รัฐบาล 500 เสียง

 

ผลการประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี (5 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวน้า คสช. และ นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้รับการโหวตจาก ส.ส. และ ส.ว. ในสภา จำนวน 747 เสียง ด้วยคะแนน 500 เสียง เอาชนะคู่แข่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แคนดิเดตนายกฯของ ขั้ว พรรคเพื่อไทย (พท.) 7 พรรคพันธมิตร ด้วยคะแนนเสียง 244 เสียง

500 เสียง จากการโหวต ที่ได้รับมาจาก ส.ส. พรรค พปชร.และ พรรคการเมืองต่างๆที่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล รวมทั้งจาก ส.ว. 250 คน (งดออกเสียง 3 คน คือ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา และ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย) ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย  (คนที่ 29 สมัยที่สอง ของประเทศไทย)

เกี่ยวกับผลของการโหวตนี้ นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้รับเลือกด้วยคะแนน 500 เสียง ขณะที่ นายธนาธรได้ 244 เสียง เท่ากับ มีเสียง ส.ว. 250 เสียง และ ส.ส. 250 เสียง ถ้าตั้งรัฐบาลโดยใช้ฐาน ส.ส.จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมาก พล.อ.ประยุทธ์ หรือผู้จัดการรัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำพรรคการเมืองอื่นเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะจะทำงานยากมาก

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีประชาชนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ชนะโหวต หากปราศจากเสียงของ ส.ว. ว่า นี่คือกฎหมาย เป็นเรื่องที่กำหนดอยู่ใน บทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ซึ่งได้ผ่านประชามติและประชาชนเห็นด้วยว่า ใน 5 ปีแรก ต้องให้ ส.ว.มีส่วนเลือกนายกฯ ส่วนที่ ส.ว. 249 คน เทเสียงโหวตให้ ก็ไม่มีอะไรจะมอง เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ว่าใครจะติฉินนินทาว่าร้ายอย่างไรก็เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนด

จากผลของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีข้างต้น ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมือง สื่อสิ่งพิมพ์ และประชาชนจะกล่าวติฉินนินทากันอย่างไร แต่เราก็คงจะต้องยอมรับกติกาว่า เป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนด เอาไว้ และต้องขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ (คนเดิม) ที่ได้กลับมา

เพื่อ “ปราบโกง” และ “ปฏิรูปประเทศไทย” ตามที่ได้ประกาศเอาไว้.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *