7 ช่องทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาต

 

10 พ.ค.62 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าวผลสรุปการยื่นขอใช้สิทธิ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า มีผู้ประกอบการขอคืนใบอนุญาต 7 ช่อง ประกอบด้วย

1.ช่อง 14 (บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 2.ช่อง 3 แฟมิลี่ (บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด) 3.ช่อง 28 (3 เอสดี) (บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด) 4.ช่อง 19 (บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด) 5.ช่อง 20 (บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด) 6.ช่อง 21 (บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด) 7.ช่อง 26 (บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด)

โดยทีวีดิจิทัล จากเดิมที่มี 24 ช่อง ก่อนหน้านี้ได้เพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว 2 ใบ คือ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่มีเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล หรือ นางพันธุ์ทิพา ศกุนตไชย เป็นเจ้าของ วันนี้ขอคืนใบอนุญาตอีก 7 ช่อง จะส่งผลให้มีทีวีดิจิทัลมีจำนวนเหลือเพียง 15 ช่อง

ภายหลังจากที่ คสช.มีคำสั่งใช้ ม.44 เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และให้คืนใบอนุญาตได้ ทำให้คนในแวดวงสื่อสารมวลชนเฝ้าติดตามกันว่าจะมีทีวีดิจิทัลช่องใดบ้างที่ยอมตัดสินใจยุติการออกอากาศ สรุปแล้วมีทั้งหมด 7 ช่องดังกล่าวข้างต้น

ธุรกิจทีวีเป็นธุรกิจใหญ่ระดับพันล้านบาท ตอนเริ่มประมูลใบอนุญาตมีการแข่งขันเสนอราคากันสูงมาก ด้วยหวังว่าจะทำกำไรให้กับบริษัทของตัวเองอย่างมหาศาล จากผลประกอบการเดิมในธุรกิจทีวีของรัฐที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อประมูลใบอนุญาตได้แล้ว ปรากฏว่า เม็ดเงินของการโฆษณาที่คาดว่าจะได้รับมีน้อยมาก เนื่องจากมีการแข่งขันสูง อีกทั้งด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ผู้คนหันไปดูคอนเทนต์ผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้ชมทีวีลดน้อยลง จึงได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เข้าทำการช่วยเหลือ ดังที่ทราบกัน

เรื่องของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดจะต้องพบกับปัญหาการขาดทุน จากดาวรุ่งเป็นดาวร่วง กันได้อยู่ตลอดเวลา

ขอให้ดูธุรกิจวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายที่ประสบกับปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็แล้วกัน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สังคม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *