หักหนี้เงินกู้ “ครู” จนเงินเดือนเหลือไม่พอใช้

 

26 ก.ย.62 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้ รมว.ศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลหรือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการหักเงินเดือน หรือเงินบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 กับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการหักเงินเดือนหรือบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

คดีนี้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีหนี้สินวิกฤติจากทั่วประเทศ 162 คน ได้ยื่นฟ้อง รมว.ศึกษาธิการกับพวกว่า ร่วมกันหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อการชำระหนี้สินเงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในและสหกรณ์ในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผู้กู้จะต้องมีเงินเหลือจากการหักชำระหนี้ ณ ที่จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของอัตราเงินเดือนบำเหน็จบำนาญที่ได้รับ

ศาลให้เหตุผลว่า การหักเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ ทำให้ผู้ถูกหักเงินแต่ละรายมีเงินเหลือหลังหักชำระหนี้แล้ว น้อยกว่าร้อยละ 30 แสดงให้เห็นถึงการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

จากคำพิพากษาดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหลายนั้น ไม่เอาใจใส่ในกฎระเบียบที่กำหนดไว้ ปล่อยให้มีการหักหนี้เงินกู้ครูกันได้อย่างเต็มที่

ทำให้ “ครู” หมดกำลังใจในการสอน กันไปทั่วทั้งประเทศ.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *