การลงนามในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน?

 

จากกรณี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แสดงความคิดเห็นถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า มีความเสี่ยงมาก ภาครัฐควรรับความเสี่ยงร่วมกับเอกชนด้วยนั้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์ว่า ในเอกสารข้อกำหนดการคัดเลือกเอกชน (อาร์เอฟพี) ระบุชัดเจนว่า เอกชนที่จะมาเข้าร่วมลงทุน ต้องรับความเสี่ยงนี้เอง โดยกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการตาม อาร์เอฟพี และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินโครงการจะยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม ที่จะลงนามสัญญาร่วมกันระหว่าง กลุ่ม ซีพีเอช และ รฟท.

ล่าสุด (8 ต.ค.) นายศักดิ์สยาม เปิดเผยถึงการเลื่อนลงนามในสัญญาก่อสร้างในโครงการระหว่าง รฟท. กับ บริษัท กิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม ซีพีเอช) จากเดิมที่กำหนด (15 ต.ค.) ออกไปเป็นวันที่ 25 ต.ค. หรือ ออกไปจากเดิม 10 วัน สาเหตุจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ รฟท. ได้ลาออกทั้งคณะ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากการลงนามในสัญญาต้องได้รับ “อนุมัติ” จากบอร์ด จึงต้องมีการตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ก่อน

การลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ก็คงจะต้องดำเนินการไปตามกฎหมายและเงื่อนไขในเอกสาร อาร์เอฟพี ที่กำหนดว่า ผู้เสนอจะต้องรับภาระความเสี่ยงนี้เอง หากไม่มาทำสัญญาตามกำหนดก็ให้ริบเงินหลักประกันซอง 2,000 ล้านบาท

อย่าทำให้ประเทศชาติต้อง “เสียหาย” จากการลงนามในสัญญาที่ล่าช้าเลย.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เศรษฐกิจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *