ข้อเรียกร้องของ ภท. และ ปชป.ในการเข้าร่วมรัฐบาล

 

จากผลพวงกติกาของรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 60 หลังจากการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากอย่างชัดเจน ถึงแม้ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต มากเป็นอันดับหนึ่ง ประกาศรวมเสียง 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ และ พรรคพลังปวงชนชาวไทย ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเป็นขั้วแรก ด้วยคะแนนเสียงของตัวเลข 255 เสียง และลดลงมาเหลือเพียง 245 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภา

แต่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้ประกาศเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเช่นเดียวกัน โดยกล่าวว่าสามารถรวมเสียงจากพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดจิ๋ว (12 พรรค) ได้ ส.ส. เกิน 150 เสียง และยังต้องรอ พรรคภูมิใจไทย ที่มี 51 เสียง และ พรรคประชาธิปัตย์ 52 เสียง รวมเป็น 253 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภา

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศว่า จะจับมือเดินไปด้วยกัน ไม่มีแตกแยก (22 พ.ค.) ถ้าข้อเสนอที่บอกไปได้รับการตอบรับ โดย ภท.ต้องการบริหารงานต่อยอดจากนโยบายที่หาเสียงไว้คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค และ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อต่อยอดงานด้านกีฬา

ขณะที่ ปชป.ขอ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และ กระทรวงพลังงาน ถ้าไม่ได้ตามนี้ เราก็ขอยืนยันว่าจะจับมือกัน ส่วนจะพิจารณาเป็นขั้วที่ 3 หรือไม่นั้นยังไม่ทราบ

เกี่ยวกับโควตาตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และ นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ พปชร.ได้เคยระบุไว้ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ต้องเป็นของพรรคหลัก และต่อมาได้กล่าวถึงว่า เรื่องของตำแหน่งเหล่านี้ ไม่ใช่ขายของ กลายเป็นเรื่องต่อรองอะไรกันเยอะแยะไปหมด

ข้อเรียกร้องของ ภท.และ ปชป. ที่เสนอไปจะได้รับการตอบรับจาก พปชร. หรือจะกลายเป็นขั้วที่ 3 ตามที่พูดถึงหรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *