สาเหตุของสหรัฐฯในการตัด “จีเอสพี” ไทย

 

จากกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั่วไป (จีเอสพี) สินค้าไทยหลายรายการ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายว่าเป็นการตอบโต้ของสหรัฐฯที่รัฐบาลไทยประกาศห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ออกมาชี้แจงว่า การถูกตัดจีเอสพีครั้งนี้ฝ่ายไทยยังสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้สหรัฐฯทบทวนใหม่ได้ เช่นปีที่ผ่านมา สหรัฐฯก็ทบทวนรายการสินค้าคืนมาให้ฝ่ายไทยรวม 7 รายการ และการตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯไม่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศไทยประกาศแบน 3 สารเคมีทางการเกษตรแต่อย่างใด

นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การตัดสิทธิในครั้งนี้เป็นเรื่องสิทธิแรงงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมา ยูเอสทีอาร์ ได้พยายามผลักดันแก้กฎหมายประเด็นที่เรียกร้อง 7 ข้อ  แต่ไทยดำเนินการตามได้ 5 ข้อ ส่วน 2 ข้อ เช่น ขอให้แรงานต่างด้าวในไทยตั้งสหภาพแรงงานนั้น ไทยไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะหากมีการประท้วงจะส่งผลกระทบต่อนายจ้างและเศรษฐกิจของไทย กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงอย่างต่อเนื่องว่า ไทยดำเนินการไม่ได้ เพราะสหรัฐฯเองก็ยังดำเนินการไม่ได้เช่นเดียวกัน แล้วเหตุใดจึงกดดันไทยเพื่อแลกกับจีเอสพี

ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสิทธิ จีเอสพีของไทยในอีก 6 เดือน โดยอ้างว่า ไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานให้เป็นไปตามหลักสากลได้นั้น “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์หลายฝ่าย หลายกระทรวง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของแรงงานต้องทำในส่วนของตัวเอง โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็เป็นมาตรฐานของไทย”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้ไปคาดเดาว่าเป็นการตัดเพราะอะไร รัฐบาลทราบอยู่แล้วว่าจะมีปัญหาตรงนี้ เราพยายามเดินหน้าเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และอยากบอกว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกหรือกล่าวให้ร้ายกันไปมา

สาเหตุของสหรัฐฯในการตัด “จีเอสพี“ไทย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของสหรัฐฯ เราก็คงต้องดำเนินการขอให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าวใหม่ ถ้าสหรัฐฯไม่ทบทวนก็ถือว่าเป็นอำนาจของสหรัฐฯ ตามแนวนโยบาย อเมริกาเฟิร์สต์

รัฐบาลก็คงต้องพิจารณา “ไทยแลนด์เฟิร์สต์” ด้วยเช่นเดียวกัน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *