ข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และ สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

24 เม.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีเอกสารชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องกรณีที่ กกต.ยื่นขอให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า กกต.ไม่สามารถใช้สิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้บัญญัติกระบวนการและขั้นตอนในการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยการใช้สิทธิทางศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 และการใช้สิทธิทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1)

ส่วนที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยว่า จะสามารถคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ได้หรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ว่า กรณีดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งต้องกระทำหลังจากมีการประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว

หลังจากนั้น (26 เม.ย.) สำนักผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการประชุมนัดพิเศษ พิจารณาคำร้องของ นายเกรียงไกร ลีกิจวัฒนะ และ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาในการเลือกตั้งหลายประเด็น ที่ประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 โดยในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กำหนดวิธีการคำนวณไว้ 5 อนุมาตรา แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 128 กลับมีขยายเพิ่มเป็น 8 อนุมาตรา โดยอนุ 4 อนุ 6 และอนุ 7 ขยายข้อความนอกเหนือจากมาตรา 91 จึงมีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

กรณีร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จากประเด็นการรายงานผลการนับคะแนนไม่ตรงกัน มีปัญหาคลาดเคลื่อนบัตรเขย่ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิและจำนวนบัตรแตกต่างกันอยู่ 9 ใบ ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเป็นการแถลงข่าวจำนวนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้น จึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่สุจริต ขณะที่ประเด็นการไม่นำบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์มานับรวม กกต.ได้มีการวินิจฉัยตามข้อกฎหมาย จึงยุติเรื่องไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ https://www.nettilaskuri.com.

คำวินิจฉัยของทั้งสององค์กรอิสระ น่าจะช่วยทำให้ประชาชนเข้าใจถึงเจตจำนงของรัฐธรรมนูญ ปี 60 มากยิ่งขึ้น.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน กฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *