ภายหลังได้มีคำสั่งให้ทำการรังวัดใหม่ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งประเทศว่า จะเป็นการช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา จากการบุกรุกที่ป่าสงวน กลายเป็นบุกรุกที่ ส.ป.ก. แทน ซึ่งมีโทษทางแพ่งไม่มีโทษทางอาญา นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายดำรงค์ พิเดช หน.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องปฏิรูปที่ดินต้องเลิกพูดไปได้เลย เพราะพื้นที่ที่กรมป่าไม้มอบให้ ส.ป.ก. หากยังไม่จัดสรรเป็นที่ดินปฏิรูป ถือว่ายังมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมายป่าไม้ แม้ประกาศเขตปฏิรูปไป แต่ยังไม่มีการยกเลิกเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนฯ ก็ยังคงมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้

“ขอเตือนว่าเรื่องคดีป่าไม้ไม่มีใครช่วยใครได้ และจะพากันจมน้ำตายหมด ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ไม่ได้มีอคติกับ น.ส.ปารีณา หรือใคร ในฐานะที่เคยทำงานจับกุมคดีมาตั้งแต่เป็นป่าไม้เขตจนเป็นอธิบดี วันนี้ต้องเลิกพูดเรื่อง ส.ป.ก. เพราะพื้นที่ดังกล่าวยังมีสภาพเป็นป่า และในใบ ภบท.5 ในภาษาของเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรียกว่าเป็นใบรับสารภาพ มีการบุกรุกเสียภาษีดอกหญ้ามาก่อนประกาศเขตปฏิรูปในปี 2554…” นายดำรงค์กล่าว

ขณะที่ นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า จากหลักฐานที่มีนั้นพบว่า น.ส.ปารีณา มีความผิดชัดเจน เป็นการบุกรุกป่า ซึ่งใครจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือต้องติดคุกด้วย ไม่อยากให้คดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีความผิดทางอาญาแค่ยึดพื้นที่คืนแล้วจบ เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านที่แค่เข้าไปหาของป่าก็ติดคุก ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ

เรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่า จะมีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือหรือ “ช่วยอุ้ม” น.ส.ปารีณา ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหรือไม่

เราก็คงต้องรอและติดตามดูกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *