ค่าโง่โครงการ ‘โฮปเวลล์’

 

22 เม.ย.62 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ซึ่งมีผลให้ กระทรวงคมนาคม   และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.51 รฟท.ต้องคืนเงินชดเชยให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด

จากการบอกเลิกสัญญา รวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเงินก่อสร้าง 19,000 ล้านบาท เงินค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่บริษัทชำระไปแล้ว 2,850 ล้านบาท และเงินค่าออกหนังสือค้ำประกัน 38,749.,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับคดีถึงที่สุด และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ จำนวน 16,535,504 บาทให้แก่ บริษัทโฮปเวลล์ the tab study drugs.

จากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทั้งสื่อมวลชนต่างๆกันเป็นอย่างมากว่า เป็นการจบมหากาพย์การต่อสู้คดีระหว่างเอกชนกับหน่วยงานรัฐที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี จากโครงการโฮปเวลล์ หรือ โครงการทางรถไฟและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่เปิดประมูลเมื่อ ปี 2533 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ต่อเนื่อง นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ นายชวน หลีกภัย โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ได้บอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ (20 ม.ค.41) ทางโฮปเวลล์ จึงได้เรียกร้องค่าเสียหายเนื่องจากบอกเลิกสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม

โครงการนี้จึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีการนำมาพูดถึงเรื่องของการทุจริตของรัฐบาลกันอย่างกว้างขวาง จากโครงการขายฝันของนักการเมืองในอดีต โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วทำให้ รัฐ ต้องสูญเสียเงินจำนวนมากไปจ่ายให้กับเอกชน ที่เรียกกันว่า “ค่าโง่” ไม่ว่าจะเป็น ค่าโง่คลองด่าน หรือ ค่าโง่ทางด่วนของการทางพิเศษฯ

โครงการต่างๆที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินภาษีอากรของประชาชนไปเป็นจำนวนมาก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า นี้

มีใครที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบจ่าย “ค่าโง่” กันบ้าง?

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสาร คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *