เสียงวิพากษ์ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

 

หลังการประชุมร่วมรัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า การโหวตเลือกนายกฯของ ส.ว. ครบทุกคน ชนิดไม่มีใครแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูงที่เป็นผู้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ข่าวลือที่บอกว่า ส.ว.สั่ง ซ้ายหัน ขวาหันได้นั้น จะเป็นจริงหรือไม่?

“ได้ข่าวว่าผู้มีอำนาจกำชับต้องเลือก พล.อ.ประยุทธ์ สถานเดียว หากไม่เลือกมีโอกาสหลุดจากตำแหน่ง ผมถึงกล้าอภิปรายกลางสภาฯ ถ้ามี ส.ว.คนใดงดออกเสียง หรือไม่โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินไปกราบเท้าทันที ซึ่งก็ไม่มีใครโหวตสวนเลย ผิดหวังที่ไม่ได้ไปกราบเท้าใครเลย ดังนั้นที่สังคมคลางแคลงว่า ส.ว.จะต้องเป็นกลางนั้น เชื่อว่าประชาชนเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร” นายจิรายุกล่าว

ขณะที่ สหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ออกแถลงการณ์ แสดงจุดยืนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี ผ่านเฟซบุ๊กของ สนท. ว่า เศร้าใจที่รัฐสภาลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกอีกครั้ง ด้วยเสียง 500 ต่อ 244 คะแนน มีความไม่สง่างาม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีพฤติการณ์ล้มล้างรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตยจากรัฐประหาร ใช้อำนาจละเมิดสิทธิปิดกั้นเสรีภาพ ปล่อยปละให้มีการคุกคาม นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เสียใจที่ ส.ว.มิได้ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยสากลโดยการงดออกเสียง และขอประณามพรรคการเมืองที่เคยให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจแต่กลับลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการหักหลังไม่ให้เกียรติประชาชน

สนท.จะยังร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ยินดีร่วมมือเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสกัดกั้นมิให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกสืบทอดอำนาจได้สำเร็จ

การวิพากษ์วิจารณ์ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ที่บัญญัติไว้ในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะสืบทอดอำนาจหรือไม่อย่างไรนั้น เราก็คงจะต้องเฝ้าติดตามดูกันต่อไป ตามคำพูดที่ว่า

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *