การจัดเก็บภาษีของติดตัวผู้โดยสารที่สนามบินของประเทศไทย

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายธาดา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร เปิดเผยผลการจับกุมคดีลักลอบขนส่งสินค้าเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีการลักลอบนำเข้านาฬิกาหรูมากที่สุด เช่น นาฬิกา ปาเต็ก ฟิลิปป์ ราคาเรือนละ 800,000 บาท ถ้าเสียภาษีถูกต้อง คือ ภาษีนำเข้า 5% ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% รวมแล้วต้องเสียภาษี 12% หรือเสียภาษีเกือบ 100,000 บาท/เรือน รองลงมาคือ กระเป๋าแบรนด์เนม ภาษีนำเข้า 20% แวต 7% หรือ รวม 27% ถ้าราคากระเป๋า 100,000 บาท ต้องเสียภาษี 27,000 บาท

ซึ่งต่อมา ได้มีคนโพสต์ในโซเชียลมีเดียร้องเรียนว่า ซื้อชุดอาบน้ำเข้ามาในราคา 1,500 บาท แต่เจ้าหน้าที่เก็บภาษี 10,000 บาท ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ สงสัยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสำหรับการนำเข้าของติดตัวผู้โดยสารทางท่าอากาศยานของ กรมศุลกากร ว่า ใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องหรือไม่?

ประเด็นนี้ ทำให้ นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษก กรมศุลกากร ต้องออกมาชี้แจงว่า ตามประกาศของกรมผู้โดยสารจะได้รับการยกเว้นอากรสำหรับของส่วนตัวเพื่อใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ มูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท โดยต้องไม่เป็น ของต้องห้าม อาทิ ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ เป็นต้น หรือ เป็นของต้องมีใบอนุญาต (ของต้องกำกัด) เช่น อาวุธปืน พืช สัตว์เลี้ยง เป็นต้น และไม่มีลักษณะทางการค้า

“หากผู้โดยสารนำของที่มี มูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือ เป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์ หรือสินค้าเพื่อการค้าขาย แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท เช่น นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า ของดังกล่าว ถือเป็นของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีอากรที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง) และหากของนั้นเป็นของต้องกำกัด ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน และ ถ้าหากผู้โดยสารเสียภาษีแล้ว จะต้องได้รับใบเสร็จจากเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ถ้าหากไม่ได้รับใบเสร็จ จะถือว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่มิชอบ สามารถร้องเรียนได้ ส่วนใครที่ไม่ต้องการเสียภาษีนำเข้าถ้าหากถูกเรียกเก็บภาษี สามารถยกสินค้าเหล่านั้นให้เป็นของรัฐบาลได้”

“หากผู้โดยสารคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจัดเก็บภาษี หรือพบเห็นเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางต่างๆ ได้แก่ โทรศัพท์สายด่วน 1332 ทาง LINE ID : @customshearing หรือร้องเรียนด้วยตนเองผ่านศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่อร้องเรียนตามโครงการ “ระฆังศุลกากร” รวมถึงส่งไปรษณีย์มาที่กรมศุลกากร หรือส่ง E-mail มาได้ที่ ctc@customs.go.th” นายชัยยุทธกล่าว

เรื่องของการจัดเก็บภาษีอากรของสินค้าที่ผู้โดยสารนำเข้าของกรมศุลกากรนี้ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างกันไป จนมีผู้นำไปเกี่ยวโยงถึงเรื่องของพิษบาทแข็งว่า แห่น้ำเข้าแบรนด์เนมกันมาก ทั้งๆที่เป็นเรื่องปกติของการเดินทางไปต่างประเทศเมื่อพบสินค้าถูกใจ ก็อยากซื้อติดตัวเพื่อนำมาใช้เอง (ตามมูลค่าที่กำหนด) ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของเชิงพาณิชย์หรือการค้า (บางคน) แต่อย่างใด

คำชี้แจงของกรมศุลกากรดังกล่าวข้างต้น

ก็น่าจะสร้างความกระจ่างในเรื่องของการเก็บภาษีสิ่งของนำเข้าที่สนามบินได้เป็นอย่างดี.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องราว คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *